ประชา พรหมนอก กล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งแก้ไขปัญหาความแตกแยกในสังคมไทย และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในด้านนิติธรรม โดยหารือเรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม รัฐบาล และเรียกร้องการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องหลักนิติธรรมแห่งชาติ โดยเรียกร้องการปฏิบัติตามกฎหมายและหลักนิติธรรม และสนับสนุนให้คณะกรรมการอิสระตรวจสอบกรณีความรุนแรงทางการเมือง การละเมิดสิทธิมนุษยชน และสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กระผมได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านผู้มีเกียรติ ที่ได้กรุณาให้คําถามไว้แล้วนะครับ ใคร่ที่จะขอกราบเรียนเบื้องต้นนี้ว่า เป็นนโยบายที่ชัดเจน ของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ เป็นนโยบายเร่งด่วน ในปีแรก ที่มีจุดมุ่งหมายที่จะนําไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ อยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรม เป็นมาตรฐานสากลเดียวกัน รัฐบาลได้ตระหนักดีนะครับ ความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายนั้น ได้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยของเราขณะนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ปรารถนาเลย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลเราต่างก็ไม่ปรารถนาที่จะเห็นในสิ่งเหล่านี้ด้วยกันทั้งนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงได้กําหนดการที่จะส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วม ให้ทุกภาคส่วน ในสังคมนั้นส่งเสริมการดําเนินการตามหลักนิติธรรม สนับสนุนคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบค้นหาความจริง ตามที่รัฐบาลสมัยที่แล้วได้ตั้งขึ้นมานั่นเองนะครับ ท่านคงจะจําได้ คือ คอป. รัฐบาลชุดนี้จะรับข้อเสนอของ คอป. มาดําเนินการเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ส่วนรวมในทุกประเด็นที่เสนอมา ท่านก็คงทราบแล้วว่ามีอยู่ ๗ ประเด็น ทาง คอป. ได้แถลง ต่อสื่อมวลชน พี่น้องประชาชนทั่วไปได้รับรู้รับทราบแล้ว รัฐบาลรับที่จะสนองตอบ ต่อข้อเสนอของ คอป. ในทุกเรื่อง
ในประการแรก ใคร่จะกราบเรียนนะครับว่าการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ในทุกภาคส่วนในสังคม รัฐบาลขอถือโอกาสนี้เรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ได้โปรดเข้ามามีส่วนร่วมเสริมสร้าง ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติให้เกิดขึ้น ณ สภาแห่งนี้ เพื่อที่จะได้เป็นแบบอย่าง แก่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ถ้าจุดนี้ตรงนี้เราไม่มีความปรองดองสมานฉันท์กันแล้ว การที่จะให้พี่น้องประชาชนเกิดความสมานฉันท์นั้น ผมคิดว่าเป็นไปได้ยาก อันนี้เป็นประเด็นแรก ก็ตรงกับท่านที่ได้ตั้งกระทู้ถามนะครับว่าอยากจะเห็นความเท่าเทียม ความยุติธรรม ความเป็นธรรมใน ส.ส. ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. รัฐบาลหรือฝ่ายค้าน อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ รัฐบาลขอรับคําแนะนํานี้ด้วยความเต็มใจยิ่งครับ
ประการที่ ๒ ด้านการคุ้มครองดูแลสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นภารกิจสําคัญ ประการหนึ่ง เป็นความมุ่งหวังที่จะให้เกิดความสามัคคีปรองดองของคนในชาติอย่างยั่งยืน ล่าสุดกระทรวงยุติธรรมได้จัดทําโครงการเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ส่งเสริมการเคารพสิทธิ แก่ผู้อื่น ถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา เนื่องในวโรกาสที่จะครบ ๘๔ พรรษา ในปีนี้ จะรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนได้ตระหนักและเห็นความสําคัญถึงสิทธิของตนเอง รู้จักหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่ หรือการใช้สิทธิของตนด้วยการเคารพสิทธิของผู้อื่น อย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้รัฐบาลได้เล็งเห็นว่า ความยุติธรรมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ของประชาชน และยังเป็นปัจจัยสําคัญยิ่งต่อความสําเร็จในด้านการสร้างความสามัคคีปรองดอง และสมานฉันท์ของคนในชาติ กระทรวงยุติธรรมจึงมีดําริที่จะจัดให้มีสํานักงานยุติธรรมจังหวัดขึ้น ในทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย โดยจะขยายงานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางเลือก ของพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวกับความยุติธรรม
ประการที่ ๓ ด้านการดําเนินการตามหลักนิติธรรม เป็นกรณีที่ต้องปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓ วรรคสอง และเป็น ความสําคัญอย่างยิ่งของการปรองดองในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลต้องบริหารประเทศ โดยเคารพกฎหมายและหน่วยงานของรัฐจะต้องดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ โดยยึดหลักนิติธรรม ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือกดขี่ข่มเหงรังแกประชาชน ด้วยประการใด ๆ และเพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมจึงได้เสนอคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๔ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย หลักนิติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... โดยกําหนดให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความเป็นอิสระและความเป็นกลางเรียกว่า คณะกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ หรือที่เรียกสั้น ๆ ย่อ ๆ ว่า คอ.นธ. โดยในคณะกรรมการอิสระชุดนี้รัฐบาลได้รับความกรุณา จากศาสตราจารย์อุกฤษ มงคลนาวิน รับเป็นประธานคณะกรรมการในชุดนี้ และท่านอุกฤษ มงคลนาวิน ท่านก็ได้ให้เกียรติแถลงต่อสื่อมวลชน ต่อพี่น้องประชาชนไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ว่าจะยึดหลักยุติธรรม นิติธรรม สันติธรรมและเมตตาธรรมอย่างเคร่งครัด อันนี้ ได้เกิดขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งแล้ว
ประการที่ ๔ สนับสนุนให้คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ดําเนินการอย่างเป็นอิสระในการตรวจสอบและค้นหา ความจริงจากกรณีความรุนแรงทางการเมือง การละเมิดสิทธิมนุษยชน การสูญเสียชีวิต บาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจ รวมทั้งความเสียหายทางทรัพย์สินนั้น รัฐบาลมีความมุ่งมั่น จะสานต่อการดําเนินงานที่ผ่านมาของ คอป. ให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ คอป. ได้เคยเสนอ เรื่องนี้มาแล้ว ๒ ครั้งต่อรัฐบาลครั้งที่แล้วเมื่อปี ๒๕๕๓ เคยมีข้อเสนอแนะไว้ต่อรัฐบาล ที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้รับการสนองตอบไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนจะประสบความสําเร็จมากน้อย แค่ไหนเพียงไรนั้นก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว และต่อมา คอป. ได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๔ พร้อมข้อเสนอแนะในประเด็นสําคัญ ๗ ประการ ทาง คอป. ได้จัดทําสรุปคําแถลงข่าวไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๔ แจกจ่ายให้สื่อมวลชน และประชาชนได้รับรู้รับทราบทั่วกันไปส่วนหนึ่งแล้ว รัฐบาลขอเรียนว่ามีความจริงใจ ที่จะสนับสนุนการดําเนินการตามข้อเสนอของ คอป. ในทุกประการ โดยคณะรัฐมนตรี ได้มีมติตั้งคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดําเนินงานและข้อเสนอแนะของ คอป. ได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ เป็นประธาน และให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนําข้อเสนอแนะ ของ คอป. ไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดูแลเรื่องเยียวยาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ กรณีกรือเซะ และสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกส่วนหนึ่งด้วย เป็นการเพิ่มเติม
ประการที่ ๕ เยียวยาและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องแก่บุคคลทุกฝ่าย เช่น ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากความเห็นที่ แตกต่างกันทางการเมือง ตั้งแต่ช่วงปลายของการใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลนี้มีความเห็นตรงกันกับ คอป. ที่เสนอว่า การเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเงื่อนไขสําคัญในการสร้าง ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ กระทรวงยุติธรรมในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลัก ในภารกิจด้านนี้ จะได้เร่งดําเนินการในการที่จะให้การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง ตามข้อเสนอของ คอป. โดยเร็วต่อไป
ประการสุดท้าย กระผมใคร่ขอเรียนว่าการสร้างความสามัคคีปรองดอง ของคนในชาตินั้นเป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานของรัฐ เป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนคนไทย ทุกคนที่จะต้องดําเนินการร่วมมือร่วมใจกัน รัฐบาลนั้นจะเป็นเพียงศูนย์กลางในการขับเคลื่อน จะเป็นศูนย์กลางในการจัดเวทีในการที่จะ ให้เกิดความหลากหลายในเรื่องของความคิดความอ่านประสานเข้ามาให้เป็นจุดเดียวคือ การปรองดองซึ่งกันและกันครับท่านประธานครับ
สําหรับกระทู้ถามเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น รัฐบาลขอเรียนว่า เนื่องจากรัฐบาลจะต้องทุ่มเทสรรพกําลังทั้งหลายทั้งปวงและแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบพิษภัยพิบัติต่าง ๆ อยู่ในขณะนี้ค่อนข้างที่จะรุนแรงมากนะครับ รัฐบาลใคร่ที่จะขอถือโอกาสในสั้น ๆ นี้บรรเทา เยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยของเราที่เดือดร้อนเป็นเบื้องต้นเสียก่อน
ในส่วนคําถามของท่านว่ารัฐบาลมีนโยบายอย่างไรในการออกนิรโทษกรรม ขอเรียนตอบท่านไว้ตรงนี้นะครับว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายเรื่องนี้ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน