สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๒ กันยายน ๒๕๕๔

อนุสรา ยังตรง หารือเรื่องปัญหายาเสพติด โดยเสนอแนวทางแก้ไขแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม โดยเฉพาะการปิดเส้นทางการลําเลียงยาที่ผ่านชายแดน ๘ จังหวัด และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการผลิตและค้าขายยาที่ผ่านประเทศไทย

นางอนุสรา ยังตรง สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย สําหรับประเด็นปัญหาของญัตติด่วนของท่านไพจิต ศรีวรขาน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาหาแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติด และส่งให้รัฐบาลรับไปพิจารณา ดําเนินการต่อไปนั้น ดิฉันคิดว่าเป็นญัตติที่อยู่ในความสนใจของประชาชนตลอดมา ที่ผ่านมา เราสูญเสียโอกาสไปมากเหลือเกินค่ะ หลายปีที่ผ่านมาประชาชนคนไทยขาดความสุขไปค่ะ เพราะปัญหาของยาเสพติดนี้เข้ามาบั่นทอนชีวิตความมั่งคงของแต่ละครอบครัว ดิฉันดีใจ ที่เห็นรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมาดูแลในเรื่องของปัญหายาเสพติด ภายในมาตรการ ๑๒ เดือน ดิฉันเชื่อว่าความตั้งใจดี หรือวาระแห่งชาติตรงนี้จะนําไปสู่ การทํางานร่วมกันค่ะ และวันนี้ทั้งฝ่ายค้านแล้วก็ฝ่ายรัฐบาลก็ช่วยกันเสนอแนะแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีค่ะ อย่างที่เราศึกษากันมาโดยตลอดว่า ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้นแต่ละปีเราใช้งบประมาณไปถึงเกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่จํานวนเยอะทีเดียว แต่ยาเสพติดที่ผ่านมาก็ไม่ได้ลดน้อย ถอยลงไปเลยค่ะ ที่เป็นเช่นนั้นดิฉันอยากจะแบ่งการทํางานออกเป็น ๓ ส่วน หรือ ๓ กลุ่มด้วยกันค่ะ

กลุ่มแรก ดิฉันคิดว่าเราควรที่จะมีการปิดเส้นทางการลําเลียงการค้า ยาเสพติดค่ะ โดยปกติแล้วยาเสพติดในประเทศไทยที่แพร่หลายก็มีกันอยู่แค่ ๓ อย่างด้วยกัน เท่านั้นไม่ว่าจะเป็นยาบ้า เฮโรอีน แล้วก็กัญชา แต่ตอนนี้น้องใหม่ที่มาแรงที่สุดก็คงจะไม่พ้น ยาบ้าค่ะ และสําหรับยาบ้านั้นเราผลิตกัน ผลิตกันจริง ๆ แล้วก็ทั้งในประเทศ แล้วก็ ต่างประเทศค่ะ แต่ผลิตกันนั้นอยู่ต่างประเทศทางภาคเหนือเป็นหลัก มีการลําเลียง ผ่านชายแดน ๘ จังหวัดหลัก ๆ ด้วยกัน แต่ ๓ จังหวัดทางภาคเหนือรุนแรงที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ เชียงราย แล้วก็แม่ฮ่องสอน แล้วก็ยังมีอีกหลายจังหวัด ซึ่งจังหวัด ของท่านประธานก็เป็น ๑ ใน ๘ จังหวัดนั้น ๆ ค่ะ ดิฉันคิดว่าการที่เจ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงนั้น มาของบประมาณในการที่จะทําให้ด่านของเขาเป็นด่านที่จะซีลปิดเส้นทางการลําเลียง เป็นสิ่งที่สําคัญค่ะ ที่ผ่านมามีการร้องขอเครื่องไม้เครื่องมือจํานวนมากมายเหลือเกินที่จะ เอาไปทํางานตรงนี้ แต่ไม่ได้รับการสนองตอบเท่าที่จําเป็นค่ะ เงินงบประมาณที่เราใช้กันไป แต่ละปีงบประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณผ่าน ๑๙ หน่วยงานหลัก ๆ แต่การแก้ไข ปัญหากลับไม่ได้ผลอย่างที่เสียเงินไป ดิฉันก็หวังว่าฝากท่านประธานไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ก็ดีค่ะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านประชา พรหมนอก ที่จะดูแลในเรื่องของด่านในการนําเข้ายาเสพติดตรงนี้กว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ทางชายแดนทางภาคเหนือค่ะ แล้วก็โปรดที่จะให้เครื่องไม้เครื่องมือเขาไปเถอะค่ะ เพราะว่า ถ้าคนเราไม่มีเครื่องมือก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้อย่างไรค่ะ ทุกวันนี้เขาต้องอาศัยการสังเกต ด้วยตาเปล่าหรือจับพิรุธเท่านั้นเองค่ะ แล้วก็ส่วนใหญ่ก็จับได้แค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จากยาที่มีกว่า ๒๐๐ ล้านเม็ดค่ะ จับได้แค่ ๒๐ ล้านเม็ด หรือ ๔๐ ล้านเม็ดเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นแล้วประเด็นปัญหาตรงนี้ถ้าเราปิดกั้นตรงนี้จะดีขึ้นมากค่ะ ในเมื่อเราปิดกั้นได้แล้ว สารที่เขานํามาผลิตในประเทศไทยยังมีนะคะ ชื่อสารซูโดอีเฟรดรีน (Pseudoephedrine) ค่ะ ตัวนี้แหละค่ะเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดหรือยาบ้าตรงนี้ ตอนนี้ก็ผลิตแล้ว ในสมุทรปราการก็ผลิตค่ะ ดิฉันเองต้องถือว่าได้รับความเดือดร้อนด้วย เพราะผลิต เป็นล้านเม็ดที่นี่เช่นกัน ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลอย่างจริงจัง แล้วก็ สถานการณ์ที่เขาค้าขายกันก็ปริมณฑล แล้วก็ในเขตรอบ ๆ กรุงเทพมหานคร นี่แหละค่ะ ส่วนสถานที่ที่เราทราบกันว่าเป็นแหล่งที่เราควรจะเข้าไปดูแลอย่างมากก็น่าจะเป็น พวกหอพัก สถานบันเทิงเริงรมย์ทั้งหลายที่เป็นการจัดจําหน่ายกัน รวมทั้งร้านอินเทอร์เน็ต (Internet) นั่นเองค่ะ และเวลาที่จํากัดขนาดนี้ดิฉันก็คงจะต้องขอเสนอแนะว่าอยากจะให้ หน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานมาร่วมกันบูรณาการ ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างจริงจังนะคะ ร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ส. เอง อัยการ ศาล ตํารวจ กรมราชทัณฑ์ แม้แต่ อบท. หรือว่าชุมชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ใหญ่บ้าน กํานัน และ อปพร. ที่มีส่วนร่วมกัน แล้วก็สําหรับสมุทรปราการก็ฝากไว้นิดหนึ่งค่ะ เรามีประชากรถึง ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน ประชากรแฝงอีก ๙๐๐,๐๐๐ คน แต่สถานที่บําบัด เรากลับใช้วัดชัยมงคลกับวัดคลองปลัดเปรียงเท่านั้นเอง เป็นสถานที่บําบัดที่วัด เราก็อยากจะมีสถานที่บําบัดของตนเองค่ะ เพราะว่าสนามบินสุวรรณภูมิหรือ สนามบินแห่งชาตินี้มีการนําโคเคนผ่านมายังสนามบินแห่งนี้จํานวนมากด้วยเช่นกัน เด็ก ๆ ที่นี่ก็อยู่ในวัยเรียนยังต้องการการบําบัด ก็ขอให้หน่วยงานเข้ามาดูแล ถือว่าเป็นการทํางานร่วมกัน ต้องขอขอบคุณค่ะ