วิภู พัฒนภูมิไท แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหา และเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนมากขึ้น นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความไม่สงบในภาคใต้ และเสนอแนวทางแก้ไข โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหา และการสร้างความผาสุกของราษฎรเป็นเป้าหมายหลักของการเมือง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนแสดงความคิดเห็นในกรณีเหตุการณ์ วางระเบิดที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และเหตุการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และบางอําเภอของพื้นที่จังหวัดสงขลาครับ ผมจะกราบเรียน แสดงความคิดเห็นในประเด็นหลัก ๆ อยู่ ๒-๓ ประเด็นครับท่านประธานที่เคารพรักครับ เพื่อผ่านไปยังรัฐบาลจะได้นําไปเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการแก้ปัญหาของประเทศ
ในประเด็นแรกที่จะต้องพูดถึงกันนั่นก็คือสภาพของปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้เราต้องยอมรับความจริงละครับว่าเหตุการณ์วางระเบิดก็ดี เหตุการณ์ซุ่มโจมตีก็ดี เหตุการณ์ก่อกวนในรูปแบบต่าง ๆ ก็ดี ยังดํารงอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ และบางพื้นที่ของจังหวัดสงขลา สิ่งเหล่านี้ได้สร้างความสะเทือนขวัญให้กับประชาชน ทั้งในพื้นที่และทั่วประเทศ อันที่จริงพี่น้องทหาร ตํารวจส่วนหนึ่งที่ไปเสียชีวิตในพื้นที่ภาคใต้ ก็มาจากภาคเหนือก็มี ภาคอีสานก็มี ภาคกลางก็มี ฉะนั้นจะบอกว่าความสะเทือนขวัญ หรือการสูญเสียจะเกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้เสียทีเดียวก็ไม่ได้ เพราะมี ผลกระทบทั้งประเทศครับ ในเรื่องสําคัญ ๆ ก็เรื่องของร่างกาย เรื่องของชีวิต เรื่องของ ทรัพย์สิน เรื่องของเศรษฐกิจได้ทําลายบรรยากาศการลงทุน ได้ทําลายธุรกิจการท่องเที่ยว อย่างยับเยิน และสิ่งที่สําคัญที่สุดที่มีลักษณะเป็นนามธรรม นั่นก็คือผลกระทบทางจิตวิทยา นี่คือสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและดํารงอยู่จริงอย่างปฏิเสธไม่ได้ครับท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือสภาพของปัญหา ทีนี้มาพิจารณาสาเหตุ เพราะสภาวธรรมทั้งหลายย่อมจะมีเหตุ เป็นแดนเกิดทั้งสิ้น เหตุเหล่านี้ก็เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปจากการรายงานของหน่วยข่าวก็ดี จากส่วนราชการก็ดี เช่นเรื่องของความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ วันนี้ถึงเวลาแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพ เราต้องเคารพต่อความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ เราจะปกปิด เราจะบิดเบือน เราจะไม่ยอมรับความเป็นจริงไม่ได้ เพราะการแก้ปัญหาของ ประเทศหรือการแก้ปัญหาทุก ๆ ปัญหา เราต้องยอมรับความเป็นจริงทางภาวะวิสัยที่มีอยู่จริง เราไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาโดยใช้อัตตาเป็นตัวตั้งแต่เพียงอย่างเดียวได้ เจตจํานงต้อง สอดคล้องกับความเป็นจริงทางภาวะวิสัย นั่นก็คือสาเหตุที่เป็นจริงก็คือความ เป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่เราจะต้องเคารพ วันนี้บาดแผลทางประวัติศาสตร์ก็มีอยู่ นั่นก็คือ สิ่งหนึ่งที่ทําให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้
สาเหตุที่ ๒ ที่สําคัญไม่แพ้กันครับ นั่นก็คือความแตกต่างในเรื่องของชาติพันธุ์ เราก็พยายามที่จะให้พี่น้องเราใน ๓ จังหวัดภาคใต้ที่ต้องยอมรับความจริงว่าพี่น้องไทยส่วนหนึ่ง มีชาติพันธุ์เป็นคนมลายู ต้องยอมรับความจริง ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรครับ เพราะสังคม ที่งดงาม สังคมที่มีเสน่ห์ สังคมที่เป็นประเทศมหาอํานาจอย่างประเทศสหรัฐอเมริกาหรือ ในประเทศจีนก็ตาม ก็อยู่กันได้ท่ามกลางความหลากหลายเป็นสังคมเพราะว่าสังคมครับ เป็นเรื่องที่ไม่แปลกเลย ถ้าเรียกตามภาษาท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ว่าทําอย่างไร ให้เราอยู่กันได้ในลักษณะที่ดอกไม้หลากสีอยู่ในสวนเดียวกันให้ได้ครับ วันนี้สิ่งนี้ก็คือต้นเหตุ หรือต้นทางของปัญหาอย่างหนึ่ง บางครั้งเราไปพยายามที่จะให้พี่น้องเราในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ พูดภาษาไทย แต่อันที่จริงนั้นการที่เขาพูดภาษายาวีอยู่แล้วก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เสียหาย ไม่ใช่เป็นเรื่องที่มีปมด้อยแต่อย่างใดเป็นเรื่องปกติธรรมดา เราอย่าทําความแตกต่างให้เกิดความแตกแยกครับ ฉะนั้นศิลปะก็ดี วัฒนธรรมก็ดี ภาษาก็ดี ชาติพันธุ์ก็ดี เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเช่นเดียวกันที่เราจะต้องทําความเข้าใจ สิ่งเหล่านี้ รัฐบาลย่อมรู้ดีอยู่แล้ว หน่วยงานความมั่นคงย่อมรู้ดีอยู่แล้ว แต่ปรากฏว่าประชาชนได้ สะท้อนถึงสาเหตุที่น่าสนใจในหลายประการครับท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองเคยใช้ชีวิต อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ เคยเรียนหนังสือที่นั่น เคยทํางานที่นั่น มีเพื่อนมิตรอยู่มากมาย ที่เป็นพี่น้องคนไทยมุสลิม ได้สะท้อนปัญหาว่าวันนี้ปัญหาที่สําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปัญหา ที่รัฐรับทราบแล้วนั่นก็คือ
ประการที่ ๑ การให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนน้อยนิด เกินไปครับ การแก้ปัญหาในประเทศทั่วโลกละครับ การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือประชาชน ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ไม่มีใครจะเข้าใจปัญหาได้ดีเท่ากับคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ หรอกครับท่านประธานที่เคารพครับ แต่วันนี้ปรากฏว่าการให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วม ของประชาชนมีน้อยเกินไป
ในประเด็นที่ ๒ ก็เป็นสิ่งที่สําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นั่นคือการที่จะต้อง เคารพในสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทุกวันนี้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ สิทธิเสรีภาพ ของประชาชนในการที่จะแสดงความคิดความเห็นก็ยังน้อยนิดเกินไป ถ้าจะสรุปแล้ว อุปสรรคสําคัญหรือสาเหตุสําคัญประการหนึ่งก็คือ การที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยครับ เพราะประชาธิปไตยเป็นทั้งวิธีการและเป้าหมายครับท่านประธานที่เคารพครับ เราต้อง แก้ปัญหาโดยวิธีการที่เป็นประชาธิปไตย เพื่อนมิตรผมหลายคนที่เป็นมุสลิมได้บอก ให้ผมฟังว่า คุณวิภู เหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดภาคใต้นั้นมันก็เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากลักษณะ ความคิดแบบอํามาตย์นี่มีส่วนสําคัญอยู่เช่นเดียวกัน เขากําลังปรับทุกข์กับผมว่า การที่พวกผม เผชิญกับระบบอํามาตยาธิปไตยนั้น อันที่จริงเขาในพื้นที่ ๓ จังหวัดเคยประสบกับชะตากรรมนี้ มาก่อน นี่คือสาเหตุครับ
และที่สําคัญอีกประการหนึ่งครับท่านประธานที่เคารพครับ นั่นก็คือเรื่องของ ความเป็นธรรม ระบบราชการไม่สามารถจะให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียม และเสมอภาค ผมเคยพูดหลายครั้งในหลายโอกาสและในหลายวาระครับ ท่านประธาน ที่เคารพรักครับ ว่าแม้แต่พระศาสดานะบีมูฮัมหมัดก็ได้เคยกล่าวต่อพระสหาย ที่นครแบกแดดว่า อันมนุษย์นั้นทนต่อความทุกข์ยากได้ มนุษย์ทนต่อความหิวโหยได้ มนุษย์ทนต่อทุกสิ่งได้เกือบจะทั้งหมด มีอยู่สิ่งเดียวที่มวลมนุษย์จะไม่ยอมอดทนเป็นอันขาด นั่นก็คือความอยุติธรรมครับท่านประธานที่เคารพครับ ฉะนั้นความอยุติธรรมที่ดํารงอยู่ ก็คือต้นทางอย่างหนึ่งที่นําไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยใน ๓ จังหวัดภาคใต้ เหตุการณ์ที่ สุไหงโก-ลก ที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกอันที่จริงแล้วนั่นคือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ฉะนั้นการมองปัญหานี่ท่านประธานที่เคารพรักครับ เราต้องมองไปให้ถึงธาตุแท้ของปัญหา ที่เกิดขึ้น วันนี้สื่อมวลชนก็ดี หรือสภาก็ดี เราจะมาสะท้อนปรากฏการณ์กันเป็นสําคัญ แต่น้อยครั้งนักที่เราได้สะท้อนถึงธาตุแท้ของปัญหาว่ามันคืออะไร ฉะนั้นการดับปัญหาก็คือ การดับที่เหตุนะครับ ในการแก้ปัญหาผมก็จะนําเสนอต่อสภาเพื่อผ่านไปยังรัฐบาลนะครับ เอาสั้น ๆ ตรงไปตรงมาแล้วก็จริงใจครับ ปัญหาที่เราจะต้องแก้ไขนะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่สําคัญมาก นั่นคือเราต้องกําหนดยุทธศาสตร์ให้ถูกต้องเสียก่อน ถ้ายุทธศาสตร์ผิด ไม่มีวันที่จะ ประสบความสําเร็จในการที่จะสร้างความสงบสุขขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ และบางอําเภอของ จังหวัดสงขลา ยุทธศาสตร์ต้องได้ก่อนครับท่านประธาน ต้องมีปัญญาเห็นชอบเสียก่อนครับ วันนี้เราเติมความรุนแรงลงไป เราเติมกําลังลงไป แต่เราไม่เติมสิ่งหนึ่งก็คือความอบอุ่นใจ และจิตใจครับ ฉะนั้นวันนี้เราไม่มีวันที่จะแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ด้วยกองกําลังครับ เรายึดกุมดินแดนได้แต่เรายึดกุมหัวใจไม่ได้ก็ไม่มีวันที่จะประสบความสําเร็จในการสร้าง ความสงบในพื้นที่ ๓ จังหวัด และบางอําเภอของจังหวัดสงขลาครับท่านประธานที่เคารพรักครับ นั่นคือสิ่งที่สําคัญ ฉะนั้นผมอยากจะเสนอยุทธศาสตร์สําคัญว่า วันนี้เราต้องพัฒนา โดยประชาชนมีส่วนร่วมนําการเมืองและการทหาร อันที่จริงก็มีแนวพระราชดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่แล้วว่าเราต้องเข้าถึง เราต้องเข้าใจ และเราต้องพัฒนา ผมขออนุญาตเติมเต็มไปอีกข้อหนึ่ง คือความจริงใจที่จะแก้ปัญหาครับ และการเข้าถึง เข้าใจ พัฒนา ไม่ใช่มีอยู่ในทางทฤษฎี มีอยู่บนกระดาษ หรือเป็นแต่เพียงวาทกรรมของบุคคลบางคน ยกตัวอย่างยกขึ้นมาให้ดูดี เราต้องเข้าถึงนั้นเข้าถึงอะไร เราต้องเข้าใจนั้นเข้าใจอะไร เราต้อง พัฒนานั้นพัฒนาอะไร แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นประชาชนต้องมีส่วนร่วมอย่างสําคัญในการ แก้ปัญหาอย่างเสมอครับ ท่านประธานสภาที่เคารพรักครับ ฉะนั้นการตั้งสมมุติฐาน ผมขอ เวลาอีกนิดหน่อยเท่านั้นครับท่านประธานครับเพื่อที่จะสรุป วันนี้เราต้องตั้งสมมุติฐาน ให้ถูกก่อนครับว่ารัฐบาลทุกรัฐบาล นายกรัฐมนตรีทุกรัฐมนตรีมีเจตนาที่จะให้บ้านเมืองสงบสุข กันทั้งนั้นละครับ ต้องการให้ ๓ พื้นที่ในจังหวัดภาคใต้สงบสุข ผาสุก ฉะนั้นเวลาเราจะนํา ประเด็นอะไรต่าง ๆ มาเพื่อที่จะพูด เราต้องเข้าใจเสียก่อนว่านายกรัฐมนตรีทุกคนทุกท่าน ก็ต้องการให้บ้านเมืองมันสงบ ฉะนั้นวันนี้มันถึงเวลาแล้วละครับท่านประธานที่เคารพรักครับ ที่เราต้องจริงใจต่อกัน เรื่องเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น หรือเรื่องที่จะมาเยาะเย้ย มาถากถางกัน ผมว่ามันน่าจะหมดเวลาได้แล้วครับ การเมืองในศตวรรษที่ ๒๑ นี้เราน่าจะสร้างสรรค์ มันจะมีผลประโยชน์มากกว่าเป็นการเมืองที่ทําลายล้างกันครับท่านประธาน ผมสรุปอย่างนี้ สั้น ๆ ครับท่านประธาน วันนี้สิ่งที่ผมอยากเห็นที่สุด และคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อ ประเทศชาติและประชาชนครับ นักการเมืองทุกนักการเมือง ทุกกลุ่ม ทุกคน ต้องตอบโจทย์ ร่วมกันคือความผาสุกของราษฎรเป็นเลิศครับ เพราะรัฐบาลทุกรัฐบาลถ้าเป็นรัฐบาลของ ประชาชนมีวัตถุประสงค์เดียว มีวัตถุประสงค์แรกและวัตถุประสงค์เดียวเท่านั้นที่ชอบธรรมที่สุด นั่นคือต้องสร้าง ต้องดูแลชีวิตของประชาชน ต้องดูแลความผาสุกของประชาชนเป็น วัตถุประสงค์ของรัฐบาลของประชาชนเพียงวัตถุประสงค์แรกและวัตถุประสงค์เดียวที่ชอบทํา และที่ถูกต้องที่สุดครับ ฉะนั้นผมจึงมีความเห็นว่า
ประการที่ ๑ วันนี้มันถึงเวลาได้แล้วที่ทุกพรรคการเมือง ทุกกลุ่มการเมือง ทุกภาคส่วน ทั้งราชการและภาคเอกชนต้องมาตกผลึกร่วมกันเพื่อที่จะแก้ปัญหาประเทศชาติ เพื่อที่จะแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกัน นั่นคือประการที่ ๑ โดยที่มีท่านนายกรัฐมนตรีจะนั่งเป็นประธาน ผมว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดีมากครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะเห็น นั่นก็คือนายกรัฐมนตรีต้องเชิญอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตผู้บังคับบัญชาทหารทั้ง ๓ เหล่าทัพ อดีตบุคคลที่เคยดูแลความมั่นคงของประเทศ อดีตบุคคลที่เคยมีบทบาทสําคัญในการเยียวยาพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้มานั่งคุยกัน มาหาแนวทาง มาตกผลึกร่วมกันในการที่จะดูแลความสงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าจะนําไปสู่ความสงบสุขในพื้นที่ ๓ จังหวัด เมื่อความสงบสุข โดยรวมเกิดขึ้น เมื่อป่าทั้งป่ามันสมบูรณ์ ต้นไม้เป็นต้น ๆ หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ มันก็ย่อมจะดีขึ้นครับท่านประธานที่เคารพรักครับ ต้องมีความจริงใจต่อกันในการแก้ปัญหา และที่สําคัญที่สุดนะครับท่านประธานที่เคารพ ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้เลิกเสียทีเถอะครับ การที่เอาความบกพร่องในอดีต ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนไหน คนใดก็ตาม มาเป็นประโยชน์ทางการเมือง หรือเพียงเพื่อต้องการเอาชนะการเลือกตั้ง โดยไม่คํานึงถึงความบอบช้ําเจ็บปวดของประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด ผมไม่สบายใจเลยครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมามันมีความพยายามบางความพยายาม ที่นํามาซึ่งความบอบซ้ํา แผลที่ทําท่าจะหายสนิทแล้ว กําลังตกสะเก็ดแล้วก็ต้องไปเปิดขึ้นมา ให้เป็นแผลใหม่สร้างความจงเกลียดจงชังขึ้นมา ด้วยเหตุผลเพียงประการเดียวคือชัยชนะ การเลือกตั้ง ชัยชนะทุกชัยชนะมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะครับท่านประธาน ถ้าเราชนะกัน ในทางการเมืองแต่ประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดยังไม่สงบสุขเลย ไม่รู้ชนะไปเพื่อหาอะไรครับ ท่านประธาน ฉะนั้นตรงนี้ผมจึงถามท่านประธานว่ามันก็ถึงเวลาแล้วที่นักการเมืองฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และทุกกลุ่มการเมือง อย่าหยิบฉวยรอยบอบช้ําในอดีตมาเป็นเครื่องมือเพื่อที่จะเอาชนะการเลือกตั้งกันเลย ให้เรา ตอบโจทย์ความผาสุกของประชาชนเถอะ เช่นกรณีเหตุการณ์กรือเซะก็ดี ก่อนวันที่ ๓ กรกฎาคม เอามารีรัน (Rerun) ซ้ําแล้วซ้ําอีก ผมถามว่าทําเพื่ออะไร กลัวเขาหายโกรธ หรืออย่างไร เพียงที่จะต้องการชนะการเลือกตั้งก็เอาเหตุการณ์ที่ว่าไม่ให้ใครอยากเจ็บปวด กันทุกคนทุกฝ่ายละครับ แม้แต่ทหารเองเขาก็ไม่มีความสุขเลยกับการที่จะได้เข่นฆ่าใคร แต่เหตุการณ์บางเหตุการณ์มันมีรายละเอียดและมันมีความละเอียดอ่อนอยู่ สิ่งเหล่านี้ ผมไม่อยากจะให้ใครหยิบฉวยมาเป็นประโยชน์ทางการเมือง เพราะได้ไม่คุ้มเสีย ชนะการเลือกตั้ง แต่ ๓ จังหวัดภาคใต้ต้องพ่ายแพ้ครับ หาความสงบสุขไม่ได้ สร้างแต่ความจงเกลียดจงชังขึ้นมา มันถึงยุคแล้วครับ เราต้องเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ อย่าเล่นการเมืองอย่างทําลายเลย เหตุการณ์ที่ตากใบก็เช่นเดียวกัน เอามารีรันซ้ําแล้วซ้ําอีก ฉายแล้วฉายอีก แค่นั้นยังไม่พอ ต้องทําเป็นซีดีไปแจกคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดข้างเคียงเพื่อให้จงเกลียดจงชัง อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าเขาจงเกลียดจงชังแต่เพียงอดีตนายกรัฐมนตรีผมยังไม่เจ็บปวด เท่ากับว่านั่นแหละคือการหยอดยาพิษให้เขาจงเกลียดจงชังรัฐไทยทั้งรัฐ ให้เกลียดชังประเทศนี้ แต่ด้วยเหตุผลเพียงแต่ต้องการชนะการเลือกตั้งเท่านั้นก็ทําลงไปได้ และคนที่ทําลงไป บางครั้งอยู่ในสถานะเป็นผู้ดูแลความมั่นคงของประเทศ ผมก็สงสัยว่ามีความคิดอ่านเหล่านี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพรักครับ วันนี้ผมก็อยากให้ประเทศนี้สงบสุข อยากให้ ๓ จังหวัดภาคใต้กลับคืนมาเหมือนวันคืนเก่า ๆ ที่เรามีรอยยิ้มเข้าหากัน วัดกับมัสยิด อยู่ด้วยกันได้ คนไทยพุทธ คริสต์ อิสลาม อยู่กันได้ครับ สิ่งเหล่านี้ผมอยากให้เราทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล นักการเมือง ภารกิจสําคัญคือตอบโจทย์ความผาสุกของประชาชน จะสอดคล้อง กับพุทธสุภาษิตบทหนึ่งที่บอกว่า ประชาสุขขัง มะหุตตะมัง จงคํานึงถึงความผาสุกของ ราษฎรเถอะ อย่าคํานึงถึงชัยชนะการเลือกตั้งจนลืมความบอบช้ําของประเทศ ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ