อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ 11 ได้หารือเกี่ยวกับปัญหาที่ดิน และเรียกร้องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะปัญหาการครอบครองและเปลี่ยนมือที่ดินของสหกรณ์ป่าไม้ (สปก.) และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) และยังเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้ด้วย
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๑๑ ประกอบด้วยอําเภอครบุรีและอําเภอเสิงสาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานอภิปรายสนับสนุนญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาปัญหาที่ดินทํากินและการเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิกฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน และป่าไม้
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกทั้ง ๒ ฝั่งก็ได้อภิปรายปัญหาผมเชื่อว่า ค่อนข้างจะครบถ้วน หลังจากที่บางท่านก็บอกว่าหลายครั้ง หลายสมัยทุกยุคทุกสมัย สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็นําเสนอการตั้งคณะกรรมาธิการแบบนี้นะครับ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็ไม่ได้บรรลุลงนะครับ กลับจะมีปัญหาเพิ่มขึ้น ผมเองนั้นก็เป็นคนหนึ่งที่ได้พบกับปัญหา และได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ซึ่งปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้นนั้น ผมเองก็จะขอนําเสนอกับท่านประธานว่าบางกลุ่มของพี่น้องประชาชนนั้นเกิดมาไม่เคยมี ที่ทํากินเป็นของตัวเองเลยนะครับ แล้วก็ไม่รู้จะไปหาที่ดินมาจากไหน บางกลุ่มก็เป็นผู้ที่มี ที่ดินทํากินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ บางกลุ่มก็เคยมีที่ดินครอบครองทํากิน แต่ก็โยกย้ายถ่ายเท เปลี่ยนมือไปเป็นของคนอื่น ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ทําให้การบุกรุกป่า ซึ่งในอดีตแล้วเรียกว่า ป่าสงวนแห่งชาติ วันนี้ป่าสงวนแห่งชาตินั้นแทบจะไม่มีเหลือ เพราะถูกบุกรุกเข้าไปทํากิน ผมเองเกิดมาสมัยเป็นเด็ก ผมเกิดอยู่ในพื้นที่อําเภอครบุรีและอําเภอเสิงสางนี่จะเป็นป่าทึบครับ แต่วันนี้สภาพป่าแบบนั้น ไม่เหลืออีกแล้ว จะไม่มีป่าให้เห็นอีกแล้ว เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนได้บุกรุกเข้าไปเพื่อ ประกอบอาชีพทางการเกษตร เนื่องจากในยุคปัจจุบันนี้พืชเศรษฐกิจคือสามารถที่จะผลิต เพื่อดํารงชีพ ไม่ว่าจะเป็นมันสําปะหลัง หรือข้าวโพด หรืออ้อย ผมเองได้เห็นพี่น้องประชาชน บางครอบครัวต้องมีอาชีพรับจ้างเพียงอย่างเดียว โดยที่ตัวเองไม่มีโอกาสจะครอบครอง หรือจะมีที่ทํากินเลย วัน ๆ ก็ไปรับจ้าง แต่อีกส่วนหนึ่งที่ได้พบได้เจอครับคือที่ดินในเขต อําเภอครบุรี อําเภอเสิงสางนี่ ถ้าใครไปพบไปเห็นจะมองสุดลูกหูลูกตาครับ ถามว่าเป็นที่ ของใคร ส่วนหนึ่งก็เป็นที่ของนายทุนเป็นจํานวนมากที่กล้าทําผิดกฎหมาย กล้าที่จะ ครอบครองที่ดินนะครับ บางคนมีมากเป็นหลาย ๆ พันไร่ ก็แบ่งเช่านะครับ แบ่งเช่าให้ พี่น้องเกษตรกรเช่า แต่โดยที่ไม่รู้ว่าเจ้าของที่ดินตรงนั้นเป็นของใคร ผมเองจึงมาขอเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงต่าง ๆ ที่มีส่วนรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องการดูแลเอกสารสิทธิ ในการแบ่งที่ดินให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ดินโดยเฉพาะ ส.ป.ก. นะครับ ที่ดินส่วนใหญ่ ส.ป.ก. จะดูแลในเรื่องของที่ดินทางการเกษตรของ พี่น้องเกษตรกร ผมเองอยากจะเสนอท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ดูแล ส.ป.ก. ขอให้เพิ่มจํานวนเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ให้ย่อยลงไปในระดับอําเภอ เพราะวันนี้ พี่น้องเกษตรกรที่มีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินของ ส.ป.ก. จะติดต่อราชการทีต้องเดินทางเข้าไปใน ตัวจังหวัดเพื่อที่จะติดต่อเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะวันนี้ที่ดินที่เป็นของ ส.ป.ก. มีการโยกย้าย ถ่ายเทเปลี่ยนมือเป็นจํานวนมาก ผมเห็นพี่น้องเกษตรกรที่มีอาชีพปลูกยางพาราจากภาคใต้ ที่เขามีความถนัดและความเชี่ยวชาญในการทําอาชีพปลูกยางพาราเขาไปเห็นที่ดินแถว อําเภอครบุรี เสิงสางนี่สามารถที่จะปลูกยางพาราได้ก็ไปกว้านซื้อที่ดินจากพี่น้องในราคา ที่คิดว่าเป็นราคาถูกหลายร้อยไร่แล้วก็ปลูกยาง จริง ๆ แล้วส่วนนี้ผมเองอยากจะเรียน ท่านประธานฝากไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ในเรื่องของการเปลี่ยนมือครอบครอง ที่ดิน ส.ป.ก. นั้นควรจะมีการเข้มงวด หากเกษตรกรท่านใด เกษตรกรรายใดอยากจะ เปลี่ยนมือนี่ก็ขอให้ทาง ส.ป.ก. นั้นเปลี่ยนที่ดินไปเป็นของคนอื่นก็ขอให้เจ้าหน้าที่ของ ส.ป.ก. นําเอกสารนําที่ดินตรงนั้นกลับมาเป็นของรัฐเหมือนเดิม นี่คือสิ่งที่ผมเองอยากจะเห็น ให้พี่น้องเกษตรกรเราได้มีโอกาสครอบครองที่ดินไว้เป็นระยะเวลานาน ๆ นะครับ แล้วในส่วนของ ส.ค. ๑ ครับ วันนี้ต้องยอมรับว่าที่ดินส่วนหนึ่งเป็น ส.ค. ๑ ซึ่งในอดีตนั้นพี่น้องเกษตรกร ชาวบ้านชาวชนบทจะมีความรู้สึกว่าถ้าครอบครองที่ดินเยอะอาจจะต้องเสียภาษีให้กับรัฐเยอะ ก็เลยพยายามจะหลีกเลี่ยงนะครับ แจ้งจํานวนที่ดินที่มีสิทธิครอบครองให้น้อยกว่าจํานวน ที่เป็นจริงค่อนข้างจะเยอะ พอถึงเวลา ณ ปัจจุบันนี้หน่วยราชการ ทางราชการก็มีนโยบาย จะให้เดินสํารวจที่ดิน ส.ค. ๑ ให้ออกเป็นเอกสารสิทธิเป็นโฉนด เป็น น.ส. ๓ ได้ บางพื้นที่ ที่ดินที่เป็นรอยต่อกับป่าสงวนแห่งชาติก็จะมีปัญหาในการเพิ่มจํานวนที่ดินให้เป็นไปตาม ความเป็นจริง เนื่องจากติดขัดที่ระเบียบของที่ดินว่าจะต้องเพิ่มได้ไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ นี่คือปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้พบได้เจอมานะครับ และอีกส่วนหนึ่งครับที่ผมได้พบ ได้เจอก็มีส่วนที่หัวหน้าส่วนราชการ ไม่จะเป็นบางคนก็เป็นนายอําเภอ เป็นผู้กํากับ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เวลาเข้าไปทําหน้าที่ในแต่ละพื้นที่ก็จะพยายามไปมีที่ดิน ซึ่งที่ดินเหล่านั้นก็จะเป็นที่ดินผิดกฎหมาย ที่ส่วนมากคนที่ไปรับราชการไม่มีสิทธิที่จะ ครอบครอง แต่พยายามที่จะเข้าไปครอบครอง ไปสร้างรีสอร์ทหรือไม่ก็ทําเป็นสวนไว้พักผ่อน อันนี้ก็เกิดขึ้นเยอะในพื้นที่ ผมเองจึงมาเรียนท่านประธานผ่านไปยังส่วนราชการที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะวันนี้ก็มีของกรมป่าไม้ กรมป่าไม้ก็มีปัญหา คือบางคนที่เขามีความใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ใช้สิทธิในการเช่าที่ดินทํากิน บางรายครับ เช่า ๕๐๐ ไร่ แล้วก็ผูกขาดทีละ ๑๐ ปี ๑๐ ปี ๑๐ ปี โดยที่คนอื่นไม่มีโอกาสจะได้เช่าเลย ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ครับเป็นปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ของผมขาดโอกาส เพราะว่า ถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มนายทุนนะครับ