ถาวร วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดปัจจุบันว่าไม่จริงใจและไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหาความ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๕ เมษายน ๒๕๕๕

นายถาวร เสนเนียมวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดปัจจุบันว่าไม่จริงใจและไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ โดยชี้ให้เห็นการขาดการประชุมของคณะรัฐมนตรีและเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบโดยตรง

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระทู้ถามนี้ ผมถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แต่การที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ส่งรองนายกรัฐมนตรี ๒ ท่านมาช่วยตอบ ซึ่งตรงกับงานที่ท่านรับผิดชอบก็ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานครับ วันนี้จะเห็นได้ว่ามี ส.ส. ภาคใต้จากบ้านผมนั่งอยู่ในห้องประชุมเกือบทุกคน ตั้งแต่คุณภิรพล คุณสุรินทร์ คุณชัยวุฒิ คุณเจือ ท่านดอกเตอร์พีรยศ ด้วยความห่วงใยว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาภาคใต้อย่างไร ทันทีที่สิ้นเสียงระเบิดจากจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี ไม่กี่นาที เสียงระเบิดก็ดังขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ท่านประธานครับ เป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุอยู่ในรถยนต์ เรียกว่า คาร์บอม ความรุนแรง ความเสียหายที่เกิดขึ้นคาดว่าจะมีน้ำหนักของระเบิดไม่ต่ำกว่า ๒๐ กิโลกรัม และน่าจะมี ถังแก๊สหรือน้ำมันอยู่ในรถคันนั้นด้วย ความรุนแรงดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน สร้างความตกใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การทำมาค้าขาย การประกอบอาชีพ และที่สำคัญที่สุดคือนักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่น เหตุเกิดดังกล่าวนี้ส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บ ๔๑๖ คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ๓ คน หลังจากเกิดเหตุเพียง ๑ วัน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ. ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยบอกว่า ความเสียหายในระยะสั้น ๑ เดือน ประมาณ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าความเสียหายในระยะยาว ๓ เดือนประมาณ ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ล้านบาท นายสมชาติ นายกสมาคมธุรกิจโรงแรมของหาดใหญ่-สงขลา บอกว่ามีคนยกเลิก การจองห้องพักไป ๖๐ เปอร์เซ็นต์จากจำนวน ๑๒,๕๐๐ ห้อง นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรี เทศบาลนครหาดใหญ่บอกว่าความเสียหายนับพันล้านบาท ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุ ในอำเภอหาดใหญ่ครับ ท่านประธานครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๕ ครั้งแรกเกิดเมื่อ วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๔๔ ยุค พันตำรวจโท ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี เกิดเหตุคราวนี้ ที่นายกรัฐมนตรีทักษิณใช้วิธีการในการแก้ไขปัญหาที่เรียกว่า กำปั้นเหล็กอุ้มฆ่า เหตุการณ์จึงบานปลายจนมาถึงวันนี้ ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๘ ยุคทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๔๙ ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๔ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม พลเอก สุรยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๕ วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๑ พลเอก สุรยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ๒ ปี ๘ เดือนที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นั่งอยู่ตรงนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นในอำเภอหาดใหญ่ ย้ำอีกทีครับ ๒ ปี ๘ เดือนที่อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีไม่มีเหตุระเบิดเกิดขึ้น ในอำเภอหาดใหญ่ ท่านประธานครับ ผมมองว่าปัญหาเกิดขึ้นเกิดจากอะไร เกิดจาก ความไม่จริงใจและไม่จริงจังของรัฐบาล กฎหมาย พ.ร.บ. ศอ.บต. มาตรา ๘ กำหนดให้ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นเจ้าภาพ รับผิดชอบโดยตรง พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายใน มาตรา ๕ กำหนดให้ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน รับผิดชอบอะไรครับ ดูแลรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงภายใน นอกจากนั้นในมาตรา ๖ ของ พ.ร.บ. ศอ.บต. กำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ที่เรียกว่า กพต. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ในชุดนี้ สิ่งที่สำคัญ ที่ผมบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่จริงใจไม่จริงจัง เพราะตั้งแต่เข้ารับหน้าที่เป็นรัฐบาลหลังจาก แถลงนโยบายเสร็จ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔ มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อกำหนดนโยบายและนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ของคณะรัฐมนตรีชุดนี้หรือที่เรียกว่า กพต. ประชุมกันเพียง ๒ ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ทั้ง ๒ ท่านที่นั่งอยู่ข้างบนนี้ ไม่เคยเข้าประชุมเลย นายกรัฐมนตรีก็ไม่เข้าประชุม มีท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ เข้าตลอด ๒ ครั้ง ฐานิสร์ เทียนทอง เข้าไปรับผิดชอบในการประชุม ๑ ครั้ง นี่เรียกว่าจริงใจหรือครับ ท่านประธาน ไม่จริงใจครับ นอกจากไม่จริงใจแล้ว ในยุคของผมนอกจากมีคณะรัฐมนตรี รับผิดชอบที่เรียกว่า รชต. แล้ว ยังมี อชต. คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนการพัฒนาพื้นที่ พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มอบหมายให้ผมไปอยู่ที่ส่วนหน้าครับ ไม่ต้องมาตั้ง บก. ส่วนหลังนะ ท่านเฉลิมครับ อยู่ส่วนหน้าอย่างน้อย ๒-๓ วัน ใน ๑ สัปดาห์ ผมจะอยู่ที่นั่น ถามว่าแล้วเราไปทำอะไร ร่วมคิด ร่วมประชุม ร่วมแก้ปัญหา ร่วมให้กำลังใจ พี่น้องประชาชนและข้าราชการโดยเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อยครับ ต้องให้กำลังใจกัน สิ่งสำคัญที่สุด ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ การข่าวที่เชื่อถือได้ครับ ท่านเฉลิมครับ ท่านยุทธศักดิ์ครับ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณไปพบผู้ก่อความไม่สงบ ๑๘ คนที่ประเทศเพื่อนบ้าน ต้องการพบนายสะแปอิง บาซอ แต่เขาไม่ให้เกียรติมาพบเพราะเขารู้ว่าตบหัวแล้วลูบหลัง ต้องการเจรจาเพื่อยุติศึกจากการที่ตบหัวลูบหลังไปแล้ว เขาไม่มาและเสนอเงินก้อนหนึ่ง ให้เขาเพื่อยุติ ก็เป็นความหวังดีแต่ขาดเอกภาพระหว่างฝ่ายความมั่นคงกับฝ่ายการเมือง ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ ไปอีกครั้งคราวนี้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ไปด้วย เขาไม่มา ๑๗ คนแล้วเขามา ๑๕ คน เจรจากันไปเจรจากันมาฝ่ายความมั่นคง ไม่รับทราบ ไม่รู้เป็นเหตุให้ ผบ.ทบ. ออกอาการ สิ่งที่เกิดขึ้นในคราววันที่ ๓๑ ก็คืออย่าคิดว่า โจรแล้วไม่เป็นโจรถ้าพูดคุย โจรยังคงเป็นโจร ท่านเป็นตำรวจ ผมเป็นอัยการ ท่านเป็นทหาร รู้โจรก็คือโจรอย่าไว้วางใจ ดังนั้นสิ่งที่ผมจะถามท่านว่าหลังจากนี้ท่านจะแสดงความจริงใจ จริงจังในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ด้วยการให้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ. ศอ.บต ผอ. กอ.รมน. และให้ช่วยแต่งตั้งรัฐมนตรีสักคนหนึ่งไปอยู่ บก. ส่วนหน้า อยู่ บก. ส่วนหลังใครก็อยู่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ผมขอบคุณท่าน ๑. ท่านเชิญผมไป นั่งร่วมคิดแก้ คิดหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ที่ส่วนหลังไม่มันครับท่านครับ แต่อยู่ บก. ส่วนหน้าด้วยกันอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๓ วัน แล้วข้าราชการชั้นผู้น้อย ตำรวจ ทหาร ทหารพราน อาสาสมัคร ชรบ. จะได้เกิดความอบอุ่นใจ ว่าท่าน ว่าผม ว่าท่านยุทธศักดิ์ไปร่วมแก้ไขปัญหาด้วยกัน นั่นคือเรื่องที่ ๑ ที่อยากจะถาม