สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๕ เมษายน ๒๕๕๕

ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยเน้นย้ำถึงการบูรณาการการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตภาคอีสาน 20 จังหวัด พร้อมเสนอแนวทางในการป้องกันภัยแล้งและแก้ไขปัญหาน้ำใต้ดินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในฤดูแล้ง

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ก็ขอตอบคำถาม ข้อที่ ๒ ที่ท่าน ส.ส. ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ที่ได้ถาม ในส่วน ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็อยากจะกราบเรียนว่า ผมเองก็ได้รับ มอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ดูแลเกี่ยวกับการเตรียมการเกี่ยวกับปัญหาที่เรา ประสบมา คือปัญหาน้ำท่วม แล้วก็ต้องควบคู่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง ก็อยากจะ กราบเรียนว่าในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นเราก็มี การเตรียมการ ดังที่ท่านได้เห็นว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ตั้งกระทู้ถามสดถามเช่นเดียวกัน แต่ลุ่มน้ำทางภาคเหนือเราก็ได้มีการบูรณาการ เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ในอีก ๑๗ ลุ่มน้ำก็มีการบูรณาการ ก็อยากจะกราบเรียนว่าในภาคอีสาน ๒๐ จังหวัดก็มีการบูรณาการ การบูรณาการในเขตภาคอีสานนั้นต้องยอมรับว่ามันจะมี ลำน้ำหลัก ๒ หลัก คือลำน้ำในธรรมชาติ ซึ่งจะมีลำน้ำชีซึ่งมีต้นกำเนิดจากจังหวัดชัยภูมิ ไหลผ่านจังหวัดขอนแก่น ผ่านไปจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วก็ไป จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร แล้วก็ผ่านไปจังหวัดสุรินทร์เป็นบางส่วน แล้วก็ไหลลงสู่ จังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ตรงนี้เราก็ได้มีการเตรียมการ พื้นที่ตรงไหน จากการที่เมื่อปีที่ผ่านมามีน้ำท่วมในเขตพื้นที่จังหวัดไหนบ้าง แล้วสามารถที่จะทำโครงการแก้มลิง อย่างไรบ้าง ซึ่งผมเองได้ลงไปดูพื้นที่จากต้นน้ำของแม่น้ำชีจะเป็นจังหวัดชัยภูมิก็ดี เราก็ดูว่าพื้นที่ตรงไหนที่จะทำโครงการแก้มลิงได้ เพื่อมีการเตรียมการรองรับว่าพื้นที่ จากจังหวัดชัยภูมิลงไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี ๘ จังหวัด เรามีการทำโครงการแก้มลิง โครงการแก้มลิงนั้นเราจะต้องดูว่าดึงน้ำจากน้ำท่วมในลำน้ำต่าง ๆ แล้วเอามาเก็บในแก้มลิง เพื่อเตรียมการเอาไว้ใช้ในฤดูแล้งอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งขณะนี้อยากจะกราบเรียนว่า ในหลายจังหวัดซึ่งผมเองได้ลงไปพื้นที่และได้ไปจากการร้องเรียนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ลงไป ทุกจังหวัดเหลือจังหวัดสุรินทร์ที่ท่าน ส.ส. ครูมานิตย์ที่ได้ให้ความสนใจ ตรงนี้ ผมนำกราบเรียนว่า ๒๐ จังหวัด เหลือจังหวัดสุรินทร์ซึ่งผมเองไปครั้งหนึ่ง แต่ช่วงนั้น มันจะเกิดวิกฤติน้ำท่วม แต่หลังจากนี้ผมนำเรียนท่าน ส.ส. ครูมานิตย์เลยว่าผมเองนั้นก็ได้รับ มอบหมายจากทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าให้ไปดูว่าพื้นที่ตรงไหนที่จะสามารถช่วยกัน เตรียมการว่าปัญหาน้ำท่วมแล้วจะแก้ปัญหาควบคู่กันไป คือแก้ไขปัญหาน้ำแล้งด้วย ซึ่งผม ก็อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนนี้ซึ่งท่าน ส.ส. ครูมานิตย์ได้ไปดูพื้นที่เลยว่าพื้นที่ตรงไหน ซึ่งท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและท่านรู้ปัญหาในจังหวัดนั้น แล้วผมเองจะลงพื้นที่ แล้วไปดูว่าตรงไหนที่เป็นประโยชน์แล้วผมพร้อมที่จะเตรียมการตรงนี้

และอีกส่วนหนึ่ง ในลุ่มน้ำโขงซึ่งมีหลายจังหวัดในภาคอีสานไล่ตั้งแต่จังหวัดเลย ของกระผมเอง มาจังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดนครพนม รวมไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งตรงนี้เราก็มีการทำโครงการแก้มลิงเพื่อลำน้ำสาขา ของลำน้ำโขง เราจะสามารถว่าในฤดูน้ำหลาก น้ำโขงไหลหลากเราจะสามารถทำอย่างไร เอาน้ำโขงเข้ามาเก็บกักในโครงการแก้มลิงซึ่งเป็นน้ำสาขาของแม่น้ำโขงเอามาเก็บไว้ใช้ ในหน้าแล้ง ซึ่งขณะนี้ผมเองได้มอบหมายให้กับกรมทรัพยากรน้ำในการที่ไปเดินสำรวจว่า พื้นที่ตรงไหนที่จะสามารถทำโครงการแก้มลิง แล้วก่อนน้ำที่จะลงสู่แม่น้ำโขงก็ดี หรือจะลงสู่ ลำน้ำต่าง ๆ ต่อไปนี้เราจะต้องมีประตูปิด ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าก่อนที่น้ำในลำน้ำสาขา ของจังหวัดต่าง ๆ ที่จะลงสู่แม่น้ำโขงเราก็จะดึงน้ำในช่วงน้ำหลากในน้ำโขงเราก็จะดึงน้ำ จากลำน้ำโขงนั้นมาเก็บในคลองต่าง ๆ แล้วมาเก็บในโครงการแก้มลิง เผื่อเรามาเก็บกักเสร็จ เราก็มีประตูปิด มีประตูปิดเพื่อในฤดูแล้งเราก็จะสามารถนำน้ำไปใช้ในด้านการเกษตรได้ แล้วลำน้ำชีก็เช่นเดียวกัน เราก็จะมีประตูปิดก่อนที่น้ำจะลงน้ำโขง ในปลายน้ำโขงก็คือ จังหวัดอุบลราชธานี อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งทางกรมทรัพยากรน้ำเราได้เตรียมแผนตรงนี้เอาไว้แล้ว ก็อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำก็ได้เตรียมการป้องกันภัยแล้ง ที่จะนำน้ำมาใช้ในการเกษตรได้เตรียมการไว้แล้ว แต่ขณะนี้ก็เร่งดำเนินการก่อสร้าง อยู่ในหลายจังหวัด ดั่งที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงได้เห็นว่าในหลายจังหวัด ก็มีการนำเอาเครื่องจักรไปดำเนินการอยู่ในขณะนี้ก็อยากจะกราบเรียน

และอีกในส่วนหนึ่ง กรมทรัพยากรน้ำบาดาลก็อยากจะกราบเรียนว่าผมเองได้ มอบนโยบายว่าจะเป็นภาคเหนือก็ดี ภาคอีสานก็ดี ภาคกลางก็ดี รวมทั้งภาคใต้เราจะมีโมเดล (Model) ใหม่ ซึ่งเราจะต้องนำน้ำใต้ดินนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งขณะนี้ผมเองได้สั่งการ ไปยังทางอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลว่าให้ไปทำการศึกษาดูสิว่าปริมาณน้ำใต้ดิน ในแต่ละภาคนั้นที่จะสามารถเอามาช่วยแก้ไขปัญหาในฤดูแล้ง ในกรณีพื้นที่ตรงไหนที่มันมี ปัญหาว่าอยู่ห่างไกลระบบชลประทาน หรืออยู่ห่างไกลแหล่งน้ำ ถ้าน้ำใต้ดินมีเราก็จะมา ทำการดูว่านำน้ำใต้ดินคือเจาะบ่อบาดาลเอามาใช้ในภาคการเกษตร จะในไร่นาก็ดี สมมุติว่า บ่อหนึ่งในไร่นาจะสามารถนำน้ำไปใช้ได้กี่ไร่ ตรงนี้เราก็กำลังทำการศึกษาอยู่ ซึ่งขณะนี้ผมได้ สั่งการไปแล้วว่าให้เตรียมความพร้อมตรงนี้ แล้วก็จะบูรณาการครอบคลุมไปทุกภาค ในประเทศไทยก็อยากจะกราบเรียน

และอีกในส่วนหนึ่งทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลก็ได้มีการเจาะน้ำดื่มสะอาด ให้กับตามโรงเรียนต่าง ๆ ตามชุมชนต่าง ๆ ซึ่งในขณะนี้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้มี การเจาะบ่อแล้วทำน้ำดื่มสะอาด มีทั้งหมด ๑,๖๐๐ แห่ง เราก็ได้ให้ทางทรัพยากรน้ำบาดาล ช่วยให้ทางโรงเรียนหรือให้ทางหน่วยงานชุมชนนั้นช่วยประชาสัมพันธ์บอกพี่น้องประชาชนว่า ขณะนี้มันเกิดภัยแล้ง ก็ขอให้พี่น้องประชาชนที่จะเอาน้ำสะอาดไปดื่ม ขอให้ประชาสัมพันธ์ บอกพี่น้องให้มาเอา หรือหน่วยงานราชการที่จะมาเอา แล้วเอาไปดูแลพี่น้องประชาชน นี่คือการเตรียมพร้อม ก็อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้นเราได้เตรียมความพร้อมตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียน แล้วก็อยากย้ำท่าน ส.ส. ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ว่าท่านเองพื้นที่ตรงไหนในฐานะที่ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านรู้ปัญหาว่าพื้นที่ตรงไหนที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องภัยแล้ง เกี่ยวกับ เรื่องน้ำท่วม ผมยินดีที่จะลงพื้นที่ แล้วจะไปแก้ไขปัญหาร่วมกับท่าน ในโอกาสนี้ก็ต้อง ถือโอกาสขอบคุณท่าน ส.ส. ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ที่ได้ตั้งกระทู้ถามในข้อที่ ๒ ก็ขอถือโอกาส นำกราบเรียนไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ