จตุพร พรหมพันธุ์ หารือเรื่องกรณีระเบิดที่สุไหงโก-ลก และความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมมือแก้ไขปัญหานี้ และยอมรับความจริงว่าปัญหานี้ใหญ่มาก และไม่สามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องรักษาความสามัคคีของคนไทย และการหลอมรวมความแตกต่างของเชื้อชาติและศาสนา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอกราบเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าญัตติด่วนกรณีระเบิดที่สุไหงโก-ลก และความไม่สงบ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ท่านประธานคงจะจําความเหมือนกับกระผมว่าตั้งแต่ สมัยที่แล้วที่กระผมเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือถอยกันไปอีกหลายปีนั้น กรณี ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้เกิดเป็นปัญหามาโดยตลอด วันนี้ไม่ใช่ว่าอยู่ที่ รัฐบาลไหนละครับ เราต้องยอมรับความเป็นจริงแล้วต้องวางความเป็นพรรคฝ่ายค้าน ความเป็นรัฐบาล ความเป็นเขาเป็นเราออกมาให้ได้ ถ้ากรณี ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราปฏิบัติเหมือนที่ผ่านมา เวลาเป็นพรรคฝ่ายค้านรู้ทุกเรื่อง พอเป็นรัฐบาลไม่สามารถแก้ไข ปัญหาได้ หลังจากนั้นมันก็วนเป็นวัฏจักรเวียนกันมาอย่างนี้กันมาโดยตลอด ผมจึงเรียนกับ ท่านประธานว่าการเลือกตั้งการแข่งขันระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาลมันจบลง ตั้งแต่ ๓ กรกฎาคมแล้ว วันนี้เหลือแต่เพียงว่าเราจะช่วยกันในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างไร
กรณีที่ท่านตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลนี้เข้ามาแล้วมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั่งตรงนี้ถ้าท่านได้ติดตามข่าวสารจะแลเห็นเลยว่า รัฐบาลเพิ่งได้มีการประชุมมอบหมายงานแต่คนรับผิดชอบอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังเป็นคนเดิมที่รัฐบาลในอดีตตั้งอยู่ครบถ้วน ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่าถ้าเราไม่แบหัวใจ กันออกมานั้น ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีวันจะแก้ไขได้เลย พวกกระผมต้อง ยอมรับเช่นเดียวกันว่านับตั้งแต่ร้อยปีมามีปัญหาหนักเบาเรียงตามลําดับ มีประวัติศาสตร์ มากมายที่ได้มีการอภิปรายไปแล้ว รัฐบาลของพวกกระผมแก้ไม่ได้ ยอมรับครับ พอเรื่องถึง รัฐบาลท่านท่านก็แก้ไม่ได้ ก็มาถึงรัฐบาลพวกผม ยอมรับกันเสียเถอะว่าเราต่างล้มเหลว ด้วยกันทั้งคู่ในกรณี ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราไม่สมควรจะมาพูดใครโน่นดีกว่านี่ดีกว่า ไม่มีใครดีเลยตราบใดที่ยังมีคนตายอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมได้อภิปรายเรื่องนี้ บอกว่าเราต้องเอาความรู้สึกมาแบกันแล้วว่ามีคนตายกว่า ๕,๐๐๐ คน บาดเจ็บเป็นหมื่น ใช้งบเป็นแสนล้าน แล้วก็ไม่มีวี่แววว่าความตายนั้นจะหยุดลงอย่างไร ไม่ต้องมาชี้แจงว่า สมัยผมตายน้อยกว่า สมัยท่านตายมากกว่า นี่มันอธิบายได้อย่างไรครับ ถ้าตายน้อยกว่า แปลว่าดีกว่าหรือครับ ดีที่สุดคือไม่ต้องมีใครตายและอยู่อย่างผาสุก แต่เวลานี้กําลัง เข้าใจครับ เพราะคิดว่าเราต่างเป็นนักการเมืองต้องมีการแข่งขัน มันจบไปแล้วครับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกท่านชนะ แต่พวกผมชนะจากจุดอื่นเป็นรัฐบาล แต่ภาระฐานะ คนไทยนั้นต้องรับผิดชอบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเรียนกับท่านประธานว่า กรณีการอุ้มฆ่า กรณีการยิงคนใช้สไนเปอร์ (Sniper) เลวไม่แตกต่างกัน สร้างปัญหาให้กับ ทุกที่ของสังคมไทย วันนี้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ คณะกรรมาธิการสามัญศึกษาอะไร ทุกปี ท้ายที่สุดปัญหาก็แก้ไม่ได้ วันนี้ต้องถามใครละครับ ผมบอกว่าต้องถามประชาชน ผู้อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้เงื่อนไขว่าเราจะต้องแบ่งแยกประเทศไทยไม่ได้ แม้แต่เพียงตารางนิ้วเดียว ที่เหลือจะว่าอย่างไรกัน ผมเรียนกับท่านประธานว่าถ้าตราบใด ที่เราคิดจากส่วนกลางลงไปปัญหาไม่จบครับ แล้วปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันซ้อนด้วยเชิงผลประโยชน์ ผมได้อธิบายในสภานี้ต่างกรรมต่างวาระหลายครั้งแล้ว ฝ่ายความมั่นคงทุกยุคทุกสมัยครับ ไม่ต้องการให้ประเทศนี้มีความมั่นคงละครับ ถ้าประเทศ มันมีความมั่นคง ฝ่ายมั่นคงก็ไม่รู้ว่าจะทําอะไรเหมือนกัน ท่านประธานคงจะแลเห็นว่าถ้าช่วง การพิจารณางบประมาณไม่ว่าสมัยรัฐบาลไหนละครับ เสียงระเบิดก็จะดังถี่ การประมูล จัดซื้อจัดจ้างใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิธีพิเศษทั้งสิ้น ไม่มีการตรวจสอบ ตูมตาม ตูมตาม ตูมตาม อนุมัติ อนุมัติ อนุมัติ เป็นอย่างนี้กันมาโดยตลอด ผมจึงบอกว่านี่คือ บ่อน้ํามันของประเทศไทยคืออยู่ที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตราบใดที่ยังมีผลประโยชน์ รัฐก็เอางบประมาณภาษีอากรประชาชนลงเป็นแสนล้านบาท ยาเสพติดก็สะพัดดังระเบิด เท่าไรคนยิ่งไม่พูดยาเสพติด ดังระเบิดมากเท่าไร คนไม่พูดเรื่องของเถื่อน เพราะฉะนั้น ผลประโยชน์มันซ้อนทับเหมือนกับว่าการมีปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ทั้งเงินหลวง ได้ทั้งของเถื่อน ได้ทั้งยาเสพติด ท่านประธานลองไปดูเถอะครับ ผมเองเรียนรามคําแหง เพื่อนพ้องน้องพี่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก้าวมาสงขลา ล้ําไปสตูล สตูลนี่มีปัญหา น้อยที่สุดเพราะคนพูดภาษายาวี ๓ ตําบล แต่ทั้งหมดก็คือว่ามันมีปัญหาที่มันสะสม ความน้อยเนื้อต่ําใจสะสมมาเป็นตามลําดับ และทัศนคติของคนที่ลงไปแก้ไขปัญหา ส่วนใหญ่ก็คือว่าคนมีปัญหาเดี๋ยวจะลงโทษ ลงโทษอย่างไร ส่งไป ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเป็นหลักคิดอย่างนี้กันมาโดยตลอด ทั้งที่นั่นมันจุดปัญหาอยู่แล้วต้องเอาคนดีไปแก้ไข ปัญหา แต่เวลาจะลงโทษใครเอาไปขู่ไว้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่หลักคิดหนึ่ง อีกหลักคิด อย่างที่ผมได้เรียนกับท่านประธาน ลงไปทํามาหากินกันใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเรียนกับท่านประธานว่า เพราะฉะนั้นวันนี้นี่นะครับเราต้องยอมรับว่าความแตกต่าง ความคิดได้เกิดขึ้นมาจริงแล้ว เพียงแต่เราจะบริหารความแตกต่างนั้นได้อย่างไร อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณซึ่งเคยเรียกกระบวนการเคลื่อนไหวนี่นะครับโดยไม่ให้ราคา เพราะ ไม่ต้องการยกระดับการต่อสู้ขึ้นมา เพราะถ้าประเทศไทยยกระดับการต่อสู้ของคนที่เคลื่อน อย่างนี้เข้ามามันก็จะกลายเป็นปัญหาใหม่ แต่ทั้งหมดผมเรียนกับท่านประธานว่าข้อเท็จจริง ต่าง ๆ วันนี้เราต้องกลับกันไปคิดใหม่ แล้วเราต้องยอมรับอย่างเดียวกันว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของรัฐบาล ไม่ใช่ของพรรคฝ่ายค้าน ใครแก้ไขปัญหาได้หน้าได้เท่ากัน ๖๓ ล้านคน เพราะนี่เป็นสิ่งที่คาใจของคนไทยทั้งชาติ
ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเองก็เห็นว่าเรื่องควรจะให้ รัฐบาลไปนั่งว่ากัน รับข้อเสนอความคิดต่าง ๆ ไปว่ากัน แล้วตัวรัฐเองนี่แหละครับ ลงไปฟังความชาวบ้านว่าเขาต้องการให้บรรยากาศของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปตรงไหน เจอด่านทหาร ไปเผาศพก็เจอทหารในวัด ไปงานทุกงานนี่ละครับเจอทหารบรรยากาศแบบนี้ หรือเปล่า หรือข้าราชการจะว่าอย่างไร ตํารวจจะมีบทบาทหน้าที่อย่างไร ฝ่ายปกครอง จะมีหน้าที่อย่างไร ปัญหาข้าราชการ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อมันมีองค์ประกอบ ๒ ส่วน เราเคยมีกรณีปัญหาเรื่องจ่าเพียร ท่านประธานคงจะจําได้ พรรคพวกผมเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ อธิบายฟังด้วยน้ําตานองหน้าว่า คนที่พอไปอยู่ที่นั่นนานปะทะกันมาหลายครั้ง ฝ่ายคู่ต่อสู้เขา เรียกว่าเขาจะมาล็อกเป้า ล็อกเป้าเป็นอย่างไรครับ ตํารวจหรือทหารที่ถูกล็อกเป้าไม่เกิน ๑ เดือนตายทุกราย กรณีแบบจ่าเพียรนี่เขารู้เลยว่าเขาถูกล็อกเป้า น้ําตานองหน้า ไปทําเนียบรัฐบาล ขอย้ายไปเพราะรู้ว่าตัวจะตายเหมือนจะรู้ แล้วบอกว่าผมคงจะได้เป็น พลตํารวจเอก เขาคงจะต้องการได้ยศนั้น แปลความว่าถูกฆ่าตายแล้วได้เลื่อนขั้นเป็น พลตํารวจเอก เพราะฉะนั้นชะตากรรมต่าง ๆ มีบทเรียนมากมายทุกรัฐบาลละครับ วันนี้ไม่มีใครเก่งจริงหรอกครับ ถ้ารัฐบาลพวกผมเก่งจริง รัฐบาลพวกท่านเก่งจริง แก้ไขได้แล้วครับ วันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันใหญ่มากจริง ๆ ตราบใดที่เราไม่สามารถทลายความรู้สึก ไม่ว่าเรื่องทางการเมือง ไม่ว่าเรื่องเชิงผลประโยชน์ได้แล้วปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีวันที่จะแก้ไขได้เลย ผมเรียนกับท่านประธานว่า วันนี้นี่นะครับเราต้องมีหน้าที่รักษา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่แค่ว่าได้ดินแดนแล้ว ไม่เสียใคร แต่ต้องรักษาหัวใจ ท่านประธานลองเดินทางไปยังอําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สิครับ บ้านที่เป็นทาวน์เฮ้าส์ บ้านที่เป็นบ้านเดี่ยว ราคาแพงกว่ากรุงเทพมหานคร คนมาซื้อ ก็พวกอพยพจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคุยกับพรรคพวกผมนะครับ ขอนแก่น คน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อพยพ แต่ละจังหวัดคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิธีแก้ไขปัญหาคือออกนอกพื้นที่ ถ้าเป็นสภาพอย่างนี้ท่านประธานลองคิดดูว่าจะเกิดปัญหา อย่างไร ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับ ส.ส. สงวน พงษ์มณี ว่าเราควรจะมีวาระ ประชุมลับกันสักทีหนึ่ง ถอดหัวโขนออกเถอะครับ ฝ่ายค้าน รัฐบาลออก ยอมรับความจริงว่า ล้มเหลวกันมาทั้งคู่ มานั่งว่ากันว่าทางที่ถูกแล้วเราจะแก้ไขกันอย่างไร อุ้มฆ่ามีที่ไหนบ้าง ว่ากัน คดีความต่าง ๆ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ขบวนการต่าง ๆ นั้นเกี่ยวพันกับตรงไหนอย่างไร มาว่ากัน สุดท้ายไปถามประชาชนว่า เรากําหนดอนาคตของเราอย่างไร ที่ผมเรียนกับ ท่านประธานเมื่อตอนต้นว่าวันนี้เราถามแต่สภา ถามแต่ความเป็นธรรม ถามทหารว่าอย่างไร ถามรัฐบาลว่าอย่างไร ถามตํารวจว่าอย่างไร ถามผู้แทน ส.ว. ว่าอย่างไร กลับไปถาม ประชาชน ๑,๘๐๐,๐๐๐ คนตรงนั้น เขาควรกําหนดอนาคตของเขาเอง ภายใต้ความเป็น ประเทศไทยที่แบ่งแยกไม่ได้ เขามีเสรีภาพเรื่องศาสนา เรื่องความเชื่อ แต่เขาต้องเป็นคนไทย อยู่ในประเทศไทยภายใต้กติกาของประเทศไทย แต่เราจะหลอมรวมความแตกต่าง ด้านเชื้อชาติ ด้านศาสนา ให้มันมีความกลมกลืนกันได้อย่างไร ท่านประธานลองไป อ่านหนังสือวันที่ประเทศไทยนี่แหละครับถูกแบ่งดินแดน ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู ปะลิส ประเทศไทยบันทึกไว้หมดเลยครับ ว่าหมู่บ้านนี้ไปกี่คน ผู้ใหญ่บ้านชื่ออะไร วัดนี้พระไปกี่รูป เจ้าอาวาสชื่ออะไร บันทึกกันไว้หมด ทําไมมาเลเซียจึงอยู่กับคนไทยกลุ่มนี้ยังมีประเพณี สงกรานต์ ลอยกระทง เขาอยู่กันได้ เหมือนซีกนี้นะครับทุกซีกที่มีคนไทยไปอยู่ ประวัติศาสตร์นี่นะครับเล่าความเป็นมาทั้งหมดว่าเราล้วนแต่เป็นพี่น้องกันทั้งนั้นในกลุ่ม ประชาคมอาเซียนที่มีชายแดนติดกัน ไม่ว่ามาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา เพราะฉะนั้น เมื่อคนไทยยังอยู่ประเทศเหล่านั้นยังไม่มีปัญหา พี่น้องที่มีเชื้อชาติที่แตกต่าง ภาษาที่แตกต่าง ก็เหมือนกับคนไทยที่อยู่ในประเทศเหล่านี้ ทําไมเขาอยู่ร่วมกันได้ ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่า ณ วันนี้เราต้องกางหัวใจแบหัวใจกันออกมา และผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ก็มีความตั้งใจที่จะ แก้ไขปัญหา ผมเรียนกับท่านประธานว่า ถ้ากรณีนี้พูดภาษาบ้านเราว่าเราไม่ตีกิน ไม่หาเศษ หาเลยกันแล้วมานั่งว่ากัน เราไม่มีวาระของการเหน็บแนม แล้วมานั่งขึงกันเลยว่าเราจะแก้ไข ปัญหากันอย่างไร ผมว่าถ้าเราเริ่มต้นกันแบบนี้อย่างที่ผมเสนอ เราก็สามารถที่จะเข้าใจว่า แก่นแท้คืออะไร อย่างน้อยเราก็สามารถหยุดความตายได้บ้าง หยุดเสียงระเบิดได้บ้าง หยุดความทุกข์ของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้บ้าง
ผมเรียนกับท่านประธานประเด็นสุดท้ายก็คือว่า ในบางเรื่องบางกรณี เรามีความเห็นที่แตกต่างกันได้ เพราะเราเป็นนักการเมือง แต่เรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง หยิบยกเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ไม่มีหน้าไม่มีตา ทหารที่เคย ไปทํานี่นะครับ ตั้งแต่ทําแล้วเกษียณและเกิดปัญหาอะไรไปรับฟังกันมา แต่ละซีก แต่ละเหล่า แต่ละส่วนมาแบหัวใจกันออกมา แล้วก็เอาความเห็นประชาชนมาทาบกัน และผมเชื่อว่า วันนั้นปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะแก้ไขได้ในวันนี้ และไม่ต้องบอกว่าผลงาน ของใคร แต่เป็นผลงานของคนไทยทุกคน ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ