วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องปัญหาการเสพติดยา โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของการเสพติดในหมู่เด็กและเยาวชน และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการตรวจสอบการใช้งบประมาณ 5,000 ล้านบาทในการปราบปรามยาเสพติด และการไม่ป้องกันชายแดน ซึ่งเป็นประเด็นที่เขาชี้แจงและเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ญัตตินี้ ท่านประธานครับก็เป็นญัตติที่ดี คนสนใจมาก ถามมากก็เลยใช้เวลามากครับท่านประธาน และผมคิดว่าญัตติดังกล่าวนี้เป็นญัตติซึ่งผมเห็นใจรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ เพิ่งข้ามาทํางานทําหน้าที่ได้ไม่ถึงเดือน ก็มีคําถามต่าง ๆ มากมาย ซึ่งค้างจากรัฐบาลชุดที่แล้ว แล้วก็เป็นปัญหา ผมเรียนว่าปัญหาเรื่องยาเสพติดนั้นเป็นปัญหาใหญ่ครับแล้วก็ทุกยุค ทุกสมัยนั้นจะถูกหยิบยกขึ้นมาบรรจุเป็นญัตติด่วน เนื่องจากว่าจํานวนผู้เสพเพิ่มขึ้นทุกปีครับ คือที่บอกว่าเพิ่มขึ้นทุกปีเนื่องจากว่าคนค้ามีจํานวนมากก็ต้องหาคนเสพเยอะเป็นเรื่องปกติ แล้วก็เขาจะไปหลอกในกลุ่มเด็กนะครับ เดี๋ยวนี้เขาเอาเด็กครับ เอาเด็ก เยาวชนเป็นคนขาย เพราะว่าเด็ก เยาวชน โดนคดีโดนข้อกล่าวหาก็มักจะไม่โดนกฎหมายอาญา แต่จะถูกส่งตัวไป ดําเนินการในเรื่องของการอบรม เรื่องวินัย เรื่องระเบียบต่าง ๆ โดยมีพ่อแม่ซึ่งจะต้อง เข้าไปร่วมรับผิดชอบ ซึ่งจริง ๆ แล้วในเรื่องดังกล่าวนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญที่รัฐบาลเอง ก็คงห่วงใยว่าจะต้องลงไปดูในเรื่องของเด็ก ๆ เยาวชนในโรงเรียนตั้งแต่แรกเริ่ม ให้เห็นพิษภัย ของปัญหายาเสพติด และอาจจะประกาศครับว่าพื้นที่โดยรอบบริเวณโรงเรียนรัศมีสัก ๑ กิโลเมตร หรือกิโลเมตรครึ่ง เป็นพื้นที่ปลอดในเรื่องของปัญหาอบายมุขทุกอย่าง ก็จะเป็น การป้องกันแล้วก็เป็นการป้องปรามในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ แต่เป็นเรื่องแปลกครับว่า วันนี้สภามักจะมองว่าปัญหาต่าง ๆ รัฐบาลเองจะต้องรับผิดชอบ แต่รัฐบาลชุดที่ผ่าน ๆ มา ก็ทําหน้าที่ในเรื่องของการแก้ไขปัญหา แต่ค่อนข้างที่จะไม่ได้ทําอะไรให้มันเรียบร้อย ก็เลยเกิดปัญหาต่อมาเมื่อส่งไม้ผ่านให้กับรัฐบาลชุดต่อมา ท่านประธานครับในอดีต อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้ทํางานในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติดจนทําให้พี่น้อง ประชาชนเองนั้นเริ่มเข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหา แล้วก็เริ่มที่จะส่อเค้าว่าปัญหายาเสพติด จะหมดไป แต่วันนี้นะครับ หลังจากที่ทํางานมาถึงระยะหนึ่งท่านทราบไหมครับว่าพอ คมช. เข้ามาทําหน้าที่ ยาเสพติดเพิ่มขึ้นมามากเสียจนมีสถิติสูงมากกว่ารัฐบาลที่เขาบอกรัฐบาล มาจากการเลือกตั้ง แล้วผ่านมาครับมาในสมัยรัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งแต่ไม่ได้ทําหน้าที่ จนมีรัฐบาลซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงแล้วก็ระบอบการปกครองนะครับ ก็คือยุบพรรคแล้วก็มีการ เปลี่ยนแปลงภายใน ก็รัฐบาลชุดที่แล้วละครับ ผมไม่เอ่ยชื่อนะครับ ก็ทําให้ปัญหายาเสพติด เพิ่มมากขึ้น ที่บอกว่าเพิ่มมากขึ้นนั้นเป็นเรื่องปกติครับ เพราะการปราบปรามการดูแล ไม่เต็มที่ สิ่งหนึ่งนะครับ ผมเรียนว่าผมเองเป็นห่วงวิตกกังวลเพราะลูกหลานผมก็มี แล้วก็กลัวว่าจะติด ยาเสพติด ผมจะเรียนถามทางรัฐบาลนะครับ จะตอบหรือไม่ตอบแต่ต้องลงไปดูนะครับ เพราะว่าเป็นเม็ดเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนครับท่านประธานครับ
ท่านประธานครับในช่วงเวลาที่จะมีการยุบสภาเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ขณะนั้นได้มีการประชุมก่อนหน้าคือวันที่ ๙ ที่เมืองทองธานี แล้วก็นํา พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะมีคําสั่งออกมา ตัวอดีตนายกรัฐมนตรีเองนั้นไปนั่งเป็นประธาน บอกว่าจะดําเนินการในเรื่องของยุทธการ ปส. ๓๑๕-๑ ก็คือการให้ความร่วมมือ ๓ ฝ่าย นี่คือยุทธการการปราบปรามเอาจริงเอาจังเรื่องยาเสพติด ผมจะไล่ให้ฟังครับ ๓ คือ การสนธิ กําลัง ๓ ฝ่าย พลเรือน ตํารวจ ทหาร ๑ คือกรุงเทพมหานคร ๕ คือปริมณฑล และทําอย่างไรครับ ทําทั้งหมด ๕ เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ไล่มาครับยาวมาจนถึง สิ้นปีงบประมาณคือเดือนกันยายนเดือนนี้ละครับ ใช้เงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ปริมณฑลมีทั้งหมด ๕ จังหวัดรวมกรุงเทพมหานคร เป็นเรื่องที่แปลกนะครับว่า เงินงบประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เอามาใช้ในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติดเฉพาะ ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง แล้วก็ไม่กลัวครับเรื่องปัญหายาเสพติด ผมก็พยายามบอกกล่าวว่า มันจะหมดหรือเปล่าในช่วงแค่ ๕ เดือน แล้วทําไมไม่ปราบไม่ป้องกันชายแดนนะครับ ใครก็รู้ว่า ยาเสพติดมันทะลักเข้ามาทางชายแดน สารเสพติดต่าง ๆ เข้ามาทางด้านนั้น สิ่งหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ผมเองได้ทําหนังสือไปถึงกองกําลัง คือ ผบ.ทบ. ในขณะนั้น บอกว่า ท่านครับ ท่านเอากองกําลังออกมาสนธิกําลังนี่ท่านบอกว่าหยุดไม่ได้ แต่จริง ๆ มันไม่ใช่ เป้าหมายที่ผมต้องถามโดยตรงหรอกครับ จริง ๆ ต้องถามรักษาการนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นบอกว่าการป้องกันยาเสพติดทําไมต้องทําในช่วงเลือกตั้ง และใช้เงินถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วในช่วงนั้นทําไมต้องทําเฉพาะในจังหวัดพื้นที่กรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล นี่เป็นเรื่องข้อสังเกตนะครับ แล้วท่านประธานคิดดูครับว่าในขณะที่ทํางาน ทําหน้าที่นี่ ผมก็ยื่นหนังสือไปบอกว่ามันจะเป็นปัญหาหรือเปล่ากับการเลือกตั้ง เพราะเท่าที่ฟัง พี่น้องประชาชนเองนะครับ งงกับเรื่องของปัญหาการปราบปรามยาเสพติด และสิ่งที่เขาทํา คืออะไรครับท่านประธาน หน่วยที่ออกไปตํารวจเขาบ่นครับบอกว่าไม่อยากจะไปร่วมกับ ทหาร เพราะทหารเองนั้นไม่มีความละมุนละม่อมในการเข้าไปดูตรวจสอบ มีการเข้าไป ตรวจสอบแล้วเกิดปัญหากระทบกระทั่งกับพี่น้องประชาชนในชุมชนต่าง ๆ จนกระทั่งมีการ แจ้งความแจ้งข้อกล่าวหากันเกิดขึ้น ท่านประธานครับ อันนี้เป็นแบบฟอร์มนะครับ เป็นข้อมูลการพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในชุมชน เขตพื้นที่ท่านประธานมีหรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ มีไหมครับ มี ปส. ไหม ผมถามเพื่อนสมาชิกจากอีสานเขาบอกไม่มีละครับ เพราะมันมีอยู่ ๕ เขตพื้นที่ใน ๕ จังหวัด ถามท่านประชา ท่านประชาอยู่จังหวัดสมุทรปราการ เขาบอกว่าของเขามี แต่ที่อื่นไม่มีครับ เขาเขียนอย่างนี้ครับแบบฟอร์มนี่ลงนะครับ สด. บก.น. ชื่อชุมชน แขวง เขต
๑. สถานที่พบประชาชนคือบ้านเลขที่ ซอย ถนน เบอร์โทรศัพท์
๒. ผู้ให้ข้อมูล ชื่อใครครับ นามสกุลใคร ชื่ออื่น อายุ อาชีพ
๓. สถานภาพมีเป็นเจ้าของหรือเปล่าหรือเป็นคนเช่าอยู่อาศัย
๔. เป็นข้อมูลในครัวเรือนว่าพักอาศัยอยู่กี่คน
๕. ข้อมูลในครัวเรือนครับ เขาบอกอย่างนี้ครับ ลําดับที่ ชื่อ อายุ อาชีพ การศึกษา รายได้ ถามหมดนะครับ
แต่ถามอันหนึ่งครับตลกครับท่านประธาน ความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเกี่ยว หรือไม่เกี่ยว พบตัวในวันที่เยี่ยมหรือไม่ ถ้าเกี่ยวไปพบตัวในวันที่เยี่ยมหรือไม่ครับ อันนี้คือ ข้อมูลซึ่งตลกมากครับ คุณเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่ ๆ ไปเคาะประตู แล้วไปบอกว่าขอตรวจ เรื่องยาเสพติด แล้วก็ไปเที่ยวถามข้อมูลแล้วก็ไปบอกว่าคุณติดยาเสพติดหรือเปล่า เกี่ยวข้อง หรือเปล่า เทวดาที่ไหนบอกว่าเกี่ยวล่ะครับ เขาก็กลัวครับท่านประธานครับ จนเป็นเหตุ เป็นเรื่องแจ้งความกันใหญ่โตครับที่หนองจอก นี่ ส.ส. ไพโรจน์นี่ครับไปแจ้งความ ท่านประธานเห็นไหมครับ คนแต่งตัวคล้าย ๆ ใส่ชุดดํา ไปจดนี่ เที่ยวไปจดคนโน้นคนนี้นะครับ แต่ปรากฏไปถามนี่ทหารนะท่านประธาน ทหารทั้งนั้นแต่งกายชุดดํา นี่คือวิธีการปฏิบัติของรัฐบาลชุดที่แล้วในเรื่องของการปราบปราม ยาเสพติด มันหมดไหมครับ เงินหมดครับท่านประธาน ๕,๐๐๐ ล้านบาท ไปถามทหาร บอกว่าหยุดได้ไหมช่วงนี้เลือกตั้ง มันจะวางตัวไม่เป็นกลาง เขาบอกไม่ได้หรอกครับ เพราะยาเสพติดต้องปราบต่อเนื่อง แล้วนี่ปราบมาต่อเนื่องถึงเดือนพฤษภาคม สิ้นเดือนนี้ หมดไหม ผมถามท่านประธานครับ หมดไหมครับ หมดไหมท่านประธาน กรุงเทพฯ มีแต่เพิ่ม มากขึ้น ดังนั้นในเรื่องดังกล่าวที่ผมกล่าวมานี่ ผมต้องการให้รัฐบาลชุดนี้ตรวจสอบเรื่องเงิน งบประมาณที่ใช้จ่ายไป ๕,๐๐๐ ล้านบาท ว่ามันใช้อยู่ตรงไหน แล้วมันเกิดปัญหาขึ้นมา ในลักษณะอย่างนี้ คนเราก็เดือดร้อนครับ แล้วก็มีปัญหา สิ่งหนึ่งเพื่อนสมาชิกเองเกรงว่า พี่น้องประชาชนจะไม่ปลอดภัย เขาเลยฝากบอกครับว่าในเขตบึงกุ่ม ชุมชนสามัคคีพัฒนา อันนี้ละครับเป็นอานิสงส์จาก ปส. หรือเปล่า ยังมีการปราบปรามอยู่ ยังมีการดูแลอยู่ เพราะมันสิ้นเดือนพฤษภาคม ยาเสพติดตรงนี้ยังมีอีกเยอะเลยครับ ขายกันโจ๋งครึ่มเลยครับ แล้วคนที่ไปดูแลเรื่องยาเสพติด ถ้าปล่อยตํารวจก็ไม่ได้ ปล่อยทหารอย่างเดียวก็ไม่ได้ครับ ต้องสนธิกําลังทั้งฝ่ายพลเรือน ทั้งเจ้าหน้าที่เขตทุกฝ่าย ทุกส่วน แล้วต้องกล้าจับครับ ต้องกล้าปราบ ไม่อย่างนั้นไม่มีทางหรอกครับท่านประธาน เพราะคนที่ไปแจ้งเมื่อไรเขาแจ้ง เขานี่ไม่ปลอดภัย ไปแจ้งบ้านนี้เขารู้ทันทีเลยว่าจะเกิดปัญหา แล้วเขาก็จะโดนดําเนินการ ท่านประธานครับ ผมเองเป็นห่วงในเรื่องของการปราบปรามปัญหายาเสพติด แต่ผมเองนั้น เห็นด้วยกับวิธีการที่รัฐบาล ไม่ใช่มาเชียร์กันเองนะครับ เพราะมันได้ผลเก่ามา มันเคยทํามา เมื่อมีผลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและนํามาวิเคราะห์ วิจัย ตรวจสอบแล้วว่าได้ผลก็ดําเนินการต่อ แต่อันไหนใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณไปไม่ถูกไม่ควรก็ต้องมาตรวจสอบครับ เพราะผมก็ เสียภาษี ท่านประธานก็เสียภาษี ๕,๐๐๐ ล้านบาท ๕ เดือนละลายน้ํา ยาเสพติดยังอยู่ หรือจะเป็นแผนที่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ ตอนนั้นแจ้ง กกต. ครับ ผมมีหนังสืออยู่นี่แจ้ง กกต. บอกว่าเป็นการวางตัวไม่เป็นกลางหรือเปล่า เพราะใช้นโยบายในลักษณะอย่างนี้ลงไปทําให้ ประชาชนวุ่นวายยุ่งเหยิง และการใช้นโยบายแบบนี้ไปตรวจใครครับ ไปตรวจบุคคลที่ใส่เสื้อ แดง คนเสื้อแดงถูกตรวจมากที่สุด เบาะแสคือคนเสื้อแดงไปตรวจยาเสพติด เพื่อป้องกัน ป้องปราม
ส่วนที่ ๒ นอกจากตรงนั้นแล้วคนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยในขณะนั้น เรียกว่าเป็นหัวคะแนน โดนตรวจสอบมากที่สุด ผมจึงขออนุญาตท่านประธานครับว่า นโยบายแบบนี้เป็นนโยบายที่จะปราบยาเสพติดหรือหวังผลอะไรใช้จ่ายเม็ดเงินขนาดนี้ แล้วก็คิดว่าที่ผมอภิปรายนี่ อยากให้รัฐบาลชุดนี้นะครับช่วยตรวจสอบ แล้วถ้าได้ผลอย่างไร ต้องแถลงข่าวครับ พอตอนออกมาผมพูด ผมแย้ง ผมยื่นหนังสือ กองทัพบกเองผมไม่ได้มี ปัญหาอคตินะครับ เวลายื่นหนังสือนี่ทุกส่วนราชการเขาอนุญาตให้เข้าไปยื่นตรงไหนครับ กองทัพบกผมไปยื่นกับท่าน ส.ส. พลภูมิตอนนั้นนะครับ กับ ส.ส. ไพโรจน์ แล้วก็ เพื่อนสมาชิกอีกหลายคน ให้ไปยืนหน้าป้ายกองทัพบกครับท่านประธานครับ ผมบอกว่า สักวันหนึ่งผมเข้าสภาผมจะอภิปราย เพราะผมบอกคนที่มารับหนังสือแล้วบอกว่า ถ้าท่านเอง จะทําให้ประชาชนเขารักในสถาบันของทหาร ท่านเองต้องอนุญาตครับให้พวกเรามีโอกาส เข้าไปยื่นหนังสือข้างใน ไม่ใช่บอกว่ามารับหนังสือหน้าป้ายกองทัพบกข้างนอกนะครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ติดใจในส่วนราชการที่เขาปฏิบัติหน้าที่ แต่ผมกําลังพูดว่า ผมสนใจในวิธีการที่ใช้จ่ายเงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาทในเรื่องของวิธีการปราบปรามยาเสพติด แล้วทําไมต้องมาปราบปรามในช่วงเลือกตั้ง แล้วทําไมต้องมาใช้เวลาเฉพาะในส่วนของ ๕ จังหวัด ในปริมณฑลแค่นี้ แค่ ๕ จังหวัด ที่อื่นไม่มีครับ แสดงว่ากรุงเทพฯ กับปริมณฑล มียาเสพติดมาก ต่างจังหวัดไม่มี เมื่อไม่มีรัฐบาลชุดที่แล้วเอาแค่กรุงเทพฯ หรือปริมณฑล ก็พอ ผมตั้งข้อสังเกตไว้ แล้วการใช้จ่ายเงินอย่างนี้ขอให้รัฐบาลช่วยตรวจสอบ แล้วก็ตอบ ในสภาครับว่ามันได้ผลประการใด ถ้ามันได้ผลอย่างนี้ท่านประธานครับต้องอนุมัติเงินให้ ปส. ๓๑๕-๑ ให้เยอะมากกว่านี้นะครับ แล้วก็จะได้ดําเนินการในเรื่องของการปราบปรามยา เสพติดให้ดีนะครับ แต่ถ้าไม่ได้ผลท่านช่วยตรวจสอบและดําเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ