อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พูดถึงปัญหาการใช้จ่ายของรัฐบาล โดยเฉพาะการกู้เงินและโครงการที่ไม่เหมาะสมและไม่ส่งผลประโยชน์จริงให้กับประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลมีการควบคุมการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านครับ ปีนี้เป็นงบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณรายจ่ายที่มากที่สุด เป็นประวัติการณ์ ทางรัฐบาลนั้นคิดว่าปี ๒๕๕๖ ตัวเลขเศรษฐกิจจะบวก ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ ต้องเรียนท่านประธานว่าเวลาเขาคํานวณวิธีการคิด (GDP) หรือการเจริญเติบโต ๒ ปัจจัยหลัก เป็นปัจจัยสําคัญ นั่นก็คือการบริโภคภายในประเทศและรายจ่ายภาครัฐ ปีนี้มันมีรายจ่าย ภาครัฐเทียม มันมีการบริโภคภายในประเทศเทียม ทําให้ตัวเลขเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๖ นั้น ดูเหมือนจะโตที่ ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะว่าปีนี้นั้นเป็นปีที่น้ําท่วมจํานวนมาก ผู้ประกอบการเอกชนรวมถึงภาครัฐต่างก็ระดมทุนเพื่อไปสร้าง ไปซ่อมแซมโรงงานที่เสียหายไป เพราะฉะนั้นตัวเลขในงบประมาณปีนี้ซึ่งมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ต้องบอกว่าอาจจะตั้ง อยู่บนสมมุติฐานที่เป็นตัวเลขที่เทียมครับ เพราะเป็นการโตที่ไม่ใช่เป็นการโตที่แท้จริง ท่านประธานครับ พอลงไปดูลึกกว่านั้นหน่อยปรากฏว่าเที่ยวนี้การจัดงบประมาณก็ขาดดุล งบประมาณก็คือหมายถึงว่ารายรับน้อยกว่ารายจ่ายอยู่ที่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน ท่านยิ่งลักษณ์จัดก็คือว่ารายรับน้อยกว่ารายจ่าย ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดูเหมือนจะดีว่าปีนี้ส่วนต่างน้อยลงครับ ต่างกันที่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานครับ นั่นก็เป็นเพราะว่าในช่วงต้นสมัยของคุณยิ่งลักษณ์นั้นได้มีการกู้ กู้ กู้ ไปแล้วกว่าล้านล้านบาท ผมขอสไลด์ที่ ๑ ขึ้นให้ดูนะครับว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้นกู้ไปแล้วอะไรบ้างครับ ท่านประธานครับ นอกเหนือจากงบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาทในคราวนี้ คุณยิ่งลักษณ์เองนั้นกู้ไปแล้วนะครับ ในช่วง ๙ เดือนที่ผ่านมา ทําลายสถิติของทุกรัฐบาลในประเทศไทยไปแล้วครับ ไปกับผมช้า ๆ ครับ
ตัวแรกฟื้นฟูระบบน้ํา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเบิกจ่ายจริงก็ทําไปได้แค่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง เอาเงินไปตั้งไว้ครับ ทํากองทุนประกันภัย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้ไป กู้ไปจํานําพืชผลเกษตร ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้ไปชดเชยผลขาดทุนของกองทุนน้ํามัน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท วงเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ตอนนี้ใช้ไปแล้ว ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วคิดดูสิว่าตอนนี้น้ํามันยังแพงอีกขนาดไหน เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังครับ ต่อมาอีกหน่อยครับ ปี ๒๕๕๕ นี่รายจ่ายมากกว่ารายรับ ก็แปลว่าต้องกู้ไปชดเชย ปี ๒๕๕๕ คุณยิ่งลักษณ์ มีรายจ่ายมากกว่ารายรับ เพราะฉะนั้นก็ต้องกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เพื่อไปอุดช่องว่าง ปีนี้เช่นเดียวกัน รายจ่ายมากกว่ารายรับอีกแล้ว ก็ไปอุดช่องว่างอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เบ็ดเสร็จ ๙ เดือนขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๑.๔ ล้านล้านบาทครับ ใช้คําพูดอย่างนี้ดีกว่า ท่านประธานครับ นี่คือเหตุที่ผมบอกว่ารัฐบาลนี้ล่ะครับเก่งแต่กู้ของ จริงครับ แต่พอไปดูต่อมาครับ ผมอยากจะพาไปดูว่าโครงการที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ที่เป็นโครงการที่ผิดพลาด ซึ่งไม่ได้ผิดพลาดเพราะเราเห็นต่างในฐานะฝ่ายค้าน มันผิดพลาด เพราะเป็นนโยบายสิ้นคิด มันผิดพลาดที่วิญญูชนทั่วไปก็มองได้ว่าเป็นโครงการที่ผิดพลาด มี ๓ โครงการดังต่อไปนี้ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ ขึ้นครับ
โครงการแรกพูดสั้น ๆ โครงการรถยนต์คันแรก ใช้เงิน ๓๐,๐๙๕ ล้านบาท ปีที่แล้ว ปี ๒๕๕๕ เราตั้งงบประมาณไว้ ๙๕ ล้านบาท ซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้ในโครงการนี้ ในปีนี้ตั้งงบประมาณอีก ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท และปีต่อ ๆ ไปก็อีก ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทสําหรับโครงการรถยนต์คันแรกครับ ท่านประธานครับ ใครที่ใช้รถยนต์คันแรกได้รับส่วนลดในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท รถยนต์ขนาดเล็ก รถยนต์ รถกระบะ ผมโฆษณาให้เสร็จเรียบร้อย แต่ท่านทราบไหมครับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เอาไปทําอะไรได้บ้าง ถ้าเป็นขนส่งที่เรียกว่ารางเดี่ยวนี่ ไปสร้างรถไฟฟ้าที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้ ไปจังหวัดอุดรธานีก็ได้ครับ มาต่อที่กรุงเทพฯ ยังได้อีกครับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่า ท่านเลือกที่จะไปทําโครงการรถยนต์คันแรกครับ
โครงการที่ ๒ โครงการพักหนี้ดี ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท การยกเลิกกองทุนน้ํามัน เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าทําไมยกเลิกกองทุนน้ํามัน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ถึงเป็นโครงการที่ ผิดพลาด จริง ๆ ก็ไม่เชิงจะยกเลิกกองทุนน้ํามัน แต่เป็นการยกเว้นการจัดเก็บกองทุนน้ํามัน เบ็ดเสร็จท่านมีโครงการที่พลาดจากรัฐบาลนี้ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่วิญญูชนก็เข้าใจ เหมือนผมครับ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่านอกจากโครงการรถยนต์คันแรก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เปล่าประโยชน์ไปแล้วนี่ อีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาใช้โครงการพักหนี้ดีครับ เดี๋ยวโฆษณา ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเรียบร้อยนะครับว่า ในขณะนี้พี่น้องประชาชนลองฟัง โครงการนี้ดูดี ๆ นะครับ ใครที่เป็นหนี้ดีอยู่ ๔ ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธ.ก.ส. ออมสิน เอสเอ็มอี อิสลาม ปกติดอกเบี้ยร้อยละ ๗ รัฐบาลนี้ลดให้ครับ ๓ เปอร์เซ็นต์เหลือแค่ร้อยละ ๔ นั่นหมายความว่าคนที่เขาเป็นหนี้ดีอยู่ทุกวันนี้ก็กลายเป็นหนี้เสียเสียเลยครับ เพราะรัฐบาล บอกว่าต้นไม่ต้องจ่ายก็ได้พักต้นไว้ก่อน แล้วก็ลดดอกให้อีกจาก ๗ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๔ เปอร์เซ็นต์ครับ โครงการแบบนี้ไม่น่าเชื่อว่าคิดได้ ผมว่ามันสิ้นคิดจริง ๆ ครับ ผมอยาก พาท่านประธานไปดูในสไลด์นี้จะเปรียบให้ดูว่าเงินเขาใช้กันอย่างไร ท่านดูสไลด์ตามผมครับ โครงการพักหนี้ดีสีแดงของพรรคเพื่อไทย สมมุติว่าท่านเป็นคนดี ๆ กันอยู่นี่ครับ ผ่อนหนี้กันอยู่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ปกติดอกร้อยละ ๗ ต่อปีครับ แต่ว่าปกติต้องจ่ายดอก ๗,๐๐๐ บาทต่อปี รัฐบาลนี้ใจดีแจกแหลก ดอกเบี้ยลดลง ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ เหลือว่าปีนี้ท่านก็จ่ายดอกแค่ ๔,๐๐๐ บาท ดีไหมครับ ได้ประโยชน์เท่าไรครับ ได้ประโยชน์ ๓,๐๐๐ บาท เห็นนะครับ ในชาร์ท (Chart) ครับ คนพวกนี้เขาสบายแล้วครับ เขากู้ได้ แต่พวกแม่ค้าหาบเร่ แผงลอย ที่ไม่มีประวัติทางการเงิน คนที่เขาเลือกท่านมา ๑๕ ล้านเสียงเขาอยู่ในกลุ่มนี้สักกี่คน ท่านมา ดูโครงการแก้หนี้นอกระบบที่พรรคประชาธิปัตย์เคยทํา ถ้าใช้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทเหมือนกันครับ ปกติเขาโดนดอกกันอยู่นี่ร้อยละ ๑๐ ต่อเดือน หรือว่าร้อยละ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ต่อปี เฉพาะจ่ายดอก ๑๒๐,๐๐๐ บาทครับ โครงการนั้น พรรคประชาธิปัตย์ทําให้จ่ายดอกเบี้ยถูกลงเหลือแค่ ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อปีครับ ประหยัดเงินไป ๑๐๘,๐๐๐ บาทต่อรายครับ เงินเท่ากันเลยครับ ๑๐๐,๐๐๐ บาทกับการแก้หนี้นอกระบบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ของท่านได้ประโยชน์แค่ ๓,๐๐๐ บาท ในขณะที่ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประโยชน์เป็นแสนบาทในเงินจํานวนเท่ากัน เอาล่ะครับ พอเข้าใจครับ โครงการอย่างนี้ละครับ พักหนี้ดี คิดได้ คิดดี เพราะเป็นโครงการสิ้นคิด ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าหลักฐานมันยันชัดเจน ที่พูดอย่างนี้เพราะวิญญูชนคงคิดเหมือนผมครับ โครงการนี้ใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทมาจากเงินงบประมาณ อีก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทมาจากการยอมเจ๊งของ ๔ ธนาคารรัฐ เมื่อสักครู่นี้ครับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ คิดได้อย่างไรครับ โครงการแบบนี้ เป็นภาระงบประมาณ รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ครับ
โครงการที่ ๓ สิ้นคิดเหมือนกัน คือโครงการเรื่องของการเข้าไปพยุงกองทุน น้ํามันครับ จริง ๆ แล้วท่านยิ่งลักษณ์เองพูดเอาไว้ในวันปราศรัยหาเสียงวันที่ ๑ กรกฎาคมว่า จะยกเลิกกองทุนน้ํามัน จริง ๆ แล้วท่านไม่ได้ยกเลิกกองทุนน้ํามันแต่เป็นการยกเว้นการ จัดเก็บกองทุนน้ํามันแค่ ๔ เดือนเท่านั้นครับ ตั้งเงินไว้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท หมดไปแล้ว ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานรู้ไหมครับได้อะไรมาบ้าง ลองเปิดคลิปเสียงนี้สิครับว่า ท่านยิ่งลักษณ์พูดไว้ว่าอะไรแล้วผมจะแสดงตัวเลขให้ดูครับวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)
“............... : พี่น้องคะ หากพรรคเพื่อไทยได้มีโอกาสในการจัดตั้งและ เป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่เราจะทํานั่นคือการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจของพ่อแม่ พี่น้อง คือการกระชากค่าครองชีพลงมาค่ะ”
กระชากค่าครองชีพนะครับ
“............... : ด้วยการยกเลิกกองทุนน้ํามันค่ะพ่อแม่พี่น้องคะ”
ยกเลิก ยกเว้นการจัดไป ได้แค่ ๔ เดือนครับท่านประธานครับ
“............... : จะทําให้น้ํามันนั้นมีราคาลดลงค่ะ น้ํามันเบนซิน ๙๕ จะลดลง ไป ๗.๕๐ บาทต่อลิตรค่ะ”
๗.๕๐ บาทนะครับ ลดลง ไปเดี๋ยวดูนะครับว่าจริงไหมครับ
“............... : เบนซิน ๙๑ จะลดลง ๖.๗๐ บาทต่อลิตรค่ะ”
๖.๗๐ บาทต่อลิตรนะครับ เดี๋ยวดูว่าจริงไหมนะครับ
“............... : น้ํามันดีเซลจะลดลงไป ๒.๒๐ บาทต่อลิตรค่ะพ่อแม่พี่น้อง”
ดีเซล ๒.๒๐ บาทต่อลิตร นะครับพี่น้อง ท่านประธานครับ ใช้เงินกู้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทวงเงิน สตางค์หมดไปแล้ว ๒๓,๐๐๐ ล้านบาทกับกองทุนน้ํามันนี้ แล้วหวังว่าตัวเลขจะลดจริงอย่างที่คุณยิ่งลักษณ์บอก ว่ากระชากค่าครองชีพ ไปดูสไลด์ของผมต่อไปครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ต่อไปครับสไลด์ที่ ๔ ครับ ท่านประธานครับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไปแล้ว ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วกระชากค่าครองชีพลงแบบที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์พูดจริงหรือไม่ครับ เมื่อสักครู่ดูเบนซิน ๙๕ ครับ เราจะกระชากราคาลง ๗.๕๐ บาทค่ะพี่น้องท่านประธานครับ มาดูราคาวันนี้กันหน่อยทั้ง ๆ ที่ว่าเมื่อเช้าตอนตีห้าน้ํามันลดราคาลงเรียบร้อยแล้วนะครับ ๔๖.๒๔ บาทครับ เพิ่มขึ้นไม่ได้กระชากลงอย่างที่คุณยิ่งลักษณ์บอกเลยครับ ๖.๐๖ บาท ถ้ากระชากลงจริงนี่เบนซิน ๙๕ จะต้องราคา ๔๐.๑๔ บาท นั่นคือในวันที่ ๑ กรกฎาคม และถ้าถูกลง ๗.๕๐ บาทจะต้องราคานั้นล่ะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ มันไม่ได้ถูกลง ๗.๕๐ บาทครับ มันแพงขึ้น ๖.๐๖ บาทครับสําหรับเบนซิน ๙๕ ครับ เบนซิน ๙๑ ครับ จะถูกลง ๖.๗๐ บาท ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์พูดไว้ครับ เงินหมดไปแล้ว ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ยังเหลือวงเงินต่ออีก ๗,๐๐๐ ล้านบาทจะครบ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ต้องใช้ไป น้ํามันมันขึ้น ๖.๓๑ บาท ดีเซลครับ พี่น้องจะถูกลง ๒.๒๐ บาท ในวันที่คุณยิ่งลักษณ์บอกในวันหาเสียงครับ วันนี้มันแพงขึ้น ๒.๐๔ บาท ชัดเจนไม่ต้องอธิบายอีกแล้วครับ ล้มเหลวสิ้นเชิงใน ๓ โครงการ ที่ได้กล่าวไปครับ เอาล่ะครับ ตัดภาพมาได้เลยนะครับ เหลือเวลาสั้น ๆ ๒ นาที ขออนุญาตเรียน แบบนี้ครับ ท่านกู้เงินในคราวนี้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ประเทศไทย ๑.๔ ล้านล้านบาท ท่านใช้งบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณรายจ่ายที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ท่านประธานครับ เรามาเสียเวลากับโครงการสิ้นคิด ๓ โครงการเมื่อสักครู่นี้ โครงการแรก รถยนต์คันแรก ๓๐,๐๙๕ ล้านบาท รถไฟฟ้าใช้ได้อีกหลายจังหวัดครับ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดอุดรธานี กรุงเทพมหานคร เราไปเสียเวลากับโครงการ