ผุสดี ตามไท ถามเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับความเสมอภาคชายหญิง และแทนการถามด้วยการถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แทน และเรียกร้องการมีนโยบายหรือมาตรการสนับสนุนส่งเสริมสตรีเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญในภาครัฐ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ก่อนที่ดิฉันจะถามกระทู้ถามดิฉันต้องขออนุญาตท่านประธานเลยนะคะ เนื่องจากกระทู้ถาม ที่ดิฉันถามนี้มันต้องอาศัยความเข้าใจพื้นฐาน จะขออนุญาตใช้เวลานิดหน่อยในการที่จะ อธิบายเพิ่มเติมนะคะ แต่ก่อนอื่นดิฉันต้องขออนุญาตพูดอย่างนี้เลยว่าดิฉันเสียใจ แล้วก็ ผิดหวังมากที่สุดที่ท่านนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยไม่ได้มาตอบคำถามนี้ เพราะดิฉันถือว่าในฐานะที่เป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศไทย ท่านต้องมีพันธกิจที่จะต้อง ถือธงนำหน้า แล้วก็ใส่ใจในเรื่องที่จะทำความเสมอภาคระหว่างชายหญิงให้เป็นจริง ท่านประธานคะขออนุญาตอย่างนี้เลยนะคะว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน มาตรา ๓๐ พูดไว้ชัดเจนเรื่องการกำหนดให้ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน และมาตรา ๘๐ (๑) ก็ยังได้กำหนดด้วยว่า ให้รัฐต้องส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิง และชาย โดยมีหน่วยงานของภาครัฐทำหน้าที่หลักในการดูแลเกี่ยวกับนโยบายในเรื่องนี้ แล้วก็ทำหน้าที่คอยให้การสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ แล้วก็ประเทศไทยเองก็มีแผนพัฒนาสตรี ยิ่งไปกว่านั้น ท่านประธานคะ รัฐบาลไทยก็ยังได้ไปให้การรับรองเป้าหมายการพัฒนา แห่งสหัสวรรษ ร่วมกับรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า ๑๘๐ ประเทศ ในการประชุม ณ องค์การสหประชาชาติ ซึ่งหมายความว่าอย่างไรคะ หมายความว่าประเทศไทยนั้นจะต้อง ดำเนินการตามเป้าหมายหลัก ๘ ข้อ ให้บรรลุผลภายในปี ๒๕๕๘ แล้วก็เป้าหมายหลัก ประการหนึ่ง ก็คือการส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศ หรือความเสมอภาคทางเพศนั่นเอง คือระหว่างหญิงและชาย แล้วก็ส่งเสริมบทบาทสตรี ท่านประธานคะ แม้รัฐบาลจะโฆษณาว่า วันนี้ก็ได้ตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้แล้วอย่างไรละถึง ๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ดิฉัน ก็เกรงว่าจะตั้งด้วยความไม่เข้าใจ แล้วไม่สอดคล้องกับเรื่องของเป้าหมายหลักของการพัฒนา แห่งสหัสวรรษเลย มุ่งเฉพาะแต่จะให้กู้เงิน แล้วก็โดยที่ไม่สนใจจะลงทุนเพื่อการพัฒนาตัวตน และความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงเลยสักนิดเดียว แล้วก็ไม่ได้สนใจว่าผู้หญิงจะมีความเสมอภาค กับผู้ชายในทุกด้านหรือไม่ ทั้งเศรษฐกิจ ทั้งสังคม และด้านการเมือง แล้วก็ไม่สนใจเลยว่าความเสมอภาคนี้มีนัยสำคัญ แล้วก็มีคุณค่าต่อสังคมอย่างไร ดิฉัน ต้องขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมอย่างนี้นะคะท่านประธานว่าความเสมอภาค หรือว่า ความเท่าเทียมที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ไม่ใช่ความเหมือนนะคะ เราแตกต่างกัน แต่ความเสมอภาค หรือความเท่าเทียมตรงนี้มันเป็นเรื่องของความเท่าเทียมในเรื่องโอกาส สิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบต่าง ๆ โดยที่สิ่งเหล่านี้ต้องไม่ถูกกำหนดขึ้นโดยเหตุแห่งเพศ ดิฉันขออนุญาต ยกตัวอย่างนะคะท่านประธาน เช่นเข้าโรงเรียนเตรียมทหารไม่ได้เพราะว่าเป็นผู้หญิง ขึ้นดำรงตำแหน่งนายช่างแขวงการทางไม่ได้เพราะว่าเป็นผู้หญิง หรือว่ารับเงินเดือนต่ำกว่า ในตำแหน่งเดียวกันเพราะว่าเป็นผู้หญิง หรือว่าถูกกระทำด้วยความรุนแรงทางเพศ เพราะเป็นผู้หญิง แล้วก็อีกสารพัดปัญหา ความเสมอภาคตรงนี้ละค่ะที่วันนี้องค์กรทั่วโลก เขาตระหนักแล้วว่ามันเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน แล้วก็เป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุด ของความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง และโดยเฉพาะการให้ผู้หญิงนั้นขึ้นดำรงตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจไม่ว่าจะเป็นนโยบาย หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องอื่น ๆ ท่านประธานคะ วันนี้แม้กฎหมายที่เกี่ยวกับความเสมอภาคนั้น อาจจะได้รับการแก้ไขไปอยู่บ้างแล้วพอสมควร แต่ในทางปฏิบัติยังห่างไกลมากเลย พื้นฐาน ก็คือเป็นเรื่องของทัศนคติ หรือหลายคนเรียกว่าเจตคตินั่นล่ะคะโดยตรงแท้ ๆ ก็ขออนุญาต ตั้งกระทู้ถามถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาตอบแทน ดิฉัน หวังว่าท่านรัฐมนตรีจะช่วยนำคำถามนี้ไปเรียนท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะ
คำถามข้อที่ ๑ รัฐบาลมีนโยบายหรือมีมาตรการในการที่จะสนับสนุนส่งเสริม ความเสมอภาคโดยกำหนดให้มีสัดส่วนของสตรีในการเข้าสู่การดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ในทุกภาคส่วนหรือไม่ อย่างไร และหากไม่มี หรือมีน้อยเป็นความสำคัญลำดับท้ายสุด เป็นเพราะอะไรคะ ขอทราบรายละเอียดด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ