กิตติรัตน์ ณ ระนอง ชี้แจงนโยบายรัฐบาลในการยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยเน้นการรับจำนำข้าวแทนประกันรายได้ เพื่อป้องกันปัญหาตลาดข้าวและข้อกังวลเรื่องความถูกต้องของข้อมูล พร้อมยืนยันความพร้อมในการดำเนินการป้องกันทุจริตในช่วงเริ่มต้นโครงการรับจำนำ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอตอบกระทู้ถามคําถาม ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ รัฐบาลได้กําหนดนโยบายในการยกระดับรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยใช้หลักการรับจํานําข้าว ซึ่งเป็นนโยบายที่แตกต่างไปจากนโยบาย การประกันรายได้ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่านโยบายในการประกันรายได้เป็นนโยบายที่รัฐบาลชุดปัจจุบัน มิได้เลือกใช้ในการดูแลระดับรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งจะขออนุญาตกราบเรียน อธิบายสักเล็กน้อยนะครับว่า นโยบายที่รัฐบาลนี้ไม่ได้เลือกก็มีเหตุผลที่รัฐบาลไม่เลือก ด้วยเหตุที่รัฐบาลเห็นว่าการดําเนินนโยบายประกันรายได้มีส่วนที่จะทําให้ราคาข้าว ที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวขายให้กับโรงสี ผู้รับซื้อจากเกษตรกรมีแนวโน้มราคาที่ต่ําไปกว่ากลไก อันเป็นปกติ ซึ่งผมขออนุญาตเรียนย้ําว่าเป็นความเห็นของรัฐบาล และอาจจะเป็นความเห็น ที่ยังมีข้อถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการก็ตามนะครับ ผมเพียงแต่เรียนชี้แจงว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ เลือกนโยบายนั้น ด้วยเหตุที่มองเห็นจุดเริ่มต้นของการขายข้าวของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวก็มีความสบายใจในหลักการประกันรายได้ว่า ถึงแม้อาจจะขาย ข้าวได้ในราคาที่น้อยกว่าที่ใจท่านเชื่อว่าข้าวอันมีคุณค่าของท่านควรจะได้รับราคานั้น แต่ด้วยทราบว่ารัฐบาลจะเป็นผู้ช่วยดูแลส่วนต่างตรงนั้นให้จนกระทั่งราคาสอดคล้องกับที่ นโยบายรัฐบาลในอดีตได้กําหนดไว้นะครับ อย่างไรก็ตามผมเองได้เคยเรียนความเห็นว่า นโยบายใด ๆ ในการดําเนินการมักมีข้อดีและมักมีข้อเสียปนอยู่ด้วยทั้งสิ้น นโยบายในการ ประกันรายได้ซึ่งมีข้อดีอย่างที่ผมได้เรียนและท่านสมาชิกก็ได้พูดถึง ก็มีข้อที่ถูกทักท้วง ถูกวิเคราะห์วิจารณ์เหมือนกัน ซึ่งบางข้อวิจารณ์นั้นก็ต้องรอการพิสูจน์ในข้อมูล นโยบายนี้ เคยถูกวิเคราะห์วิจารณ์จากนักวิชาการบางกลุ่มเสียด้วยซ้ําไปว่าข้าวที่มีการประกันรายได้ และนํามาขอเงินชดเชยส่วนต่างจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อราคาข้าวที่มีการซื้อขายกันในท้องตลาด มีระดับต่ํากว่ารายได้ที่มีการประกันราคา และถ้าหากมีความเสี่ยงในขั้นตอนที่มี การลงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวว่า ถ้าหากขาดความระมัดระวังมาตั้งแต่ต้น ข้าวที่ถูกประกันรายได้อาจเป็นข้าวที่ไม่เคยถูกปลูกขึ้นจริงด้วยก็ได้ นอกจากนั้นการประกัน รายได้ที่มีลักษณะของการชดเชยส่วนต่างให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จะเกิดการชดเชย ก็ต่อเมื่อราคาตลาดที่มีการซื้อขายกันมีระดับต่ํากว่าราคาที่รัฐบาลได้กําหนดให้เป็นราคาที่จะ ประกันรายได้ ดังนั้นในเชิงหลักการก็ไม่ถึงกับมีสิ่งยืนยันว่ารัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องนําเงิน ไปชดเชยให้กับผู้ปลูกข้าว ยกเว้นรัฐบาลมีความเชื่อหรือมีความมั่นใจว่าจะต้องเกิดส่วนต่างขึ้น ดังนั้น ผมเรียนว่าในการใช้นโยบายประกันรายได้มาในช่วง ๒ ฤดูการเพาะปลูกที่ผ่านมาอาจ ทําให้เกิดความเข้าใจในหมู่เกษตรกรว่าปลูกมาแล้วมีผลเสียหาย หรืออาจจะไม่จําเป็น ต้องนําตั๋วข้าวมาแสดงเพื่อยืนยันการปลูกจริงก็ตาม เมื่อปรากฏส่วนต่างท่านก็จะได้รับ ส่วนต่างนั้นไปนะครับ ผมจึงจําเป็นต้องเรียนชี้แจงว่าในเมื่อนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน จะดูแลการยกระดับรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มิได้ใช้นโยบายในการประกันรายได้ อย่างที่ ๒ ฤดูการเพาะปลูกที่แล้วเคยใช้ และปัจจุบันเราประกาศชัดเจนมาตั้งแต่ ช่วงหาเสียงแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่ารัฐบาลจะใช้นโยบาย ในการรับจํานําข้าว ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลนี้มีความเชื่อมีความมั่นใจว่ากลไกราคาข้าว จะทํางานได้ดีกว่ามาตั้งแต่ต้น และการดําเนินการต่าง ๆ ก็อาจมีข้อเสียอย่างที่ ท่านนักวิชาการหรือท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้กรุณาตั้งข้อสังเกตไว้ ซึ่งกระผมได้รับ แนวทางต่าง ๆ เหล่านั้นเพื่อที่จะไปดําเนินการป้องกันมิให้เกิดการปฏิบัติมิชอบและรั่วไหล จากการดําเนินนโยบายจํานําข้าว ซึ่งกําลังจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้นะครับ
ดังนั้นกล่าวโดยสรุปก็คือ การที่นโยบายในการยกระดับรายได้ของเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวมิใช่นโยบายประกันรายได้ หลักการที่จะสามารถชดเชยส่วนต่างให้กับเกษตรกรใน ลักษณะที่เป็นแนวทางเดิมที่เคยปฏิบัติ โดยมีความชัดเจนว่าในอดีตนั้นราคาข้าวที่มีการขาย จริงต่ํากว่าราคาที่รัฐบาลมีความประสงค์จะประกันรายได้ จึงไม่สามารถเป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้จะ ดําเนินการ ซึ่งผมก็ขออนุญาตเรียนว่า ถ้าหากว่าเราเชื่ออย่างนั้นจริงว่ากลไกราคา ไม่ทํางานอย่างที่เป็นไปเท่าที่ควร ข้าวที่มีการซื้อขายกันในตลาด โดยเฉพาะในตลาด ต่างประเทศอาจจะมีราคาที่ต่ํา แล้วก็ทําให้ประเทศชาติสูญเสียรายได้ในการขายข้าวนั้น เพื่อให้ได้รับราคาสูงอย่างที่เต็มศักยภาพ อย่างไรก็ตามผมขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงนะครับ ว่ารัฐบาลตระหนักดีว่าพี่น้องประชาชนหากมีความเดือดร้อนในภาวะที่เกิดขึ้น มีภาวะ อุทกภัยที่เกิดขึ้น ดังนั้นคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคมที่ผ่านมา จึงได้มี การพิจารณาแล้วเห็นว่าการที่จะช่วยเหลือดูแลเกษตรกรผู้ได้รับความเสียหายจากภาวะ ต่าง ๆ ยังคงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องช่วยดูแลพี่น้องประชาชนอยู่ การดูแลในลักษณะ ของการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น จึงมีการพิจารณากําหนดว่าพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว แล้วไร่นาข้าวเสียหายอย่างสิ้นเชิง จะมีการชดเชยในการที่จะดูแลให้ท่านในอัตรา ๒,๒๒๒ บาทต่อไร่ การดูแลยังครอบคลุมไปถึงพืชเกษตรชนิดอื่น ๆ ที่เป็นพืชไร่หรือพืชสวน อีกด้วย ในเงื่อนไขอัตราการชดเชยของความเสียหาย ทั้งในระดับที่เรียกว่าสิ้นเชิง หรือระดับ ที่เป็นบางส่วน ในอัตราที่แตกต่างกัน นอกจากนั้นเราตระหนักดีครับว่า ไม่แต่เพียงเรื่องของ ไร่นาที่อาจจะเสียหายและส่งผลกระทบต่อผลิตผลทางการเกษตร แต่อาจจะได้รับผลกระทบ ถึงที่อยู่อาศัยของพี่น้องเกษตรกร หรือพี่น้องที่อยู่ในชนบทเหล่านั้นด้วยนะครับ รัฐบาลก็ได้มี มติที่จะจ่ายเงินสนับสนุนช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบในอัตรา ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมได้ยินตัวเลขที่ท่านสมาชิกได้อ้างถึงตัวเลข ๕,๕๐๐ บาท ซึ่งผมก็รู้สึก แปลกใจ เพราะว่าไม่เคยได้ยินผู้ใดกล่าวอ้างตัวเลข ๕,๕๐๐ บาท แต่อย่างใด ดังนั้น การพิจารณาเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม จึงมีความชัดเจนว่าคณะรัฐมนตรีมีมติที่จะดูแลเยียวยา เกษตรกรทั้งผู้ปลูกข้าว ทั้งผู้ปลูกพืชไร่ ทั้งผู้ปลูกพืชสวน และทั้งในส่วนที่ได้รับผลกระทบ ต่อความเสียหายของที่อยู่อาศัย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็ยังอยู่ในระหว่างที่สํารวจเพื่อให้ได้รับ การยืนยันว่าความเสียหายเป็นอย่างไร ในวันที่ได้มีมติความเสียหายยังอยู่ในวงจํากัด ขณะนี้ ความเสียหายมีวงกว้างเพิ่มขึ้น จํานวนพื้นที่เพาะปลูกที่ได้รับความเสียหายมีจํานวนกว้าง เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนที่เป็นไร่นาสําหรับการปลูกข้าว แล้วก็พืชผลเกษตรอื่น ๆ ผมขออนุญาต เรียนว่ารัฐบาลมีความเป็นห่วงต่อพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและผู้ปลูกพืชไร่ต่าง ๆ อย่างไรก็ตามการที่พี่น้องเกษตรกรจะต้องขายข้าวที่มีการเพาะปลูก แล้วก็มีความชื้น ที่จะต้องเร่งเก็บเกี่ยว แล้วก็มีความเสียหายนั้น ก็เป็นเรื่องซึ่งน่าเห็นใจพี่น้องเกษตรกร อย่างไรก็ตามการที่จะดูแลความเสียหายของพี่น้องเกษตรกรในกลุ่มนี้ จนเป็นผลชัดเจนว่า รัฐบาลจะต้องช่วยเหลืออย่างไรนั้น จะมีการดําเนินการสํารวจความเสียหายที่เป็นตามจริง แล้วก็จะมีการดําเนินการที่จะดูแลชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกรที่สอดคล้องกับความเสียหาย ที่เป็นตามจริง แต่จะไม่เป็นอัตราที่มีลักษณะเป็นส่วนต่างระหว่างราคาตลาดกับราคาประกัน เพราะในจุดเริ่มต้นก็ขออนุญาตกราบเรียนว่านโยบายในเรื่องของการประกันรายได้นั้นไม่ได้ เป็นนโยบายที่รัฐบาลนี้ได้มีความตั้งใจมาตั้งแต่ขั้นตอนที่ได้มีการหาเสียง หรือมีการแถลง ต่อรัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพครับ