สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๕ กันยายน ๒๕๕๔

เหวง โตจิราการ หารือเรื่องปัญหาที่ดินในประเทศไทย โดยอ้างถึงข้อมูลว่า 70% ของที่ดินที่มีการถือครองในประเทศไทยถูกปล่อยทิ้งรกร้างว่างเปล่า และมีการประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 127,000 ล้านบาทต่อปี และเรียกร้องให้รัฐบาลออกเอกสารสิทธิและจัดสรรการใช้ที่ดินให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและให้ถูกต้องตามจุดมุ่งหมาย

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมสนับสนุน ญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาการถือครองที่ดิน และการออก เอกสารสิทธิที่ดินแก่ประชาชน ทั้งหมดดูเหมือนจะเป็น ๖ ฉบับนะครับ กระผมต้อง กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทั้ง ๖ ท่าน รวมทั้งผู้ลงนามรายชื่อสนับสนุนทุกท่านนะครับ เพราะว่าปัญหาที่ดินเป็นปัญหาที่สําคัญมาก ปัญหาหนึ่งของประเทศไทย กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ผมฝากความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ของเรานี่น่าจะยุติปัญหาที่ดิน ให้กับประเทศไทยได้เสียที ผมไม่อยากจะให้สภาชุดนี้เป็นอีกชิ้นส่วนหนึ่ง อีกแผ่นหนึ่ง อีกจิ๊กซอว์ (Jigsaw) หนึ่งของการมาต่อจิกซอว์ในการแก้ปัญหาที่ดิน หากว่าเราย้อนอดีตไป เมื่อสมัยท่านอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยชื่อท่าน สมัยโน้นปัญหา ยากกว่านี้เยอะ เพราะสมัยโน้นต้องแก้ปัญหาว่าอะไรเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อะไรเป็นที่ราษฎรเขาทํามาหากิน แล้วป่ารุกราษฎรหรือราษฎรรุกป่า ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ในขณะนี้ปัญหาเรื่องราษฎรรุกป่าหรือป่ารุกราษฎร ความเข้าใจของผมในขณะนี้ไม่มีแล้วครับ แล้วก็ภาพของที่ดินของประเทศไทยในวันนี้ค่อนข้างจะชัดว่าตรงไหนเป็นป่า ตรงไหนเป็นที่ทํากิน ตรงไหนเป็นที่สงวน ตรงไหนเป็นที่ราชการชัดเจนแล้วครับ แต่ประเด็นปัญหาก็คือว่า หลายรัฐบาลที่ผ่านมาตลอดจนนักการเมืองหรือนายทุนบางส่วน นักการเมืองบางส่วน ที่ผ่านมาปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมายก็เลยทําให้เกิดปัญหามาจนถึงวันนี้ ผมเองในวันนี้ อยากจะกราบเรียนด้วยความสร้างสรรค์ผมอยากจะเสนอให้รัฐบาลดําเนินการเรื่องนี้ อย่างจริงจังรวมทั้งสภาผู้แทนราษฎรของเราด้วย ผมอยากจะเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาลทํางานร่วมกันเพื่อทําให้สภาชุดที่ ๒๔ รัฐบาลยิ่งลักษณ์สามารถแก้ปัญหาที่ดิน ของประเทศไทยได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งผมเองก็อยากจะขออนุญาตที่จะแสดง ความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านที่เห็นว่าสภานี้ตั้งแล้ว สภาต่อไปก็จะตั้งอีกอะไรอย่างนี้นะครับ ผมว่าอย่ามองแบบสิ้นหวังครับ โลกมีความหวัง เสมอสําหรับคนที่มองอย่างมีความหวังและมองอย่างมุ่งมั่น เพราะในวันนี้ผมดูแล้วปัญหา เรื่องที่ดินมันแตกต่างจากสมัยอาจารย์สัญญาเยอะ สมัยอาจารย์สัญญามีปัญหาว่า เอ๊ะ แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไรกับราษฎรที่เขาไปทํามาหากินอยู่ในที่ป่าสงวน ในที่สุดท่านก็เสนอ เรื่อง ส.ป.ก. ๔-๐๑ ขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพ ไม่ต้องตกใจนะครับว่าผมจะไปทําให้เกิด เรื่องวุ่นวายขึ้นในสภา ผมไม่ครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ส.ป.ก. ๔-๐๑ เริ่มในสมัย อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ แล้วท่านก็เขียนชัดนะครับ กติกาของ ส.ป.ก. ๔-๐๑ นั่นก็คือ เฉพาะคนจน เกษตรกรที่ทํามาหากินด้วยการทําการเกษตรอย่างเดียว และในนั้นยังมี รายละเอียดนะครับว่าที่มีความสูงชันเกินกว่า ๖๐ องศาไม่สามารถออก ส.ป.ก. ๔-๐๑ ได้ ที่ผมยกตัวอย่างของอาจารย์สัญญานี้ เพื่อกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมามีความเมตตาต่อราษฎร และต้องการที่จะแก้ปัญหาให้ราษฎร โดยไม่ต้องการให้ราษฎรได้รับโทษทัณฑ์ทางกฎหมายโดยที่ไม่ชอบธรรมนะครับ

ทีนี้ประเด็นที่ผ่านมาก็คือว่าขณะนี้ป่าไม้มันก็ชัดเจนตรงไหนเป็นป่าสงวน ตรงไหนเป็นที่เพาะปลูก ตรงไหนเป็นลุ่มน้ํา ตรงไหนเป็นบริเวณจัดการอะไรต่าง ๆ แต่ประเด็นอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานผมไม่ต้องการให้เกิดความโกลาหลขึ้นในสภา เพราะฉะนั้นผมจะกราบเรียนสั้น ๆ ว่าที่ผ่านมาเกิดขึ้นเนื่องจากว่ารัฐบาลบางยุคบางสมัย และนักการเมืองบางส่วนบางพวกไปร่วมมือกับนายทุน สภาพเป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ คือราษฎรของเราส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ดังนั้นการประกอบอาชีพทางเกษตรกรรม ในระยะที่ผ่านมามันมีปัญหาครับ ทําให้เกษตรกรจํานวนไม่น้อยประสบปัญหาหนี้สินและ ล้มละลาย ดังนั้นเขาไม่ทราบจะทําอย่างไร เขาก็เลยขายที่ดินที่เขามีอยู่ แล้วก็ปรากฏว่า มีนายทุนบางส่วนซึ่งอาจจะมีเจตนาสุจริตก็มี ที่เจตนาทุจริตก็มี ก็เลยไปรวบรวมซื้อที่ดินเป็น แปลงใหญ่ ๆ แล้วก็ทํามาหากินจากที่ดินนะครับ โดยการปั่นราคาหรืออะไรก็สุดแล้วแต่ ก็เลยทําให้เกิดปัญหา ก็คือราษฎรที่ขายที่ดินไปแล้วก็เลยต้องรุกป่าเข้าไปเรื่อย ๆ ก็เลยทําให้ เกิดปัญหาใหม่ ๆ ขึ้นมา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ผมมีตัวเลข อันหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ เพื่อจะได้เห็นว่าที่ผมพูดนี้ไม่เป็นเรื่องที่ เกินความจริง ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ มีคนวิจัยไว้แล้วเมื่อปี ๒๕๔๔ ในวันนี้ ตัวเลขน่าจะมากกว่านี้ ก็คือว่าจํานวนที่ดินที่มีการถือครอง ท่านประธานครับ มีการถือครอง นี่หมายความว่ามีเอกสารสิทธินะครับ ซึ่งอาจจะเป็นนายทุนหรือว่า ส่วนใหญ่น่าจะเป็น นายทุนนะครับ เพราะว่าตัวเลขตัวนี้มันบอกไว้ว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ดินที่มีการถือครอง ในประเทศไทยถูกปล่อยให้ทิ้งรกร้างว่างเปล่านะครับ แล้วก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้บอกไปแล้วว่ามีประชาชนจํานวน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ถือครองที่ดิน ไม่เกิน ๑ ไร่ แล้วก็ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของการถือครองที่ดินที่ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ หรือใช้ประโยชน์ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ประเมินเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง ๑๒๗,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี นั่นมันปี ๒๕๔๔ นะครับ ในวันนี้ถ้าหากเพิ่มอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์คงจะมากมายกว่านี้เยอะ เพราะฉะนั้นปัญหานี้ ผมเห็นด้วยกับการเร่งรีบในการที่จะออกเอกสารถือครองสิทธินะครับ แต่ขณะเดียวกันก็ต้อง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย แล้วก็การจัดสรรการใช้ที่ดินให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและให้ถูกต้องตามจุดมุ่งหมายนี่นะครับ ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า หลายท่านผมก็ตั้งใจฟังนะครับ ตั้งใจฟังมาโดยตลอด หลายท่านพยายามที่จะอธิบายว่ารัฐบาลชุดยิ่งลักษณ์ไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องที่ดินนะครับ หรือไม่ชัดเจนอะไรต่าง ๆ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ขออนุญาตที่จะอ่าน เอกสารสักนิดหนึ่งนะครับว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้มีนโยบายเรื่องนี้ชัดเจน ก็คือว่าสร้าง ความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ําในการใช้ประโยชน์ที่ดิน อันนี้ชัดเจนนะครับ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ สร้างความเป็นธรรมในนี้มันบ่งบอกอยู่ในตัวนะครับว่า ที่ดินที่รกร้างว่างเปล่านี่คุณปล่อยไว้ให้รกร้างว่างเปล่าทําไม คุณเอาไว้ในการเก็งกําไรใช่ไหม แล้วนี่เป็นการบั่นทอนเศรษฐกิจของชาติใช่หรือเปล่า และเป็นการเอาเปรียบเพื่อนร่วมชาติ ใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นการสร้างความเป็นธรรมนะครับ แล้วลดความเหลื่อมล้ําในการใช้ ประโยชน์ที่ดิน อันนี้หมายถึงว่าต้องไปบริหารจัดการที่ดินที่รกร้างว่างเปล่ากว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ที่มีการถือครองด้วย นอกเหนือไปจากการออกเอกสารสิทธิแล้วนะครับ ทีนี้วิธีการของ รัฐบาลนี้ก็คือว่าจะจัดปฏิรูป ปฏิรูปการจัดการที่ดินนะครับ ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าการปฏิรูปนี้มี ๒ ลักษณะ ลักษณะหนึ่งก็คือ ปฏิรูปการจัดการการใช้ที่ดิน อีกอันหนึ่งก็คือปฏิรูปการถือครองที่ดิน ซึ่ง ๒ เรื่องนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องใหญ่ในระดับชาติทั้งสิ้น และผมมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีความมุ่งมั่นในการทําเรื่องนี้ให้สําเร็จนะครับ ก็คือมุ่งมั่นในการปฏิรูป การจัดการที่ดินโดยให้มีการกระจายสิทธิที่ดินอย่างเป็นธรรม กระจายสิทธิที่ดิน อย่างเป็นธรรมและยั่งยืนโดยใช้มาตรการทางภาษีและจัดตั้งธนาคารที่ดินให้กับคนจนและ เกษตรกรรายย่อย ท่านประธานครับ ตรงนี้จะมีคําใหม่ขึ้นมาซึ่งหลายท่านอาจจะไม่คุ้นเคย นั่นคือคําว่าธนาคารที่ดิน ให้แก่คนจนและเกษตรกรรายย่อย ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ก่อนนะครับ เพราะว่าท่านประธานจะได้เห็นความจริงใจของ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ในการที่จะจัดการปัญหาที่ดินอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแต่การไปออก เอกสารสิทธินะท่านประธาน คือผมต้องกราบเรียนตอกย้ําอีกทีนะครับว่าการออก เอกสารสิทธินี้ผมเห็นด้วยนะครับ แต่นั่นเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนเดียวของการแก้ปัญหาที่ดิน อย่างยั่งยืนของประเทศไทย แล้วการจัดธนาคารที่ดินนี่คืออะไรครับ กองทุนธนาคารที่ดิน ก็คือกองทุนหลักประกัน การเข้าถึงที่ดินของคนจนและคนยากไร้ทั่วประเทศ คือเป็นกองทุน ที่รัฐบาลจะดําเนินการเพื่อสร้างหลักประกันให้คนจนและคนยากไร้ทั่วประเทศได้มีโอกาส เข้าถึงที่ดินและเป็นเจ้าของที่ดินและใช้ที่ดินให้เป็นประโยชน์ได้นะครับ รายละเอียดผมคง ไม่สามารถที่จะอธิบายให้ท่านประธานได้ ผมเหลือเวลาแค่นาทีเดียวนะครับ และยังมี อีกกองทุนหนึ่งก็คือว่ากองทุนที่ดินชุมชน ก็คือกองทุนหลักประกันการคุ้มครองพื้นที่ชุมชน ให้เป็นพื้นที่เกษตรตลอดไป และวันนี้ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพนะครับว่ามีคนเป็นห่วงประเทศไทยมากว่าต่อไปพื้นที่การเพาะปลูกข้าว มันจะลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จนในที่สุดสถานภาพที่เรามีความสามารถในการส่งข้าวออก เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยจะสูญเสียไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ซึ่งอันนี้ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้สนใจและเข้าใจปัญหานี้แล้วก็ได้พยายามทําให้ เกิดในระดับนโยบายขึ้นนะครับ ก็คือว่าเราจะต้องมีกองทุนในการจัดตั้งธนาคารที่ดิน แล้วก็กองทุนที่ดินชุมชนด้วยนะครับ แล้วก็เพื่อเป็นการให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร พิจารณาให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าทั้งทางราชการและปกป้อง ที่สาธารณะ ที่ดินทุ่งเลี้ยงสัตว์ ห้ามการปิดกั้นชายหาด ท่านประธานครับ ผมเหลือเวลาแค่ ๓๓ วินาที ผมจะกราบเรียนนะครับว่าการพิจารณาปัญหาเรื่องที่ดินไม่ได้แยกออกจาก การพิจารณาเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ แล้วนี่ถ้าเราจัดการปัญหาที่ดินดี ๆ ป่าไม้ ต้นน้ําลําธารเราจะรักษาไว้ด้วยได้ แล้วทําให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล นอกจากนั้นเราจะ บริหารจัดการน้ําฝนซึ่งตกมา ๒๑๕,๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่เราเก็บกักได้แค่ ๓๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เราจะจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบเชื่อมโยงปัญหาในเรื่อง การสร้างความเป็นธรรมเรื่องที่ดิน กับการแก้ปัญหาน้ําท่วมกับฝนแล้ง แหม ผมเสียดายจริง ๆ ที่ผมมีเวลาแค่นี้นะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะอธิบายให้ท่านประธานทราบนะครับว่า เราเชื่อมโยง ๒ ปัญหานี้เข้าเป็นบูรณาการและจัดการปัญหานี้ได้อย่างถาวรยั่งยืนได้อย่างไร ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ