สุรเชษฐ์ แวอาแซ เสนอญัตติด่วนที่สุดเพื่อพิจารณากรณีเหตุระเบิดที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และสถานการณ์ความไม่สงบ รวมถึงการสูญเสียเจ้าหน้าที่ทหาร ๔ นาย ในพื้นที่อำเภอรือเสาะ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงและเร่งดำเนินการแก้ไข สุรเชษฐ์ แวอาแซ หารือถึงผลกระทบความไม่ปลอดภัยจากการก่อเหตุรุนแรงในอำเภอสุไหงโก-ลก ที่ส่งผลต่อชีวิตทรัพย์สิน ธุรกิจการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีชี้แจงมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมเสนอแนะว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลหรือการพิจารณางบประมาณ และสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พร้อมของรัฐบาลในการดูแลความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สุรเชษฐ์ แวอาแซ ระบุปัญหาความหย่อนยานในการเฝ้าระวังความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งส่งผลให้เกิดเหตุระเบิดที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน และเรียกร้องให้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาร่วมกันพิจารณากรณีเกิดเหตุระเบิดที่อําเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และสถานการณ์ความไม่สงบ ท่านประธานครับ กว่าจะมาถึงญัตติของผม ซึ่งเสนอเป็นญัตติด่วนที่สุด เพราะความเดือดร้อน แล้วก็เกิดความไม่ปลอดภัยในพื้นที่ผม พี่น้องประชาชนไม่มีความมั่นใจ รอฟังคําตอบและคําชี้แจงจากรัฐบาล ท่านประธานครับ วันนี้ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ผู้ก่อการได้มีการซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหาร ได้สูญเสียไป ๔ ท่าน ในพื้นที่อําเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ในขณะที่เราโต้เถียงกว่าจะถึงญัตติของผม
ท่านประธานครับ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่ผมได้ยื่นญัตติ เนื่องจากว่า ผลกระทบความมั่นใจและความไม่ปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้น ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน กระทบถึงธุรกิจการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว อย่างสาหัสและไม่ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นจะฟื้นกลับมาใหม่ได้เมื่อไร อย่างไร ผมอยากให้สภาได้ร่วมกันพิจารณาและเสนอแนะ เพื่อจะได้คําตอบจากนายกรัฐมนตรีหรือ รัฐบาล และรัฐบาลก็จะได้ชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อสภาแห่งนี้ และเพื่อสร้างความมั่นใจ ในมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจการค้าชายแดน และจะสร้างความเข้าใจและความมั่นใจในทางที่ดี ทั้งในและต่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพ อําเภอสุไหงโก-ลกนั้นเป็นอําเภอชายแดน เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ การค้าที่สําคัญของจังหวัดนราธิวาส เป็นอําเภอการท่องเที่ยว ที่สําคัญ และเป็นประตูด่านที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าออก แล้วก็เราได้มีการส่งหรือว่านําสินค้าเข้าออกในพื้นที่สุไหงโก-ลกเป็นจํานวนมาก หลายครั้ง เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นที่สุไหงโก-ลก แต่ความรุนแรงนั้นไม่สาหัสเท่ากับครั้งนี้ครับ อันที่จริงแล้ว เหตุการณ์ก็เคยเกิดขึ้นเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว เราก็ได้มีการวางมาตรการในระหว่าง ๒ ปี การเฝ้าระวังนั้นจะพูดได้ว่ามีประสิทธิผลทําให้การก่อเหตุของฝ่ายตรงข้ามนั้นไม่ได้ผล และการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดทําให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็ได้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง เป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ แต่ครั้งนี้ผมแทบจะไม่เชื่อว่าได้เปลี่ยนผ่านไปในช่วงเวลา ๒ ปี ได้เปลี่ยนรัฐบาลเข้ามาบริหารเป็นรัฐบาลชุดใหม่โดยการนําของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เราก็มั่นใจว่ารัฐบาลใหม่ก็คงจะสานต่อจากที่รัฐบาลที่แล้วได้วางมาตรการในการเฝ้าระวัง และดูแลในเรื่องของความปลอดภัย แต่เหตุก็เกิดขึ้นโดยไม่น่าเชื่อ แล้วก็เป็นเหตุที่รุนแรง ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ของอําเภอสุไหงโก-ลก ท่านประธานครับ เหตุเกิดครั้งนี้ ถ้าเจ้าหน้าที่นั้นไม่อยู่ในความประมาทแล้ว หรือเฝ้าระวังอย่างไม่หย่อนยาน ผมเชื่อว่า เหตุการณ์อย่างนี้จะไม่เกิดขึ้น สิ่งที่ชะล่าใจก็คือว่าเมื่อเราได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหาร ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ก็คงจะทราบว่าปัญหาที่ทําลายเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของ ประเทศไทยในขณะนี้ก็คือความมั่นคงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คงจะเตรียมการ มาตรการในการเฝ้าระวังดูแลความปลอดภัย แล้วก็หามาตรการในการที่จะแก้ไขเยียวยา ที่จะดีขึ้น แต่เหตุเกิดขึ้นอย่างรุนแรงอย่างนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลนั้นไม่มีความพร้อม แล้วก็ไม่ได้ให้ความสําคัญในเรื่องของสถานการณ์ก่อการร้ายในพื้นที่ ๓ จังหวัด ข้อสังเกต ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานทราบว่าทุกครั้งจะมีการก่อเหตุการณ์ก่อการร้าย หรือวางระเบิดในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นมักจะเป็นช่วงที่จะมีการเปลี่ยนผ่านของรัฐบาล หรือจะมีการพิจารณางบประมาณ และช่วงของการโยกย้ายข้าราชการทุกครั้ง แต่ถ้าหากว่า เราดูสถิติการก่อเหตุในช่วงเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้ารัฐบาลให้ความจริงใจหรือตั้งใจ สักนิดหนึ่ง ผมคิดว่าการเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ในเขตเทศบาลเมือง สุไหงโก-ลกนั้นคงจะไม่เกิด
ท่านประธานครับ อําเภอสุไหงโก-ลกเป็นเทศบาลเมือง มีอาณาเขตติดต่อกัน กับประเทศมาเลเซียห่างจากตัวเมืองไปประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร หรือว่า ๑ กิโลเมตร เท่านั้นเอง ซึ่งเป็นเมืองที่ชาวมาเลเซียนั้นให้ความสําคัญนิยมมาท่องเที่ยวในเมืองสุไหงโก-ลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่เกิดเหตุเป็นวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันหยุดของข้าราชการหรือว่าผู้ทํางาน ประเทศมาเลเซียก็จะนิยมมาพักผ่อน มาท่องเที่ยวในพื้นที่อําเภอสุไหงโก-ลก แต่เหตุการณ์ ที่เกิดที่ผมบอกว่าไม่น่าเชื่อเพราะความหย่อนยานของเจ้าหน้าที่ ผมพูดได้อย่างชัดเจนว่า นี่คือการหย่อนยานของเจ้าหน้าที่ เพราะรถยนต์ที่ก่อเหตุในวันนั้นถ้าเราสังเกต ท่านประธานครับ รถไปจอดตรงมุมสี่แยกพอดี แล้วก็จุดที่จอดนี่ก็มีเส้นประสีแดงซึ่งห้ามจอด เป็นพื้นที่ที่ห้ามจอด ถ้ามีเจ้าหน้าที่ตํารวจก็คงจะไปไล่หรือว่าไม่อนุญาตให้จอด และเส้นทางนั้น เป็นเส้นทางที่พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนก็นิยมจะใช้เส้นทางนี้ไปที่ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ และเส้นทางนี้เช่นเดียวกัน มีนักท่องเที่ยวเข้าไปพักในโรงแรมที่มีระดับของอําเภอสุไหงโก-ลก มี ๒ แห่งด้วยกัน ก็จะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวพลุกพล่านเสมือนถนนคนเดินทั่ว ๆ ไปละครับ ถ้าท่านประธานเห็นภาพในการระเบิดในวันนั้น ผมเชื่อว่าท่านประธานก็จะมีความรู้สึก สลดใจ มีนักท่องเที่ยวเดินจูงลูกจูงหลาน มีนักท่องเที่ยวกําลังเดินสนุกเพลิดเพลิน ในขณะนั้น เกิดระเบิดไฟลุกไหม้ทั้งตัว เราต้องสูญเสียนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียไป ๔ ราย และบาดเจ็บ สาหัสอีกจํานวนนับสิบ แล้วก็ผู้บาดเจ็บทั้งหมด ๑๐๐ กว่าราย เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่ากรณีการเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ ของพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้น ถ้าเราไม่กวดขันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ หรือว่าพลเรือน หรืออาสาทั้งหลายปรับจูน (Tune) มาบูรณาการแล้วก็ทํางานอย่างมีคุณภาพ ผมเชื่อว่าสถานการณ์บางพื้นที่เราสามารถ ที่จะคุมได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมพูดได้อย่างชัดเจนว่าบางพื้นที่นั้นแทบจะไม่น่าเชื่อว่าจะมี กลุ่มขบวนการหรือแนวร่วมไปพักพิงหรือว่าเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่เหตุการณ์ ก็เกิดขึ้นก็เนื่องจากว่าความหย่อนยาน การเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่นี่แหละ ฝ่ายตรงข้าม หรือฝ่ายก่อการร้ายนั้น การที่เขาจะก่อเหตุที่ใดหรือเมื่อไรเขาก็ต้องสังเกตแน่นอนครับว่า จุดไหนที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ปลอดภัยสําหรับการที่เขาจะก่อเหตุได้ เขาก็จะก่อเหตุ เขาไม่ได้ เจาะจงว่าพื้นที่ใด ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร แต่พื้นที่สุไหงโก-ลกนั้นมีเส้นทางเข้าสู่ เมืองสุไหงโก-ลกนั้นมี ๓ สายด้วยกัน มี ๓ เส้นทางด้วยกัน เส้นทางที่ ๑ ก็จากสุไหงโก-ลก ไปยังอําเภอตากใบ เส้นทางที่ ๒ จากสุไหงโก-ลกไปอําเภอสุไหงปาดี เส้นทางที่ ๓ ก็คือจากสุ ไหงโก-ลก ไปอําเภอแว้ง และทุกจุดทุกเส้นสายเราจะมีป้อมจุดตรวจของฝ่ายทหาร แล้วก็จุดเจ้าหน้าที่ที่มีบูรณาการ โดย อส. และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ เข้าไปเฝ้าแล้วก็ตรวจ แต่ส่วนใหญ่แล้วเราจะไปเน้นหลังจาก เหตุเกิดแล้ว เพราะฉะนั้นไม่แปลกว่าฝ่ายก่อการร้ายนี่จะขับรถยนต์บรรทุกระเบิดมากน้อย แค่ไหน เข้าไปวางที่ไหน เมื่อไร เวลาไหน สะดวกครับที่ผมเสียความรู้สึกอย่างมากในวันที่ เกิดเหตุผมอยู่ในเหตุการณ์ ก็คือว่าวันที่ผมกลับจากการประชุมในวันศุกร์ ผมได้กลับไปร่วม ละหมาดวันศุกร์เสร็จก็เข้าไปเยี่ยมเยียนในหมู่บ้านอีกหมู่บ้านหนึ่ง และระเบิดได้เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมอยู่อีกอําเภอหนึ่งห่างจากสุไหงโก-ลกประมาณสัก ๒๕ กิโลเมตร เสียงระเบิดได้ยินชัดเจนครับ จะบอกได้ว่าระเบิดมีน้ําหนักที่สามารถทําลายล้างได้อย่าง มากมาย คืนนั้นผมก็ออกจากอําเภอแว้งเพื่อเข้าสู่อําเภอสุไหงโก-ลก ปรากฏว่าจุดตรวจที่ เจ้าหน้าที่ทหารเฝ้าระวังอยู่นั้นไม่ยอมอนุญาตให้ผ่าน ผู้ที่มาจากสุไหงโก-ลกจะกลับไปแว้ง ก็ไม่ได้ จากแว้งจะเข้าสุไหงโก-ลกก็ไม่ได้ คนจากตากใบเข้าสุไหงโก-ลกไม่ได้ คนสุไหงโก-ลกจะกลับไปตากใบก็ไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันเส้นทางสุไหงโก-ลกไปสุไหงปาดี ไม่มีการเฝ้าระวัง ไม่มีการตั้งจุดตรวจ หลังจากที่ผมได้ไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บและที่เสียชีวิต ที่โรงพยาบาล โดยประมาณสักเกือบเที่ยงคืน ผมก็จะกลับไปอําเภอแว้งซึ่งเป็นบ้านพักของผม ปรากฏว่าไปหยุดที่จุดตรวจของเจ้าหน้าที่ทหาร มีรถยาวเหยียด เริ่มปิดเส้นทางตั้งแต่ทุ่มหนึ่ง ขณะที่ผมไปถึงนั้นเกือบเที่ยงคืนยังไม่เปิดให้สัญจรไปมาตามปกติ ผมไปเห็นสภาพเด็กที่นอน อยู่ในรถ เด็กนักเรียนที่พ่อแม่ไปรับจากโรงเรียนเพื่อจะกลับบ้านก็นอนค้างกันอยู่ในรถ พ่อค้าแม่ค้าเสร็จจากภารกิจจะกลับไปบ้านก็ต้องรอกันอยู่ที่นั่นแหละ กินข้าวหรือว่ายังไม่กิน ก็ไม่ทราบ คนบาดเจ็บหรือคนป่วยที่กลับจากโรงพยาบาลที่จะกลับไปยังบ้านของตัวเอง ก็ติดค้างอยู่ที่นั่นทั้งนั้น ผมก็ไปถามเจ้าหน้าที่ทหารว่าทําไมล่ะเหตุการณ์ได้ผ่านพ้นไป หลายชั่วโมงแล้วนะ ในพื้นที่สุไหงโก-ลกเขาก็เคลียร์กันหมดแล้ว ไปมาหาสู่เป็นปกติอยู่แล้ว ทําไมเราที่นี่ยังปิดเส้นทางไม่ให้เขากลับ ไม่อํานวยความสะดวกให้เขา เขาตอบว่าอย่างไร ท่านประธาน เขาบอกว่าไม่ได้ นายยังไม่สั่ง ผมบอกนายอยู่ที่ไหนล่ะ ฉก. ๓๖ ตั้งอยู่ที่ไหน อยู่ในพรุโต๊ะแดง ผมบอกทําอย่างไรให้ผมติดต่อได้ไหม อนุญาตเถอะ เด็กนอนอยู่ในรถอยู่ใน สภาพอย่างนี้ คนเหน็ดเหนื่อย คนป่วยกลับจากโรงพยาบาลที่จะต้องรีบกลับ ไม่ได้ ผมต้องทําตามคําสั่ง เพราะนายยังไม่สั่ง และถ้าหากผมถามว่าแล้วถ้าเกิดว่านายไปเมา อยู่ที่ใด ไปนั่งร้องคาราโอเกะที่อื่นนี่ลืมที่จะสั่งเปิด เขาบอกเขาก็ทําไม่ได้เขาบ่นที่ผม ประทับใจและติดใจมากที่สุดก็คือเขาบอกว่า ผมต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ต้องมาทะเลาะกับ ชาวบ้าน เพราะเป็นคําสั่งอย่างนี้ นี่คือข้อเท็จจริงท่านประธาน ความรู้สึกของพี่น้องในพื้นที่ ที่มีเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ วันนี้ต้องยอมรับครับว่าไม่มีความมั่นใจในชีวิต ไม่มั่นใจในความ ปลอดภัยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ทั้งพื้นที่ ๓ จังหวัด มันคืออะไรกันแน่วันนี้ผมจะ ไม่พูดพาลไปถึง ๓ จังหวัด ผมไม่บังอาจที่จะไปรู้ปัญหาของจังหวัดปัตตานีดีกว่าคนปัตตานี ผมไม่ทราบปัญหาของจังหวัดยะลาดีกว่าคนยะลา แต่ที่ผมทราบดีมากที่สุดก็คือ พื้นที่ ๓ อําเภอในเขตเลือกตั้งของผม นั่นคืออําเภอสุไหงโก-ลก อําเภอแว้ง อําเภอสุไหงปาดี อําเภอแว้งผมเคยเสนอให้กับฝ่ายที่รับผิดชอบว่าเป็นพื้นที่ที่มี ความสงบและไม่มีเหตุการณ์ และผมก็มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่อําเภอแว้งของผมนั้น แนวคิดลักษณะอย่างนี้ไม่มีแน่นอน อําเภอสุไหงโก-ลกก็เช่นเดียวกัน อําเภอสุไหงปาดีอันนี้มี มีแนวคิดในการที่จะใช้ความรุนแรง แต่ถามว่าสิ่งที่เขากระทําอยู่ในขณะนี้เขาทําเพื่ออะไร วันนี้ผมเองก็ได้สัมผัสกันบ้างกับกลุ่มแนวร่วมที่กลับใจ แล้วก็ได้สะท้อนถ่ายทอดความรู้สึก ข้อเท็จจริง ท่านประธานครับ ปัญหาของความไม่สงบอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้น ถ้าเราเหมาว่า เป็นปัญหาเรื่องของการแบ่งแยกดินแดนแล้ว ผมตอบได้เลยครับท่านประธานว่าไม่ใช่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อีกพื้นที่หนึ่งอาจจะมีแต่ไม่ใช่จํานวนมาก ในจังหวัดนราธิวาส ก็อาจจะมีบ้าง แต่ไม่ใช่ทุกพื้นที่ ผมยืนยันได้ว่าอําเภอแว้งของผมนั้นชาตินิยม หรือรสนิยม ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะเอียงที่จะคล้ายคลึงกับพี่น้องในประเทศมาเลเซีย เสียมากกว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านประธานครับ มันยังมีความแตกต่างไม่ว่าจะเป็น ความคิด ไม่ว่าในเรื่องของรสนิยม ไม่ว่าในเรื่องของความนิยม ไม่ว่าในเรื่องวัฒนธรรม ประเพณี แม้กระทั่งสําเนียงภาษาพูดในพื้นที่ก็ยังมีความต่างกันอยู่ ประเพณีการละเล่น ในพื้นที่ของผมโดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่ติดกับประเทศมาเลเซียนั้นบางสิ่งบางอย่างก็ไม่มี ในจังหวัดยะลา แล้วก็ไม่เป็นที่นิยมของชาวจังหวัดปัตตานี เพราะนั่นมันมีความแตกต่าง มันยังมีความต่างกันอยู่ แต่ในเมื่อข้อมูลข้อสรุปของผู้ทรงมีอํานาจนี่ชอบนักเรื่องสรุป เหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ กลุ่มแบ่งแยกดินแดนก็เริ่มต้นมาในสมัยที่เป็นปี ๒๕๔๗ ก็ช่วงของ พรรคไทยรักไทย ขออภัยผมต้องเอ่ยนามในฐานะที่เป็นผู้นําในขณะนั้นก็คือ ฯพณฯ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นท่านก็ยืนยันว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการที่จะแบ่งแยกดินแดน แต่วันนี้ท่านยอมรับผิด ยอมรับในความผิดพลาดว่าที่ท่านใช้การแก้ปัญหาโดยการใช้ความรุนแรงเข้าไปแก้ปัญหานั้น เนื่องจากว่าได้ข้อมูลจากคนข้างตัวให้ข้อมูลที่ผิด ๆ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ นี่แหละ ปัญหามันถึงไม่จบสิ้นเพราะคนกําหนดนโยบายอยู่ที่กรุงเทพฯ อยู่ที่ส่วนกลาง ไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่รู้ปัญหา เมื่อข้างล่างชงขึ้นมาอย่างไรกําหนดกันไป ต้องการงบประมาณเท่าไรก็อัดเข้าไป ในที่สุดปัญหามันถึงไม่ยุติ ผมคนเกิดที่นั่น เรียนที่นั่น ปัจจุบันนี้ครอบครัวก็อยู่ที่นั่น ชาวอําเภอแว้ง ชาวจังหวัดนราธิวาส ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ นั้น แน่นอน ผมคิดว่าผมคนหนึ่งที่จะรู้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เลือกตั้งของผม ท่านประธานก็ทราบว่าการเป็นนักการเมืองนั้นกว่าจะชนะ กว่าจะได้มา เราก็ต้องอาศัยแขน ขา หรือหัวคะแนน หัวคะแนนของผมจะพูดได้ว่าเต็มพื้นที่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ทุกพื้นที่มีการเคลื่อนไหวผมต้องรู้ และการแข่งขันในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นเราก็แข่งขันกัน รุนแรง ทุกครั้งเวลาเรามีการเลือกตั้งมักจะอิงในเรื่องของศาสนาและภาษา ผมในฐานะที่เป็น ลูกหลานชาวจังหวัดนราธิวาส เป็นคนไทยเชื้อสายมลายู นับถือศาสนาอิสลาม สิ่งนี้ผม อยากจะเรียนให้ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านได้ทราบด้วยว่าเหตุที่เรามองพื้นที่ ตรงนั้นคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงเนื่องจากว่าเราไปประมาณว่าคนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นเป็น ชาวมุสลิม เราลืมว่าคนมุสลิมในพื้นที่ตรงนั้นเขาก็คือคนไทย แต่เวลาเรานิยามหรือเราระบุ เราจะสังเกตเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่เวลากล่าวเวลาคนชุมนุมกันเยอะ ๆ ถ้าหากว่าเป็นชาวไทย แยกมาทางซ้าย ชาวมุสลิมแยกไปทางขวา เรานี่แหละไปแยกเขา ผมยังแปลกใจว่าทําไมเวลา เราพูดลงสื่อ พูดถึงปัญหาปักษ์ใต้เราจะต้องพูดประชาชน ๒ กลุ่มว่า ๑. เป็นคนไทย ๒. เป็นคนมุสลิม ในที่สุดก็คาดเดาว่าปัญหาทั้งหมดนั้นเกิดจากความแตกแยกทางความคิด หรือขัดแย้งทางศาสนา จนบางพื้นที่นึกคิดไปถึงว่าเขาจะต้องทําสงครามศาสนาระหว่าง คนมุสลิมกับคนที่ไม่ใช่มุสลิม ทั้ง ๆ เรื่องเหล่านี้มันไม่มีเลย เหตุการณ์อย่างนี้ไม่มีเลย ถ้าหากว่าเราไม่ให้ข้อมูลว่าสื่อไม่ประโคมข่าวออกไปลักษณะอย่างนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่มีแน่นอน ผมยืนยันได้ เพราะสิ่งเหล่านี้ผมเองก็โตอยู่ในพื้นที่สุไหงโก-ลก ผมต้องสัมผัสทั้งวัดและมัสยิด แม้กระทั่งสมาคมจีนผมก็ต้องไปร่วมกิจกรรมโดยตลอด ผมเองก็มีที่ปรึกษาโดยเฉพาะ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ขอประทานอภัย ผมต้องเอ่ยนามท่านคือ พระเทพศีลวิสุทธิ์ ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดอยู่ในวัดประชุมชลธาราที่อําเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ท่านเป็น พระสงฆ์รูปหนึ่งที่มีบทบาททําความเข้าใจให้กับผู้หลักผู้ใหญ่เวลาลงไปพื้นที่แล้วเขาบอกว่า ที่นี่คนพุทธ คนมุสลิม เขาอยู่อย่างฉันพี่ฉันน้องไม่เคยมีปัญหา เวลาท่านจัดวันเกิดท่านก็เชิญ โต๊ะอิหม่าม ท่านจะเห็นภาพโต๊ะอิหม่ามเข้าวัด ท่านให้ซีดีมาให้ผมเปิดในสภาแห่งนี้ แต่ผมคิดว่า ขอใช้คราวหลังถ้ามีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมาอีก หรือมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนขึ้นมาอีก ผมจะได้นําเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างให้สภาแห่งนี้ได้ร่วมกันพิจารณา วันนี้ผมต้องเป็น วิทยากรต้องการให้บรรดาสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วก็ เสนอแนะให้กับฝ่ายบริหาร เพื่อนําข้อมูลที่พวกเราเห็นว่าเป็นแนวทางที่จะไปกําหนด มาตรการเพื่อเป็นประโยชน์ในเรื่องของความปลอดภัยของพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดแล้ว ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ที่สุด ผมไม่ขอใช้ประเด็นญัตติของผมนั้นมาโยงเกี่ยวกับการเมือง ผมไม่ต้องการให้พี่น้องประชาชน ของผมต้องล้มตายกันอีก เราสูญเสียทหารหาญทุกวัน เราต้องสูญเสียเด็กเยาวชนเกือบทุกวัน เราต้องสูญเสียทรัพย์สินอันมีค่าและสิ่งที่พี่น้องประชาชนหวงแหน เนื่องจากการก่อเหตุ ความไม่สงบนี้ไปทําลายทุกสิ่งทุกอย่าง แนวทางการแก้ปัญหา ผมอยากจะเรียนไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผมคิดว่ามี ความสําคัญอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม นโยบายที่เราเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ โดยใช้กองกําลังทหารนอกพื้นที่เข้าไปแก้ไขปัญหานี้ ลองทบทวนสิครับว่าความสําเร็จกับ ปัญหานี่น้ําหนักควรจะประเมินออกมาได้อย่างไร ถ้าหากเห็นว่าผลสัมฤทธิ์มันไม่ได้ผลตามที่ เราคาด ผมคิดว่าสมควรที่จะต้องปรับเปลี่ยน ให้โอกาสให้บทบาทกับกําลังทหารในพื้นที่บ้าง โดยเฉพาะทหารในกองทัพภาค ๔ ผมคิดว่าเขาก็มีคุณสมบัติแล้วก็มีขีดความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นคนที่รู้พื้นที่ ปัญหาอยู่ที่ว่าเอากองกําลังทหารนอกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น กองทัพภาค ๑ ภาค ๒ ไปประจําการ สิ่งแรกที่เป็นปัญหาก็คือว่า เวลาสับเปลี่ยนกําลังกัน ๓ เดือนหรือ ๖ เดือน สิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นําชุมชนหรือว่าชาวบ้านเขาเบื่อและรําคาญที่สุด ก็คือเวลาการไปซักถามข้อมูลของเจ้าหน้าที่ทหาร เปลี่ยนทีไปถามที เปลี่ยนทีไปถามที แทนที่ว่าจะใช้ข้อมูลที่คนแรกไปรับมาแล้วก็ส่งต่อ ๆ กันไป มันจะได้มีข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่นี่ข้อมูลมันขาดตอน รุ่นแรกไปอยู่ ๖ เดือน เอ้า หลังจากเปลี่ยนกําลังใหม่เข้ามาต้องศึกษา ต้องทําความเข้าใจกับชาวบ้านใหม่ อย่างนี้เมื่อไรจะแก้ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องทหารหาญที่ไปจากกองทัพภาค ๑ ภาค ๒ นั้นไม่มีความเข้าใจวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ และอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่เลย นี่แหละเป็นส่วนสําคัญเพราะประสบกับผมเอง ผมเวลาลงพื้นที่ไปสัมผัสเจอทหารเจอตํารวจบอกว่าบูรณาการอย่างดี ผมตอบชี้แจงให้ ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าไม่จริงละครับ มีบ้างบางพื้นที่หรือบางหน่วยทํางานดีเราชม แต่บางหน่วยสร้างปัญหา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมอยากให้ท่านนี่ประมวลเสียว่า นโยบายมาตรการที่เราไปวางไว้จากอดีตมาถึงปัจจุบันนี้อะไรที่ควรจะแก้ไข อะไรควรจะ ปรับเปลี่ยน อะไรที่เราควรจะยกเลิก หรือจะเพิ่มเติม ถ้าหากว่าท่านได้ทําตามที่ผมนําเสนอ อย่างนี้ ผมเชื่อว่าสถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นแก้ได้ ผมยกตัวอย่างเป็นข้อสังเกต อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เมื่อก่อนนี้พื้นที่ ๓ จังหวัด เราจะเรียกคลุมไปพื้นที่ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ในขณะที่เราเรียกพื้นที่นี้ว่า ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานีรถไฟหาดใหญ่ นี่เกิดระเบิดบ่อยเหลือเกิน แต่พอมาหลังปรับเรียกพื้นที่ใหม่ ตัดหาดใหญ่ออก ให้เหลือพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ ๔ อําเภอของสงขลา หาดใหญ่สงบ ผมเห็นว่าถ้าแนวทาง การแก้ไขปัญหาเกิดความสงบอย่างนี้ได้ทําไมไม่ใช้ในพื้นที่อื่นบ้างล่ะ อําเภอแว้งของผมเมื่อไร จะยกเลิก พ.ร.ก. อําเภอสุคิริน อําเภอสุไหงโก-ลก มีหลายอําเภอ บางอําเภอเขาก็อยากจะ คงไว้ แต่ถ้าหากว่าเราสามารถประเมินบางพื้นที่ พื้นที่ใดควรจะคงไว้ พื้นที่ใดควรจะยกเลิก ณ วันนี้คงไม่มีพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วครับ คงจะเหลืออยู่แค่ตําบล หรืออําเภอเท่านั้น แต่นี่เมื่อเราคุมพื้นที่ทุกตารางนิ้วของ ๓ จังหวัด มันก็เลยกลายว่าจังหวัดนราธิวาสไม่มีพื้นที่ ที่สงบเลย นี่คือความเสียเปรียบ เราต้องบอกข้อเท็จจริงว่าพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ที่มีการก่อเหตุร้าย อย่างเช่นวันนี้ที่อําเภอรือเสาะ และผมยืนยันด้วยว่าพื้นที่ที่อันตราย ก็จะไม่พ้นจากอําเภอศรีสาคร เพราะพื้นที่อําเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาสนั้นเป็นพื้นที่ป่า มีอาณาเขตติดต่อกับบันนังสตา ธารโต เป็นเทือกเขาที่มีป่าทึบ เหมาะสําหรับผู้ที่หลบหนีคดี หรือไปก่อตั้งกองทัพ หรือกองกําลังอะไรก็สุดแล้วแต่ พื้นที่ตรงนั้นมีจริง นั่นคือกองกําลัง ที่อยู่ในป่า ส่วนในเมืองก็คงจะเป็นแนวร่วม เพราะแนวร่วมถ้าหากว่าเราใช้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และบรรดากลุ่มอาสาและจิตอาสาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้วให้เขาเฝ้าระวัง ผมเชื่อว่า บางพื้นที่นั้นเราสามารถที่จะตัดออกจากพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยได้เลย สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะให้ทํา อยากให้รัฐบาลได้รับทราบและนําไปพิจารณา และประเด็นที่สําคัญอีกหลาย ๆ เรื่อง ที่ไปเกี่ยวโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องยาเสพติดซึ่งผมได้อภิปราย ไปแล้ว ยาเสพติดเป็นตัวปัญหาตัวฉกาจ เพราะยาเสพติดมันเป็นเรื่องผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดาหรือนักธุรกิจ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ของเราเองก็มีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้น บางครั้งก็เป็นเหตุการณ์ที่ก่อ โดยกลุ่มอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หักหลัง ตัดตอน เพราะฉะนั้นยาเสพติดในวันนี้ ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พื้นที่สุไหงโก-ลก หลังจากเกิดเหตุทันทีครับ เจ้าหน้าที่ก็ให้ข่าวว่าไปเกี่ยวโยงกับของกลุ่มค้ายาเสพติด ในเรื่อง ของการไปตรวจค้นของกองกําลังเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ส. ร่วมกับตํารวจประมาณ ๒๐๐ นาย ที่ไปบุกค้นในพื้นที่สุไหงโก-ลกก่อนที่จะมีเหตุระเบิดนั้น ผมว่าถ้าไปลักษณะอย่างนั้น มันจะไม่เกิดผลหรอกครับท่านประธาน อย่างนั้นเขาเรียกว่าไปสร้างภาพ แค่ประกาศว่า ไปลุยแต่ไม่ได้อะไรเลย ผู้ต้องหาก็ไม่ได้ และมีการต่อรองกันได้ด้วย อย่างนี้ผมไม่อยากให้มี ผมอยากให้รัฐบาลชุดนี้ขอเถอะ เหตุการณ์ในภาคใต้อย่าเอาไปเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองเลย อย่าไปหวังความได้เปรียบทางการเมืองเลย คิดเสียเถอะว่าคนที่กําลังรอความหวัง รอความมั่นใจเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินกับลูก กับหลาน ในครอบครัวเขา ล้วนแล้วเป็นคนไทยทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าคนไทยในพื้นที่ตรงนั้นจะเชื้อสายที่แตกต่างกัน เราก็ต้อง ยอมรับว่าในประเทศไทยจะหาคนไทยเชื้อสายไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คงหายาก ผมเองก็เป็น คนไทยเชื้อสายมลายู ท่านประธานก็คนไทยเชื้อสายจีน ถ้าจําไม่ผิด และสมาชิกในสภาแห่งนี้ ก็มีหลากหลายของชาติพันธุ์และเชื้อสาย ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ ญวน ลาว เพราะฉะนั้นการมีความแตกต่างทางชาติพันธุ์มันไม่ได้มีส่วนสําคัญ สิ่งสําคัญที่สุด ความภาคภูมิใจของความเป็นไทย ผมถึงอยากจะให้ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า จงสร้าง จิตสํานึกของพี่น้องประชาชนคนไทย อย่าไปปลุกกระแสศาสนานิยม จงปลุกของความเป็น ชาตินิยมเสีย ยกตัวอย่างอย่างประเทศมาเลเซีย ท่านประธานครับ ประเทศมาเลเซียเขามี ประชากรที่มีชาติพันธุ์ที่หลากหลายมากกว่าชาวไทยด้วยซ้ําไป ในประเทศมาเลเซียมีมาเลย์ เชื้อสายไทย มีมาเลย์เชื้อสายจีน มีมาเลย์เชื้อสายอินเดีย มีมาเลย์เชื้อสายอาหรับ มีมาเลย์ เชื้อสายมลายู มีมาเลย์เชื้อสายฮินดู หลากหลาย แม้กระทั่งศาสนาก็เช่นเดียวกัน แต่ชาวมาเลเซียเขามีความภาคภูมิใจทุกครั้งเวลาใครถามเขาว่าเป็นคนอะไร เขาบอกเขาเป็น มาเลเซีย นี่คือความภาคภูมิใจเขา เขาไม่มีมาเลเซียพุทธ ไม่มีมาเลเซียคริสต์ ไม่มีมาเลเซีย มุสลิม เขาจะภาคภูมิใจในความเป็นชาตินิยม ความเป็นมาเลเซียของเขา เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ต้องมาปลุกจิตสํานึกตรงนี้ ไม่ใช่เอาข้าราชการไปสร้างจิตสํานึกที่พื้นที่ ๓ จังหวัด ตัวเองยัง ไม่รู้เลยบางครั้งไปปลุกจิตสํานึกในยามเวลาที่อาการไม่ค่อยจะปกติ เช่น ไปประชุม ไปสัมมนาให้กับคนในพื้นที่ได้มีความรักชาติ รักแผ่นดิน ในลักษณะที่มันไม่พร้อม เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่จําเป็นจะต้องเอาคนจากภาคอื่น จากจังหวัดอื่นไปปลุกกระแส จิตสํานึกในคนในพื้นที่ เอาคนในพื้นที่นี่แหละ ทุกคนมีความภาคภูมิใจไม่แตกต่างกับสุรเชษฐ์ แวอาแซ มีความรักชาติ รักแผ่นดิน เพราะฉะนั้นปัญหาในเรื่องของการที่จะแบ่งแยกดินแดน ผมไม่ปฏิเสธว่าจะไม่มี มีแต่จํานวนไม่มาก เพราะฉะนั้นเราสามารถที่จะไปนึก เจาะเข้าไปหา ตัวบุคคล และเราจะดึงทํามวลชนให้กลับมาสู่ในอ้อมอกของความเป็นไทยได้อย่างไร ส่วนกองกําลังที่เราไปกลัวนักกลัวหนาแล้วปราบกันไม่ได้ ถ้าหากว่าเรามีแนวร่วม โดยภาค ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ผมเชื่อว่าบรรดาพวกนี้เขาอยู่กันไม่ได้หรอกครับ ก็อย่างที่ผมได้ เรียนเบื้องต้นว่าทุกครั้งที่เขาจะก่อเหตุเขาจะดูพื้นที่ต่าง ๆ ว่าที่ไหนสําหรับในการที่ก่อเหตุ และปลอดภัยสําหรับเขา เขาก็ก่อ เพราะฉะนั้นสิ่งสําคัญที่สุดก็คือว่ากวดขันความหย่อนยาน ของเจ้าหน้าที่ และสิ่งสําคัญและเป็นหัวใจสําคัญในการแก้ปัญหาในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการข่าว การข่าวต้องยอมรับว่าของเรานี่ไร้คุณภาพ ด้อย ถ้าจะเทียบกับ ฝ่ายตรงข้ามนี่ผมคิดว่าฝ่ายตรงข้ามรู้เรามากกว่า ในรายละเอียดผมไม่อาจจะพูดในสภา แห่งนี้ได้ แต่ถ้าหากว่ารัฐบาลใจกว้าง ถ้าจะแก้ปัญหาพื้นที่ ปัญหาปักษ์ใต้ให้เป็นรูปธรรม โดยใช้ความร่วมมือของความเป็นสมาชิก ของความเป็นผู้แทนของพี่น้องปวงชน ชาวไทยแล้ว เราไม่มีรัฐบาล เราไม่มีฝ่ายค้าน มาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น อย่าฟังข้อมูล หรือการข่าวฝ่ายของเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายเดียว มันไม่ตรง วันนี้การข่าว ผมไม่ต้องพูดว่า หน่วยไหน นั่งเทียนเขียน และลักษณะทํางานการบูรณาการของเจ้าหน้าที่นั้น ผมว่าส่วนใหญ่ ทํางานร่วมกันไม่ได้ ทหาร ตํารวจ พลเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่ผมพูดได้เลยครับว่า ตํารวจเขาไม่ทํางานกันเลย และการข่าวตํารวจก็ไม่มีตํารวจออกพื้นที่เลยครับ เดี๋ยวนี้ง่าย ปฏิบัติหน้าที่ง่าย วนอยู่แถวหน้าโรงพัก วนอยู่แถวโรงพักนี่แหละ จะเขียนอะไรก็เขียนไป นายก็ให้สัมภาษณ์อย่างโน้นอย่างนี้ ประสิทธิภาพการทํางานอย่างโน้นอย่างนี้ เดี๋ยวก็ตูม เดี๋ยวก็ระเบิด เดี๋ยวก็ยิงกันตาย เกิดเป็นประจํา เพราะไร้ประสิทธิภาพ ขาดความร่วมมือ ขาดความเป็นเอกภาพ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมคิดว่าก็คงจะนําเสนอในภาพรวม อย่างนี้ก่อน ในรายละเอียดผมคิดว่าก็คงจะไม่เหมาะถ้าหากว่าผมจะพูดผ่านการถ่ายทอด อย่างนี้ จริง ๆ แล้วนี่ผมอยากจะเสนอเป็นประชุมลับด้วยซ้ําไป แต่คิดว่าวันนี้ผมอยากจะให้ บรรดาเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ร่วมนําเสนอหรือว่ามีข้อแนะนําที่ดี เพื่อที่จะให้รัฐบาลนั้น ได้นําไปปรับ แก้ไข วางมาตรการที่ดีกว่า ที่ดีขึ้น
และอีกอย่างหนึ่ง อะไรที่รัฐบาลที่แล้วได้คิดได้ทํา ขอได้โปรดสานต่อ เถอะครับ มีผลเป็นรูปธรรมมาหลายเรื่องนะครับ อันใดที่คิดว่าไม่เหมาะกับเวลาและ สถานการณ์ที่จะต้องปรับเปลี่ยน อย่างนั้นก็ว่ากันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ข่าวว่าจะมีการ ปรับเปลี่ยนหรือว่าให้ความสําคัญกับ ศอ.บต. นี่น้อยไป จริง ๆ แล้วผมอยากจะให้รัฐบาล ชุดนี้มองไปอีกสักระยะหนึ่ง ดูบทบาทภารกิจของ ศอ.บต. ที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้วาง ได้กําหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อเข้าไปเป็นศูนย์ประสานงานของหน่วยราชการ ทุกกระทรวง ทบวง กรม และ ศอ.บต. ก็สังกัดอยู่กับนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าเหมาะ เพียงแต่ ขณะนี้ภารกิจอาจจะยังไม่สมบูรณ์ แต่สิ่งสําคัญที่สุดก็คือว่า ศอ.บต. มีสภาของประชาชน มีตัวแทนจากทุกพื้นที่ทุกฝ่ายมาร่วมสะท้อนในสภาของ ศอ.บต. แต่แนวคิดที่บอกว่าจะให้มี ศูนย์บูรณาการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคิดว่าถ้าไม่มีความจําเป็น หน่วยงานอะไรที่ลดได้ ลดเถอะ งบประมาณก็เช่นเดียวกัน อันไหนที่ไม่จําเป็น ผมคิดว่าถ้าลดก็ลดเถอะ เพราะว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เรามักจะเอ่ยและจะอ้าง พูดถึง แนวพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานก็คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา อันที่จริงแล้วแนวนี้หรือทฤษฎีนี้ถ้าหากว่าเราถือปฏิบัติ นี่แหละเป็นสูตรสําเร็จ แต่ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ผมเรียนเลยครับท่านประธานครับ ว่าจริง ๆ แล้วแค่เป็นส่วนราชการ นําไปเป็นข้ออ้างและเป็นคําสั่งให้ถือปฏิบัติ แต่ฝ่ายปฏิบัติจริงไม่เข้าใจปัญหา เข้าไม่ถึงพื้นที่ เอาแต่งบพัฒนา มุ่งมั่นในเรื่องงบเท่านั้น เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาหรือจัดโครงการในการ พัฒนาพื้นที่ ผมถึงบอกว่าเหลว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้บอกกล่าวในสภาในวันนี้นั้นนะครับ ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่ผมเองเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส เขต ๒ ซึ่งประกอบด้วยอําเภอสุไหงโก-ลก อําเภอแว้ง และอําเภอสุไหงปาดี ขอยืนยันว่าสถานการณ์ ในพื้นที่ตรงนั้น ผมพอที่จะประเมินได้และประมาณได้ อะไรที่ท่านมีความเห็นว่าที่จะเป็น ประโยชน์ต่อในการวางมาตรการจะให้ผมมีส่วนร่วมในการที่จะไปร่วมคิด หรือร่วมนําเสนอ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับส่วนราชการในพื้นที่แล้วด้วยความยินดีครับ วันนี้ก็หวังว่า การนําเสนอญัตติด่วนกรณีเหตุระเบิดที่สุไหงโก-ลกนั้น ก็หวังว่าทางรัฐบาลก็ได้ติดตาม และเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วก็ที่สูญเสียชีวิต และครอบครัวที่ได้รับการกระทบกระเทือน ไม่ว่าทางจิตใจ และในเรื่องของการสูญเสียทรัพย์สินทั้งหลายก็คงจะได้รับการเยียวยา เป็นที่พอใจ และหวังว่าการอภิปรายในวันนี้คงจะเป็นประโยชน์ที่จะให้ทางรัฐบาลโดยการนํา ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้นําปัญหาเหล่านี้ไปแก้ไขอุปสรรค และปัญหาเพื่อให้เกิดความสันติสุข ความสงบสุข และความสําเร็จในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และรวมถึง ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา ขอขอบคุณครับ