สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๘ กันยายน ๒๕๕๔

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา หารือเรื่องสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่สุไหงโก-ลก โดยเสนอแผนยุทธศาสตร์ต่อสู้กับยาเสพติดในภาคใต้ และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับกองกำลังที่ก่อความไม่สงบในภาคใต้ นอกจากนี้ยังยืนยันความจริงของข่าวที่ถูกกล่าวถึง และแสดงความมุ่งมั่นในการปรับปรุงการข่าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังหารือเรื่องการปรับปรุงหน่วยงานศูนย์อำนวยการบริหารภาคที่ 4 (ศอ.บต.) โดยยืนยันว่าจะไม่ยุบหน่วยงานนี้ แต่จะปรับปรุงให้ประสานงานกับหน่วยงานอื่นได้ดีขึ้น

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่านนะครับ ที่ได้กรุณาให้ความสนใจติดตาม สถานการณ์ของพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ๓ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างรุนแรงบ่อยครั้งทําให้เกิด ความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสภาวะทางเศรษฐกิจแล้วก็สังคมเป็นอย่างยิ่ง และล่าสุด ก็ได้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นในพื้นที่ใจกลางเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นในห้วงเย็นของวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๔ ที่มีผู้ก่อการรุนแรงได้กระทําการวางระเบิดในพื้นที่ย่านธุรกิจกลางใจเมือง สุไหงโก-ลกเป็นการวาง ๔ จุด และได้มีการเกิดระเบิด ๓ จุด และเจ้าหน้าที่สามารถที่จะตรวจพบ และได้ยิงทําลายระเบิดไป ๑ จุด ก็ทําให้เสียชีวิตทั้งหมด ครั้งสุดท้ายนับยอดแล้ว ๗ คนนะครับ และบาดเจ็บทั้งหมด ๙๘ คน

ผมก็ขอเรียนจากที่ท่านสมาชิกทั้งหลายได้กล่าวไว้หลายเรื่องเลยนะครับ จดมาก็ ๑๐ กว่าเรื่อง เรื่องที่ท่านพูดนี่มีความน่าสนใจอย่างยิ่งแล้วก็มีประโยชน์อย่างยิ่งทําให้ผม ต้องฟังจนจบเพื่อที่จะได้นําไปปรับปรุงแก้ปัญหาต่อไป แล้วผมก็ขอเรียนให้ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ได้รับทราบว่าผมให้ความสนใจกับ ๓ จังหวัดภาคใต้เป็นอย่างมาก แล้วทันทีที่ได้รับตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จุดแรกและสถานที่แรกที่ผมได้ไปเยี่ยมและไปรับทราบ สถานการณ์และไปตรวจเยี่ยมก็คือที่ ๓ จังหวัดภาคใต้โดยทันทีในวันรุ่งขึ้น แล้วก็เมื่อไปถึงแล้ว ผมก็ได้ให้แนวทางในการที่จะไปเยี่ยมทุก ๆ พื้นที่และทุกเดือนด้วย เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ผมได้มีการประชุมในฐานะที่เป็นประธานสภาทหารผ่านศึก ผมจะไปเยี่ยมนิคมอุตสาหกรรม ทหารผ่านศึกซึ่งไม่เคยได้รับการตรวจเยี่ยมเลยใน ๓ จังหวัดภาคใต้ในเดือนหน้า แล้วก็จะเยี่ยม ให้ครบทุกพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ด้วย ได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้ที่ได้มาฟังท่านผู้มีเกียรติ ทั้งหลายได้อภิปรายได้ชี้แจงถือว่าเป็นข้อคิดที่มีประโยชน์อย่างยิ่งที่ผมจะนําไปหารือในการ ไปตรวจเยี่ยมคราวหน้าด้วย และถ้าหากว่าท่านผู้ใดไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต้องการที่จะไปให้ข้อคิดเห็นหรือจะไปรับทราบใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ในพื้นที่กับผมด้วย ผมยินดีให้ติดตามไปนะครับ เพื่อไปรับทราบด้วยกัน แล้วก็ไปแก้ปัญหาด้วยกัน ต่อไป

สําหรับเรื่องการโยกย้ายที่ท่านผู้มีเกียรติได้พูดถึงว่าการโยกย้ายทหารนอกพื้นที่ เข้าไปแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ขอเรียนให้ทราบว่าในปีต่อไปนั้นเรากําลังจะ แก้ปัญหาเรื่องนี้ที่จะไม่ใช้ทหารจากพื้นที่อื่นจากภาคเหนือ จากภาคอีสานเข้าไปทํางานในพื้นที่ ภาคใต้อีกต่อไปแล้ว ขณะนี้กําลังจัดตั้งกองกําลังทหารพรานขึ้นอีก ๕ กองพัน ๕ กรมทหารพราน โดยใช้กําลังทหารพรานจากบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้เข้าไปทดแทนกําลังต่างพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเหนือ ภาคกลาง แล้วก็ภาคอีสานนะครับ แล้วก็จะได้ใช้ทหารหน่วยเหล่านั้น กลับไประวังป้องกันชายแดนต่อไป แล้วเราก็จะใช้ทหารพรานทั้ง ๕ กองพันเข้าไปอยู่ให้เต็มพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ โดยครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดต่อไป โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไปนะครับ โดยจะจัดให้มีกําลังทหารเข้าไปเสียก่อน ๒ กรม ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าคน ก็ขออนุญาตเรียน ให้ทราบนะครับ

เรื่องในการที่จะกําหนดพื้นที่ใน ๓ จังหวัด ขณะนี้กําลังมีการปรับพื้นที่ รับผิดชอบกันอยู่นะครับ เราได้มีการประชุมกันแล้ว แล้วก็วางพื้นที่แล้วว่ากําลังพื้นที่ อําเภอไหน ตําบลไหน มีสภาพที่ดีขึ้น เราจะยกสถานภาพของพื้นที่ต่อไปให้เป็นพื้นที่ ที่มีความเจริญแล้ว เพื่อที่จะได้มอบหมายให้กับกระทรวงที่จะต้องพัฒนาต่อไปโดยที่ไม่ต้องใช้ กําลังทหารเข้าไปเสียเวลาในพื้นที่เหล่านั้นนะครับ นอกจากนั้นเราก็จะปรับโครงสร้าง เพื่อบูรณาการความรับผิดชอบในส่วนราชการต่าง ๆ ด้วย เนื่องจากเมื่อมี ศอ.บต. ขึ้นมาแล้ว แล้วก็มีกระทรวงต่าง ๆ ถึง ๑๙ กระทรวง แล้วมีส่วนราชการอยู่อีก ๖ ส่วนราชการ รวมเป็น ๒๕ หน่วยของส่วนราชการที่เข้าไปอยู่ในนั้น แต่ขณะนี้การบูรณาการ การจะทํางานร่วมกัน การจะประสานมือร่วมกันนั้นยังขาดตกบกพร่องอยู่ ขณะนี้ได้มอบให้ กอ.รมน. ไปร่างโครงสร้าง ไปร่างวิธีการ และในวันที่ ๑๒ ตุลาคมนี้ จะได้เชิญทั้ง ๑๙ กระทรวง และอีก ๖ หน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องกับ กอ.รมน. เข้าประชุม เพื่อชี้แจงงานที่จะต้องร่วมมือกันบูรณาการต่อไปนะครับ

ในเรื่องที่ท่านพูดถึงกระแสนิยมเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น ขณะนี้ได้อยู่ใน แผนยุทธศาสตร์ของการต่อสู้เพื่อเอาชนะภาคใต้อยู่แล้วนะครับ ขณะนี้ได้ร่างแผนยุทธศาสตร์ ขึ้นมาแล้วและกําลังปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ใหม่ แผนยุทธศาสตร์ที่กําลังเป็นร่างอยู่ในมือผม อยู่ขณะนี้นะครับผมถือไว้ ถ้าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการ ผมจะไม่ปิดบัง ผมจะมอบให้หลังจากที่ปรับปรุงเสร็จแล้ว แล้วหลังจากแถลงการณ์แล้วในวันที่ ๑๒ ตุลาคมครับ ขณะนี้ได้พูดถึงกองกําลังที่ก่อเหตุความไม่สงบขึ้นในภาคใต้ วันนี้ได้มีรายงานให้ผม ทราบอีกแล้วว่าในจํานวน ๓ จังหวัดภาคใต้ประมาณ ๑,๖๐๐,๐๐๐ กว่าคนนั้น เรามีกองกําลัง จริง ๆ อยู่ ๖,๒๘๗ คน ก็กราบเรียนให้ทราบด้วย และต่อไปก็จะทําให้กองกําลังเหล่านี้เล็กลง เล็กลงทุกทีนะครับ

สําหรับเรื่องการข่าวซึ่งท่านนิพนธ์เพื่อนผมได้กล่าวมานี่ ผมขอยืนยันว่า ที่ท่านพูดทุกอย่างเป็นความจริงทั้งหมด ผมได้ไปตรวจสอบ แล้วผมได้ไปพิสูจน์แล้ว ผมเป็น ผู้ช่วยเสนาธิการฝ่ายข่าวของกองทัพบกมาเก่า แล้วทํางานด้านข่าวมานาน ความสําเร็จในชีวิต อยู่ที่การข่าว ความสําเร็จของการข่าวเสียก่อนถึงจะประสบความสําเร็จเรื่องอื่น แต่ผมก็ทราบว่า จุดบกพร่องหลายเรื่องของการข่าวอยู่ตรงไหนนะครับ แล้วความไม่มีประสิทธิภาพของหน่วยงานไหน ในเรื่องของการข่าว ผมจะขอน้อมรับข้อคิดเห็นต่าง ๆ ไปปรับปรุงในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นอีก ๕ ปี ๖ ปี มาแล้วนะครับ เมื่อสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผมไปทุกอาทิตย์ ไปเช็ก (Check) เรื่องการข่าวจากศูนย์รักษาความปลอดภัยจากข่าวกรองทางทหารจาก ศูนย์ข่าวกรองแห่งชาติ ก็เป็นอย่างที่ท่านว่านั่นแหละครับ คือข่าวเดียวก็แจกกันไปทั้ง ๓ หน่วยงาน เพราะฉะนั้นต่อไปนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีกนะครับ

ในเรื่องของ ศอ.บต. ว่าจะมีการปรับปรุงไหม ขอยืนยันนะครับว่า ศอ.บต. จะต้อง มีการปรับปรุงและสร้างงานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับหน่วยงานในกองทัพภาคที่ ๔ กับหน่วยงาน ใน กอ.รมน. แต่ไม่มีการยุบ ศอ.บต. นะครับ ขอยืนยันในที่นี่ด้วยว่าจะไม่มีการยุบอย่างเด็ดขาด เพราะว่างานของ ศอ.บต. นั้น ขณะนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาพื้นที่ ภารกิจ การพัฒนาในพื้นที่ของ ศอ.บต. กําลังรุกเป็นฝ่ายรุกอยู่ในพื้นที่อยู่ขณะนี้ เพราะฉะนั้น งานของ ศอ.บต. เรายุบไม่ได้ แต่การประสานงานกันกับหน่วยข้างเคียงยังมีปัญหาอยู่นะครับ เพราะการบรรจุบุคคลที่เข้าไปอยู่ด้วยกัน ถ้าหากว่าแม่ทัพภาคที่ ๔ เป็นหน่วยทหาร และถ้าหากว่าบรรจุ ผอ. ศอ.บต. เป็นรองปลัดมหาดไทยอย่างนี้นะครับ ตอนนี้มันจะมีปัญหา ในการที่จะประสานงานกัน เพราะว่าเราก็ไม่รู้ว่าใครจะใหญ่กว่าใครนะครับ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ มันจะต้องประสานงานกันได้ จะต้องมีสายการบังคับบัญชาอันเดียวกัน แล้วก็บูรณาการทุกหน่วยงาน ร่วมเข้าด้วยกัน ก็กําลังจะปรับใหม่ ปรับในเรื่องของสายการบังคับบัญชา ปรับในเรื่องของ ความแน่นแฟ้น แต่ไม่ใช่เป็นการยุบ ผมขอยืนยันด้วยก็แล้วกันนะครับ

นอกจากนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นที่สุไหงโก-ลก จากรายงานทางทหารนะครับ ผมก็ขอเรียนให้ทราบว่าก็เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มผู้ก่อการไม่สงบที่อยู่ในสภาวะเสียเปรียบ จากการรุกทางการเมืองนะครับ แล้วตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบทางยุทธวิธีต่อการปฏิบัติของเรา ที่ได้นํายุทธศาสตร์พระราชทาน ๒ ข้อคือ การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แล้วก็นํายุทธศาสตร์ ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงร่วมกับยุทธศาสตร์รองอีก ๖ ข้อของ กอ.รมน. มาเป็นแนวทาง ในการรักษาความสงบพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ เราก็เริ่มประสบความสําเร็จในการแย่งชิงประชาชน มากยิ่งขึ้น จึงทําให้ฝ่ายตรงข้ามต้องปฏิบัติการรุนแรงมากขึ้นนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ที่อยู่ในเมือง กลางใจเมือง และต่อเป้าหมายที่อ่อนแอ อย่างเช่น ประชาชน ครู พระ อย่างนี้เป็นต้น เพื่อแสดงอิทธิพลหวังผลในการที่จะสร้างความหวาดกลัวในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ให้กับประชาชนในพื้นที่ แล้วก็ประชาชนก็จะไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ต่อไป อันนี้เป็นยุทธวิธี ของฝ่ายนั้นนะครับ

นอกจากนั้นเท่าที่ทราบมาขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้มีการขยายตัวมากยิ่งขึ้นในขณะที่การปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ก็ได้เพิ่มความเข้มข้นขึ้นด้วย และในพื้นที่อําเภอสุไหงโก-ลกนั้นได้มีการจับกุมยาเสพติดได้หลายครั้ง ที่ที่หมายต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า ๑๒ ที่หมาย และในวันที่ ๑๓ กันยายนที่ผ่านมาก่อนวันที่ ๑๖ กันยายนที่จะเกิดเรื่องทางเจ้าหน้าที่ทหาร และตํารวจสามารถจับกุมยาเสพติด ผู้ค้ายาเสพติดได้จํานวนหนึ่งในพื้นที่บริเวณติดกับสถานที่ เกิดระเบิด จึงอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทําให้เกิดการวางระเบิดเพื่อสร้างอิทธิพลของขบวนการ ค้ายาเสพติดด้วยครับ ก็ขออนุญาตเรียนให้ทราบอีกทีหนึ่ง

ผมขออนุญาตใช้เวลาอีกไม่เกิน ๓ นาทีนะครับ เรียนถึงสถานการณ์ และความเป็นมาของความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืน ของกองพันพัฒนาที่ ๔ นะครับ ในปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาได้ดําเนินการแก้ไข ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด โดยกลุ่มก่อเหตุรุนแรง ยังมีความพยายามในการที่จะก่อเหตุร้าย ดํารงความมุ่งหมายตามแผนปฏิวัติ ๗ ขั้นตอนอย่างที่ ท่านพูดเมื่อกี้นี้ครับว่าเขากําลังจะใกล้ประสบความสําเร็จในแผนปฏิวัติ ๗ ขั้น ยับยั้งไว้ได้ในขั้นที่ ๖ แล้วเมื่อถึงขั้นที่ ๖ เราก็แย่งชิงมวลชนตามยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีผลกระทบโดยตรงต่อความสําเร็จตามแผนปฏิวัติ ๗ ขั้นตอนของ ฝ่ายตรงข้ามด้วย และในขณะเดียวกันนี่ครับ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงก็ได้เร่งก่อเหตุเพื่อสื่อสภาพ ความรุนแรงให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เราจะเห็นว่าขณะนี้ความรุนแรงมันเพิ่มมากยิ่งขึ้นนะครับ โดยการพัฒนารูปแบบการก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ริเริ่มต่อเป้าหมายด้วยการปฏิบัติทางทหาร อย่างรุนแรงในพื้นที่หลาย ๆ พื้นที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งต่อมารัฐบาลที่แล้วนี่ครับ ได้มีการปรับเปลี่ยน หน่วยงานและความรับผิดชอบให้เหมาะกับสถานการณ์มาโดยลําดับ มีการจัดตั้งกองอํานวยการ รักษาความมั่นคงภายในขึ้น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องของนโยบาย มีกองอํานวยการ รักษาความมั่นคงภายใน ภาค ๔ รับผิดชอบพื้นที่ที่รับผิดชอบทั้งหมด มีศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ศอ.บต. รับผิดชอบงานด้านพัฒนาทั้ง ๓ จังหวัดทั้งหมด มีกองบัญชาการผสมพลเรือน ตํารวจ ทหาร ที่เรียกว่า พตท. รับผิดชอบด้านความมั่นคงนะครับ เพราะฉะนั้นได้มีการปรับมาแล้วตั้งแต่ก่อนที่จะมาถึงเดือนนี้ แล้วก็ต่อมาในการพัฒนาการที่สําคัญ ก็คือได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ได้กําหนดให้สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ จัดทํานโยบายบริหาร และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ให้ ศอ.บต. จัดทํายุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาทั้งหมด ทั้ง ๓ จังหวัดด้วย แล้วกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในก็จัดทํายุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ขึ้นมา ได้นําบทบัญญัติในมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๓ มาบังคับใช้แล้วนะครับ ซึ่งหลักสําคัญของมาตรานี้ก็คือการเปิดโอกาส ให้ผู้ที่กระทําผิดและผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์กลับเข้ามาอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่ง ที่แสดงถึงนโยบายของการเมืองนําการทหารอย่างแท้จริงใน ๓ จังหวัดภาคใต้ และเริ่มเข้าสู่ การพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบนะครับ ยืนยันอย่างที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ไม่มีการอุ้มฆ่าอย่างเด็ดขาด เลยนะครับ แล้วเราก็มีการจัดตั้งหน่วยขึ้นมาแล้วที่จังหวัดยะลานะครับ แล้วก็มีทั้งเจ้าหน้าที่ ของผู้ที่กลับใจรับผิดชอบแล้วมาเปิดศูนย์อยู่ที่จังหวัดยะลาในขณะนี้

แล้วในขณะเดียวกันเราก็น้อมนํายุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แล้วก็หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นยุทธศาสตร์หลัก แล้วก็สร้างยุทธศาสตร์รอง ๖ ยุทธศาสตร์ด้วยกันนะครับ ๖ ยุทธศาสตร์นี่ท่านมาดูได้ที่ผม ผมพร้อมที่จะให้ดูในรายละเอียด ของยุทธศาสตร์ด้วย ซึ่งการปฏิบัติในภาพรวมในปี ๒๕๕๔ จนถึงวันนี้ ผลการปฏิบัติเชิงรุกแล้วก็ กดดันติดตามกลุ่มก่อความไม่สงบนั้น แล้วก็รวมทั้งการสร้างมวลชนสัมพันธ์ของทางกองทัพ ทําให้สถานการณ์ความรุนแรงโดยส่วนรวมนะครับ ทั้งปีมีสถิติลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบ กับปีที่แล้วปีที่ผ่านมา ในการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ในปีต่อไปนี้ก็จะถือกรอบนโยบาย การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนนะครับ ขณะนี้เราได้ มีการประชุม กอ.รมน. ไว้ล่วงหน้านะครับ ที่จะจัดให้มีการแก้ไขโครงสร้างให้มีการบูรณาการ กับกระทรวงต่าง ๆ หน่วยงานต่าง ๆ ขึ้นใหม่ เพื่อให้มีสมรรถภาพมากยิ่งขึ้น แล้วก็จะได้แถลงแผน ในวันที่ ๑๒ ตุลาคมนี้นะครับ เราเรียกว่า แผนรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรประจําปี พุทธศักราช ๒๕๕๕-๒๕๕๗ นะครับ

ในส่วนของด้านกําลังพลนั้น ขอยืนยันอีกทีว่าจะมีการถอนกําลังทหารหลัก ออกจากนอกพื้นที่เป็นบางหน่วย จัดกําลังพลที่เป็นทหารพราน ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นประชาชน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้เข้าปฏิบัติการทดแทนกําลังพลหลักที่จะถอนออกไปในเดือนตุลาคม เพื่อเพิ่มกําลังทหารพรานอีก ๒ กรม แล้วจะทยอยเพิ่มให้ครบตามจํานวนอีก ๓ กรม เพื่อให้ครอบคลุมในการปฏิบัติทุกพื้นที่ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ครับ

ผมก็มีเรื่องที่จะเรียนให้ทราบแต่เพียงเท่านี้นะครับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นและ เป็นอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ถือว่าเป็นความห่วงใยของพี่น้องประชาชนชาวไทย ด้วยกันทุกคนนะครับ และมีการแสดงออกถึงความห่วงใยในรูปแบบต่าง ๆ กัน เพราะฉะนั้นการ เสนอญัตติของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ถือว่าเป็นวิธีของความห่วงใยอีกวิธีหนึ่งในการแสดงให้เห็น ถึงความรักชาติ ความสนใจ และความห่วงใยที่ดีต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ แล้วก็ถ้าหากว่าท่านยังมีข้อที่จะเสนอแนะประการใด ผมพร้อมที่จะรับฟังอยู่ตลอดเวลา ครับ เพื่อนําเอาไปประชุมแก้ไขใน ๓ จังหวัดภาคใต้ในเดือนต่อไป แล้วก็ท่านผู้ใดที่ต้องการไป พร้อมผมเพื่อจะได้ประสบด้วยตัวเอง ผมยินดีที่จะให้ร่วมไปด้วยกันตลอดเวลานะครับ เพื่อ ประโยชน์รักษาความสงบพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของเราต่อไปครับ ขอบคุณครับ