เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข หารือเรื่องการสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลและการจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพ โดยเรียกร้องให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาพยาบาลและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกองทุนมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการพิจารณารายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๒ จำนวน ๑ เล่มนี้ ซึ่งตามที่รัฐบาลได้ส่งรายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๒ ปัจจุบันก็ได้ดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน รวมแล้วประมาณ ๔๘ ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่ง สปสช. ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ คือปัจจุบันนี้งบประมาณสำหรับการดำเนินงานหลักประกันสุขภาพเป็นอัตราเหมาจ่ายรายหัว ซึ่งได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีของประเทศ และมีการเพิ่มรายการงบประมาณ สำหรับสิทธิประโยชน์บางอย่างจำนวน ๔ รายการ ซึ่งประกอบไปด้วย งบประมาณสาธารณสุข จ่ายรายหัว งบบริหารผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือโรคเอดส์ งบบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง งบบริการ ควบคุมป้องกันและรักษาโรคเรื้อรังนี้ ซึ่งผลงานของ สปสช. ก็ดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชน มาเกือบ ๑๐ ปี ก็มีผู้ที่เป็นโรคภัยไข้เจ็บพี่น้องประชาชนก็เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งดิฉัน ดูจากการรายงานนี้มีผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่มารับบริการเพิ่มขึ้นทุกปีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามลำดับ ดิฉันขอยกตัวอย่างเช่นงบประมาณผู้ป่วยนอก อยู่ระหว่าง ๒.๓๗-๓.๒๒ ครั้ง ต่อคนต่อปี โดยมีงบประมาณปี ๒๕๕๓ เท่ากับ ๓.๒๒ ครั้งต่อคนต่อปี ส่วนผู้ป่วยใน มีอัตราการใช้บริการ ๐.๐๘๙-๐.๑๑๖ ครั้งต่อคนต่อปี ถ้าตีเป็นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ มีอัตราการใช้บริการ ๐.๑๑๖ ครั้งต่อคนต่อปี ประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลตามสิทธิ ของ สปสช. ซึ่งถ้าดูตัวเลขที่มีการประเมินจากผู้ที่มาใช้บริการคนไข้ก็มีความพึงพอใจสูง ในปี ๒๕๕๓ นี้อยู่ในระดับดี เพราะว่าคะแนนเต็ม ๑๐ ได้ถึง ๗.๘ ก็ได้เยอะ ส่วนในด้าน การใช้ยาแก่ผู้ป่วยได้ ๗.๖ ด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ถึง ๗.๖ ก็เป็นตัวเลข ที่อยู่ในระดับดี ก็อยากให้รักษาระดับนี้ไว้แล้วก็อยากให้เพิ่มประสิทธิภาพและอุปกรณ์ การรักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ดิฉันขอเสนอแนะบางเรื่องเพราะว่าค่าใช้จ่ายในปัจจุบันนี้ สปสช. ได้รับ การสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลพิเศษเกี่ยวกับเรื่องโรคเอดส์ โรคไต โรคเรื้อรัง อย่างเช่น วัณโรคให้แก่ผู้ป่วยแล้ว ดิฉันอยากจะเสนอทางเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหาร สปสช. นะคะ อยากจะเสนอเกี่ยวกับเรื่องโรคเบาหวาน โรคหอบที่ผู้ป่วยเป็นแล้วเป็นยาวนาน รักษากัน แบบหมดเนื้อหมดตัว บางทีเป็นตั้งแต่สาวยันแก่ อย่างเช่น คุณแม่ดิฉัน คุณพ่อดิฉันซึ่งเสียชีวิตไป ก็โรคพวกนี้ละค่ะ ปู่ย่าตายายบรรพบุรุษก็โรคเบาหวาน ก็อยากให้เอาเรื่องโรคนี้เอามาช่วย พิจารณาด้วย ก็อยากให้ สปสช. ตระหนักเกี่ยวกับเรื่องโรคพวกนี้ เพราะทุกวันนี้ ท่านได้รับเงินจัดสรร ได้งบประมาณรายหัว ๒,๕๔๖.๔๘ บาทต่อหัวต่อปีนะคะ และรัฐบาล ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านก็ได้เพิ่มเงินเป็นรายหัวให้กับคนไข้หรือพี่น้องประชาชน ถึง ๒,๗๕๕.๖๐ บาทต่อหัวต่อปี ส่วนนี้ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขนะคะ ท่านวิทยา บุรณศิริ ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ฝากขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนในส่วนนี้
และอีกสิ่งหนึ่งในกรณีการใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพของพี่น้องประชาชน น่าจะให้มีการรักษาโรงพยาบาลได้ทั่วถึง โรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ อย่างเช่น ดิฉันเคยได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนและเคยหารือแล้วก็พูดในสภาผู้แทนราษฎรนี้ ตลอดเวลาเกี่ยวกับเรื่องได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในอำเภอหนองหิน ซึ่งไม่มีโรงพยาบาลเป็นของตนเอง ต้องไปขึ้นตรงต่อโรงพยาบาลอำเภอภูกระดึงนะคะ เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเกือบเสียชีวิตก็เสียชีวิตเพราะว่า จากการเดินทาง เพราะว่าต้องเดินทางจากอำเภอหนองหินไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอภูกระดึง บางครั้งบางหนไปแล้ว ประสิทธิภาพเครื่องไม้เครื่องมือหรือคุณหมอไม่มีความถนัด ต้องส่งตรงมายังโรงพยาบาลเมืองเลย ย้อนกลับมา ๑๐๐ กว่ากิโลเมตรค่ะ พี่น้องประชาชน ตายไปก็เยอะ จากป่วยหนักไป จากป่วยน้อยก็เป็นป่วยมากส่วนหนึ่ง
และอีกส่วนหนึ่งที่ดิฉันขอพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องมีอีกแห่งหนึ่งที่เป็นตัวอย่าง ที่โดนร้องเรียนก็คือพี่น้องประชาชนที่อยู่อำเภอวังสะพุงนะคะ มีถึง ๑๐ ตำบล เป็นอำเภอ ที่ใหญ่มาก มีตำบลหนึ่งนะคะ ตำบลหนองหญ้าปล้อง ที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับอำเภอเอราวัณ ซึ่งมีโรงพยาบาลเอราวัณซึ่งอยู่ใกล้ประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตร แต่ถ้าจะต้องมารักษา ที่โรงพยาบาลวังสะพุงต้องใช้ระยะเดินทางถึง ๓๐-๔๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนไม่เข้าใจค่ะ ต้องขอเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลเอราวัณ ก็บอกว่าทะเบียนบ้าน ของผู้ป่วยไม่ได้อยู่ที่อำเภอเอราวัณให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลที่อำเภอวังสะพุง ในส่วนนี้ละค่ะ ที่พี่น้องประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป่วยได้ร้องเรียนดิฉันมาแล้วก็ฝาก วันนี้ก็เป็นวันดี ดิฉันก็ขอฝาก ในส่วนนี้
และอีกส่วนหนึ่ง การรักษาพยาบาลนี้ดิฉันอยากให้ยึดเหมือนโรงพยาบาลเอกชน ว่าให้แข่งขันกันรักษาพี่น้องประชาชน โรงพยาบาลไหนดีก็ให้มีรางวัลพิเศษให้กับโรงพยาบาล หรืออย่างใดให้เป็นขวัญและกำลังใจ ผลประโยชน์ก็จะตกกับพี่น้องประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่ว่าเรื่องการรักษาดี การบริการดี ประชาชนนิยมชมชอบให้มีกฎยิ้มน้อยยิ้มมาก เหมือนตอนที่เราไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในส่วนนี้นะคะ
ส่วนเรื่องสุดท้ายในกรณีที่การบริการจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพ ในต่างจังหวัดที่ยังมีนโยบายให้ท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ โดยที่ให้ท้องถิ่น มีการจัดงบประมาณของเงินสนับสนุนไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือเทศบาลไปให้กับโรงพยาบาล และให้ทางผู้บริหารท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการที่จะดูแลหรือมีการพูดคุยในการที่จะบริการ พี่น้องประชาชนในตำบลหรือในอำเภอนั้น ๆ นะคะ ส่วนนี้เป็นสิ่งที่ดี แต่อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะ เรียนนะคะว่า การเข้าไปก้าวก่ายคุณหมอในโรงพยาบาลหรือผู้บริหารท้องถิ่น ไม่ว่า นายกเทศบาลหรือนายก อบต. นี้ก็ต้องทำความเข้าใจกันมาก ๆ บางครั้งบางหนก็อาจจะมี การพูดคุยหรือเหมือนว่าก้าวก่ายกันเล็กน้อยนะคะ ถ้าเข้ากันได้ดีผลประโยชน์ก็ตกกับ พี่น้องประชาชน แต่ถ้าเข้ากันไม่ดีหรือว่าพูดตกลงกันไม่เข้าใจ อย่างเช่น ให้งบประมาณมาน้อย แต่มาก้าวก่ายเยอะเกี่ยวกับเรื่องการรักษา เสนอนั่นเสนอนี่มันก็จะเหมือนกับผิดใจกัน เล็กน้อย ส่วนนี้จากสถิติก็อยากจะให้ท้องถิ่นมีการจัดสรรเงินงบประมาณเข้ากองทุน ให้มากกว่านี้ ถ้าดูตัวเลข ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๓ จำนวน สปสช. ทั่วประเทศมี ๑๒ เขต ก็มีเงินงบประมาณมาสนับสนุนแค่ ๑๕๒ ล้านบาทเศษเท่านั้น คิดเป็นแค่ ๘ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ดิฉันก็อยากจะให้ทางท้องถิ่นช่วยสนับสนุนโรงพยาบาลในท้องถิ่นที่ตนเองดูแลอยู่ให้มากขึ้น ก็จะเป็นสิ่งที่ดีค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ