นคร มาฉิม สอบถามถึงการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะการผลิตและแพร่ระบาดของยาบ้า และขอให้รัฐบาลแจ้งแผนการแก้ไขปัญหายาเสพติดภายใน 12 เดือน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาส ต่อผมและพรรคประชาธิปัตย์ได้สอบถามประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศ แล้วก็เป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ของเราได้ตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อน เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดที่มีการแพร่ระบาด ในช่วงที่ผ่านมาพวกเราได้มีมาตรการหลายอย่าง ในการป้องกัน ในการปราบปราม จับกุมดําเนินคดี ยึดทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องกับ ขบวนการยาเสพติด และมีมาตรการลงโทษอย่างจริงจัง แต่ยาเสพติดก็ยังคงมีการแพร่ระบาดอยู่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีของทุกฝ่าย หลังจากที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล ผมเองก็ตั้งความหวังว่า รัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งให้ความสําคัญกับในเรื่องการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด ก็หวังว่าท่านจะเป็นที่หวังของบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน ที่จะขจัดปัดเป่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับประเทศของเราในครั้งนี้อย่างจริงจังต่อเนื่องนะครับ แล้วก็สานต่อนโยบายที่รัฐบาลก่อน ๆ ได้ทํามา ซึ่งบางอย่างก็ประสบความสําเร็จ บางอย่าง ก็จําเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการขับเคลื่อนแล้วก็สานต่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศ ของเรานั้นส่วนหนึ่งจะมีผู้ผลิตนะครับ มีเป็นเครือข่ายผู้ผลิต แต่ในช่วงที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาล มีท่านพีระพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั้น ผมได้พยายามติดตามข้อมูลผู้ผลิตในประเทศ เกือบจะไม่มี แต่ทราบเท่าที่เหลืออยู่ก็คือผู้ผลิต โดยเฉพาะยาบ้าจะอยู่ตามตะเข็บชายแดน โดยเฉพาะทางด้านภาคเหนือเป็นจํานวนมาก ทราบว่าในแต่ละปีจะมียาเสพติดที่ผลิตจาก แหล่งรอบ ๆ ประเทศประมาณ ๒๕๐ ล้านเม็ดเฉพาะยาบ้า ที่สามารถที่จะจับกุมและ ดําเนินคดีและสกัดกั้นไม่ให้เข้ามาแพร่ระบาดได้ก็ประมาณ ๕๐ ล้านเม็ด ส่วนอีกประมาณ ๒๐๐ ล้านเม็ดนั้นจะแพร่ระบาดกระจายไปทุกอณูของประเทศ ที่น่าห่วงใยมากที่สุด ก็คือในสถานศึกษา และที่น่ากังวลใจมากที่สุดก็คือการมีข้าราชการบางส่วน บางกลุ่ม บางท่าน บางคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้าและจําหน่ายเสียเอง ทําให้การ ปราบปรามป้องกันและแก้ไขเรื่องยาเสพติดนั้นไม่มีประสิทธิผลเท่าที่ควร ก่อให้เกิดปัญหา ลุกลาม อีกมุมหนึ่งฝ่ายสังคมเองเขาก็ได้สะท้อนบอกว่าอันนี้คือความล้มเหลวของประเทศ ที่สะท้อนมาเนื่องจากความเหลื่อมล้ํา เนื่องจากปัญหาสังคมที่หมักหมม และไม่มีการแก้ไข ปัญหาสังคมอย่างจริงจัง คือสภาพปัญหาที่มันฟูขึ้นมาให้เห็นจากการมีบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้อง กับยาเสพติดเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากนั้นครับ ยาเสพติดยังใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน มันแสดงให้เห็นว่าโครงข่ายหรือขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการจําหน่ายยาเสพติดนั้นมีทั้ง ในประเทศและมีทั้งเชื่อมโยงไปในระดับสากล ในต่างประเทศด้วย ซึ่งนับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเราจะปล่อยให้สภาพการณ์แบบนี้ต่อไปไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะมันจะ กระทบต่องบประมาณแผ่นดินที่เราจะต้องใช้ทรัพยากรบุคคลในภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ ตชด. ทหาร ศาล อัยการ ราชทัณฑ์ คุมประพฤติ หรือแม้กระทั่ง ป.ป.ส. ปปง. องค์กร ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เหล่านี้ใช้งบประมาณปีหนึ่ง ๆ มากมายมหาศาล แต่ยังไม่สามารถที่จะขจัด ยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยได้ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกเหนือจากนั้น สังคมโลกก็จะมองว่าไทยมีการบริหารจัดการแบบไหน ทําไมปล่อยให้มีการแพร่ระบาด ทําไมจึงเป็นแหล่งในการส่งผ่านยาเสพติดทั้งในประเทศไปสู่สากลอื่น และทําไมประเทศ เพื่อนบ้านอื่น ๆ เขามีมาตรการในการบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาดอย่างไร ทําไมเขาถึง สามารถที่จะหยุดยั้งหรือชะลอการรุกคืบของขบวนการค้ายาเสพติดไปได้ เพราะฉะนั้น เบื้องต้นผมจึงขออนุญาตกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรีว่ารัฐบาลมีแนวนโยบายในการป้องกัน ปราบปราม แก้ไข และฟื้นฟูบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างไร ๒. ที่รัฐบาลได้ประกาศชัดเจนว่าจะแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้หมดสิ้นภายใน ๑๒ เดือนนั้นรัฐบาลมีมาตรการในการแก้ไขอย่างไร และเพราะเหตุใด รัฐบาลถึงได้ลดจํานวนว่าแก้ไขให้เบ็ดเสร็จภายใน ๑๒ เดือน บอกว่าแก้ไขได้แค่บางส่วน เราต้องการทราบถึงความมุ่งมั่นและให้ประเทศเชื่อมั่นในตัวรัฐบาลในการที่จะมีแนวทาง ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ขอกราบขอบพระคุณครับ