สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๒ กันยายน ๒๕๕๔

บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือเรื่องยาเสพติด โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาการผลิตและจัดจำหน่ายสารเสพติด โดยเสนอว่าให้สถานศึกษาเป็นศูนย์กลางในการแก้ปัญหา และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้งค่ายบำบัดยาเสพติดในแต่ละจังหวัด และจัดพื้นที่สาธารณะให้เพียงพอเพื่อให้เด็กและเยาวชนมีอายุโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดี

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกท่านไพจิต ศรีวรขาน ที่ได้ กรุณาเสนอญัตติด่วน เรื่องยาเสพติด ที่จะต้องมีการแก้ปัญหาขึ้นมาในสภาผู้แทนราษฎร ได้นํามาพูดคุยกันนะครับ เพื่อที่จะให้ทางรัฐบาลได้นําไปแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังนะครับ ผมขอสนับสนุนให้รัฐบาลนําปัญหาเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อที่จะได้มาแก้ไขปัญหา เรื่องยาเสพติดอย่างจริงจัง

ขออนุญาตเรียนต่อสภาแห่งนี้ว่า ปัญหาเรื่องยาเสพติดนี้ เป็นปัญหาที่ พี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ให้ความสําคัญ แล้วก็เป็นปัญหาหนักอกหนักใจทั้งครอบครัว คือพ่อแม่ ทั้งครูผู้ปกครองของนักเรียน ทั้งของผู้นําชุมชนก็ดี แล้วก็เชื่อว่าเป็นปัญหา หนักอกหนักใจของรัฐบาลจนจะถือว่าปัญหานี้เป็นปัญหากระทบถึงความมั่นคงของชาติ ก็ว่าได้นะครับ แล้วก็กระทบไปจนถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ของเราด้วยครับ แล้วก็นอกจากนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาเสพติดที่เรียกว่ายาม้าในสมัยก่อน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็ได้มีความคิดที่จะเปลี่ยน แล้วก็เปลี่ยนแล้วนะครับ เรียกว่า ยาบ้านั้นน่ะมันมีอิทธิพลจริง ๆ ในการที่จะทําให้ผู้เสพนี่สุดท้ายแล้วกลายเป็นพวกโรคจิต เป็นพวกที่มีสติสัมปชัญญะไม่เหมือนคนปกตินะครับ จนกระทั่งสามารถจะกระทบถึงเรียกว่า ทางด้านชาติพันธุ์ พันธุกรรมได้เลยทีเดียวนะครับ แล้วก็หากเป็นผู้ปกครอง หรือคนในครอบครัวติดยานี้ก็กระทบไปจนถึงเรื่องของความสุขในชีวิตครอบครัวด้วยนะครับ ขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานว่า ยาเสพติดนี้เป็นอบายมุขครับ ทุก ๆ ศาสนาก็ห้าม แต่ทําไมถึงระบาดแล้วก็ระบาดมากขึ้นในทุก ๆ ยุคทุกสมัยเป็นต้นมา ผมคิดว่าปัญหา เรื่องยาเสพติดนี่ครับเป็นปัญหาที่ท้าทายเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมของสังคม ของบุคคล ผู้รับผิดชอบในสังคมเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าครอบครัวอ่อนแอ ลูกหลานก็หันไปหายาเสพติด เพราะมันมีความเพลิดเพลิน สังคมชุมชนอ่อนแอนะครับ เพื่อนบ้านไม่รู้จักกัน เพื่อนบ้านไม่มี การรวมกลุ่มกัน ชุมชนแห่งนั้น สังคมแห่งนั้นก็จะมีปัญหาเรื่องของยาเสพติดมากขึ้นนะครับ แล้วก็สังคมทั้งประเทศชาติอ่อนแอ มีปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ข้าราชการต่าง ๆ ก็ดี ก็ไม่มี เวลามาดูแลเรื่องของสังคมคุณภาพชีวิต ก็กระทบไปหมดละครับ ปัญหาที่ระบาดเกิดขึ้นมา ก็ต้องถือว่าทุก ๆ คนมีส่วนที่จะต้องร่วมรับผิดชอบ แล้วก็ไม่ควรที่จะโทษใครนะครับ

การแก้ปัญหายาเสพติดนี้นะครับ ผมก็อยากจะเรียนว่ามีทั้งปัญหาในระยะสั้น แล้วก็ปัญหาในระยะยาว ปัญหาการแก้ในระยะสั้นนี้นะครับ ก็คือเรื่องของการแก้ไข ด้วยการปราบปรามด้วยการกําจัดเรื่องแหล่งผลิตของสารตั้งต้นของยาเสพติดต่าง ๆ นะครับ ซึ่งผมคิดว่าผู้รับผิดชอบที่เป็นรัฐบาลรู้เป็นอย่างดีนะครับ ในส่วนนี้ก็ขอฝากเลยทีเดียวว่า เรื่องการฆ่าตัดตอนชีวิตของมนุษย์นี่ครับ ต้องไม่กระทําอย่างแน่นอนนะครับ เพราะว่ามันจะ สร้างปัญหาในเรื่องของความเคียดแค้นชิงชัง แล้วสร้างปัญหาในเรื่องของระบบกระบวนการ ยุติธรรมในอนาคตต่อ ๆ ไปอีกไม่รู้จักจบจักสิ้นนะครับ แต่ให้ฆ่าตัดตอนอะไรครับ ก็ฆ่าตัด ตอนเรื่องของสารเคมี แล้วก็ฆ่าตัดตอนเรื่องของเส้นทางในการลําเลียงของสารเคมี แล้วก็ยาเสพติดไปสู่จังหวัดหรือชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทย อันนี้ไปตัดตอนได้เลยครับ ตัดตอนยาเสพติดในส่วนของที่เป็นสารและที่เป็นเส้นทาง

ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวนั้นนะครับ ผมคิดว่าต้องนําเรื่องของคน แก้ปัญหาเรื่องคนเป็นศูนย์กลาง ถ้าเรามาแก้ปัญหาไม่ถูกจุดนี่ครับ ผมคิดว่าบางครั้งก็อาจจะ ทําให้แก้ปัญหาแล้วไม่ยั่งยืน ถ้าใช้อํานาจเป็นตัวนําในการแก้ปัญหา ผมคิดว่า ก็ได้เพียงชั่วคราวในระยะสั้น แล้วการแก้ปัญหาในระยะยาวผมอยากจะฝากเรียน ท่านประธานไปถึงทางรัฐบาลว่า ให้นําสถานศึกษาและโรงเรียนทั้งในระดับสายสามัญ และสายอาชีพ เป็นชุมชนแรกที่ทางรัฐบาลจะนําไปเป็นรูปแบบแล้วก็ดําเนินการอย่างจริงจัง เพราะเหตุว่า ทางโรงเรียนมันมีองค์ประกอบที่ครบทั้งผู้ปกครอง ทั้งเด็กนักเรียน แล้วก็ทั้งชุมชน และทั้งท้องถิ่น ทางฝ่ายปกครองก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ดี สามารถที่จะไปบูรณาการ กันได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็นักเรียนนี่ถือเป็นบุคคลอันเป็นที่รักของพ่อแม่ ผู้ปกครองและครู เพราะฉะนั้นอยากจะฝากเลยว่าในระยะเวลาเริ่มแรกนี่ ผมขอได้นําโรงเรียนที่มีโมเดล หรือรูปแบบการแก้ปัญหายาเสพติดได้ดี มีทุกพื้นที่ละครับ อย่างที่ระยองผม ก็มีโรงเรียนมัธยม ชื่อว่าโรงเรียนชํานาญสามัคคีวิทยา ก็มีรูปแบบการทํางานประสานงาน กับทางเจ้าหน้าที่ตํารวจในพื้นที่นะครับ ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจในพื้นที่ก็มาให้ความรู้ มาดูแล ต่าง ๆ มาเอกซเรย์ในโรงเรียน แล้วก็ตามไปจนถึงแหล่งในการที่จะจําหน่าย ในการที่จะ ค้าขายยาเสพติด ในช่วงแรก ๆ แน่นอนครับย่อมได้รับการต่อต้านเหมือนกัน เพราะว่า ผู้ปกครองส่วนหนึ่งก็ไม่ยอมรับว่าลูกของเขาติดยา เพราะว่าจะทําให้ครอบครัว เขาเสียชื่อเสียง จากการปกปิดให้ยาเสพติดอยู่ในที่มืดนี่แหละครับเป็นความเสื่อม ของการแก้ไขปัญหา บางโรงเรียนต้องเรียนครับว่า ผอ. เองก็กลัวที่จะมีการรายงานยอด ของผู้ติดยาเสพติด ก็เลยปกปิดว่าไม่มีผู้ติดยาเสพติด ซึ่งผมว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทุกคน ต้องยอมรับความจริง แล้วก็ทุกคนจะต้องนําความจริงมาเปิดเผยและแก้ปัญหาตามหลัก อริยสัจ ๔ คือว่าแก้ที่เหตุไปเรื่อย ๆ สุดท้ายมันก็ต้องลดน้อยถอยลงและเบาบาง และปัญหานี้ ต้องไม่ใช่เป็นปัญหา เป็นนโยบายชั่วครั้งชั่วคราว ต้องถือว่าเป็นนโยบายแห่งชาติในการดูแล แก้ปัญหายาเสพติดทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ปัญหาในชุมชนที่สัมผัสได้อีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ผู้ติดยาเสพติดก็เป็นผู้ค้าขาย เสียเอง เพราะการค้าขายยาเสพติดเหมือนกับการค้าขายตรงก็จะมีรายได้ดี เมื่อมีรายได้ดี ก็สามารถที่จะมาซื้อยาเสพติดเสพได้อีก แต่ว่าเมื่อผู้เสพก็คือผู้ค้าขาย แต่ว่าเมื่อติดยาแล้วนี่ พฤติกรรมมันเปลี่ยน แต่ไม่มีค่ายบําบัดยาเสพติดในพื้นที่ ต้องมาบําบัดในส่วนกลาง ซึ่งอยู่ไกลและค่าใช้จ่ายแพง ผมอยากจะให้ทางรัฐบาลจัดค่ายบําบัดยาเสพติดให้ครบ ทุกจังหวัด แล้วก็เป็นรูปธรรม เมื่อมีความประสงค์ ผู้ปกครองประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นสมัครใจ บําบัดก็ดี หรือบังคับบําบัดโดยทางเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ดี จะต้องมีพื้นที่ที่จะต้องเข้าไปอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกี่เดือน ๓ เดือน ๖ เดือนก็แล้วแต่ ถ้ายังบําบัดไม่เสร็จดีก็ไม่ต้องออกมา ข้างในก็มีงานทํา มีการศึกษาสายสามัญ สายอาชีพก็แล้วแต่ ตรงนี้รัฐบาลต้องทําอย่างจริงจัง เพราะปัจจุบันผู้เสพยาบางครอบครัวพูดมาก็น่าสงสารนะครับ เขาว่าเอาลูกเขาไปฆ่าเสียได้ ก็ยังดีนะครับ ซึ่งความจริงประโยคนี้คงเป็นเรื่องของความสุดทนของผู้ปกครองว่าเขาติดยา แล้วเขาไม่รู้จะทําอย่างไร สังคมจะต้องนําคนเหล่านี้มาบําบัด มาเยียวยาให้หายให้เรียบร้อย เสียก่อน

สําคัญที่สุดนะครับ ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ในวันหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง เวลาว่างมี ๘ ชั่วโมง เวลาทํางานหรือเวลาเรียนก็ ๘ ชั่วโมง เวลานอนพักผ่อนก็ ๘ ชั่วโมง ยา เสพติดเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเวลาว่าง เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องจัดพื้นที่สาธารณะ ให้เกิดการฆ่าเวลาว่างออกไป ฆ่าเวลาว่างออกไปให้ได้ ซึ่งการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นั้นน่ะ เขาเรียกว่า งานอดิเรก ซึ่งงานอดิเรกนี้พื้นที่สาธารณะในชุมชนต่าง ๆ มีน้อยเหลือเกิน สําหรับเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นสนามกีฬาก็ดี สวนสาธารณะก็ดี ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่เปิดเผย ที่ทั้งเด็ก ทั้งผู้ปกครอง ทั้งครู ทั้งชุมชนต่าง ๆ จะได้มาใช้พื้นที่ร่วมกัน และสนุกสนาน งานอดิเรกต้องสนุกนะครับ ต้องสนุกสนาน และต้องมีการคบเพื่อนใหม่ ๆ และเพื่อนที่ดี และบางครั้งงานอดิเรกนั้นเป็นงานที่สร้างรายได้ให้แก่เด็กและเยาวชนด้วย จึงจะครบองค์ประกอบของการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ หรือว่าฆ่าตัดตอนเวลาว่างออกไป ทําให้เด็กและเยาวชนเหล่านี้ก็มีอายุโตขึ้นก็เป็นผู้ใหญ่ที่ดี ก็ขอฝากรัฐบาลให้เอาจริงเอาจังกับด้านนี้ แล้วก็ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และที่จะสําเร็จไม่ได้ก็คือว่าไม่มีธรรมาภิบาล มีการทุจริตคอร์รัปชันในข้าราชการ ก็ทําให้ยา เสพติดนั้นคงแพร่ระบาดต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ