สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕

วรชัย เหมะ แถลงว่าประเทศไทยมีปัญหาการผลิตสินค้าเกษตร เนื่องจากประชากรเพิ่มขึ้นและพื้นที่การเกษตรไม่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การใช้ปุ๋ยเคมีมากเกินไปทำให้พื้นดินเสียหายและผลผลิตลดลง วรชัย เหมะ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงองค์กรของสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มปริมาณและผลผลิต และแก้ไขปัญหาการซื้อขายยางพาราที่ไม่เป็นธรรม

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมต้องขอบคุณรัฐบาลที่เห็นความส้าคัญของสินค้าเกษตรจึงร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะว่า ถ้าไม่ให้ความส้าคัญในเรื่องเกษตร ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เป็นอาชีพเกษตรกร ท่านประธานครับ ปัจจัยการผลิต เช่น ที่ดินเป็นเรื่องที่มีอยู่เท่าเดิมครับ ประชากรของประเทศเพิ่มขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้นพื้นที่การเกษตรก็เหมือนกันครับมีอยู่เท่าเดิม ในขณะที่พี่น้องประชาชนเกษตรกรเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นในเมื่อที่ดินมีเท่าเดิม ต้องเพิ่ม คุณภาพ แล้วก็ปริมาณครับ วันนี้เราจะเห็นว่าต้นทุนการผลิตของเกษตรกรนั้นนี่หนักแพงขึ้น เรายอมรับความเป็นจริงครับ เพราะว่าที่ดินนั้นเกษตรกรใช้มายาวนาน แล้วก็วิธีการนั้น ในการดูแลพืช ในการดูแลผลไม้นั้น ท่านทราบไหมครับว่าใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีมากเกินไป วันนี้พื้นดินของประเทศไทยเสียหมดแล้วครับ ต้องหาวิธีปรับปรุงดินแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าการใส่ปุ๋ยเคมีมากก็ดี แมลงที่เป็นศัตรูพืชที่เพิ่มขึ้นก็ดี เพราะฉะนั้น เราจะเห็นว่าผลผลิตที่ได้มาต่อไร่นั้นลดลงครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราต้องหาวิธีครับ เราต้องจัดปรับปรุงองค์กรของสินค้าเหล่านี้ให้ดูแลเพื่อที่จะสร้างปริมาณแล้วก็ผลผลิต ที่เพิ่มขึ้นครับ ท่านประธานครับ วันนี้เราจะเห็นว่าโลกใบนี้ถ้าขาดน้ามันครับ คนไม่ตายครับ แต่ถ้าขาดอาหารที่มาจากเกษตรทุกคนไม่มีเหลือครับ ตายหมดครับ วันนี้สินค้าเกษตร ของประเทศไทยนั้นมีมาตรฐานอยู่ระดับหนึ่ง แล้วก็สินค้าเกษตรของประเทศไทยนั้นไม่แพงครับ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะผมได้เดินดูในตลาดว่าสินค้าเกษตรของประเทศไทยนั้น มีมาตรฐานอย่างไร ทั้งในเรื่องของปศุสัตว์ ในเรื่องของสินค้าที่มาจากการเกษตร ผัก ผลไม้ครับ แล้วก็ราคาถูกครับท่านประธานครับ ผมได้ถ่ายคลิปไว้ครับ ขอให้เจ้าหน้าที่เปิดภาพมาให้ดูหน่อยครับ ว่าวันนี้สินค้าเกษตรของเรานั้นได้มาตรฐาน แล้วราคาไม่แพงอย่างที่พูดกันครับ นี่ครับ ที่ตลาดสดตลาดหนึ่งครับ ผมได้ไปเดินแล้วพอดีไปเจอเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ด้าเนินการเปิดคลิปภาพ)

“................. : ไก่เนื้อกิโลละเท่าไร”

“ ................ : เนื้อไก่กิโลละ ๕๐ บาท”

“ ................ : ไก่ตัวกิโลละเท่าไร”

“ ................ : ไก่ตัวกิโลละ ๓๙”

“............... : ๓๙ เองหรือ”

“............... : ไม่ใช่ไก่ธรรมดา”

“............... : ประมาณกิโล ๔๐ บาท”

“ ............. : ก็ไม่แพงนะ”

“............... : ราคาถูกลงกว่าในยุครัฐบาลก่อนใช่ไหม”

“............... : ถูกกว่า”

“............... : ถูกกว่ามากไหม”

“............... : ก็มากเหมือนกันค่ะ”

“............... : ถูกกว่ามากเลยใช่ไหมครับ”

“............... : เมื่อก่อนพริกธรรมดากิโลละเท่าไร”

“............... : อันนี้กิโลละ ๗๐ บาท”

“............... : อันนี้เราลดราคา ตอนเช้าเราขายกิโลละ ๕๐ บาท”

“............... : ในยุคก่อนกระเทียมกิโลละเท่าไร”

“............... : ๑๒๐ บาทค่ะ”

“............... : เหลือเท่าไร”

“............... : เหลือ ๗๕ บาท”

“............... : ถูกกว่าเยอะนะ”

“............... : ตอนนี้เราพาทีมท่าน ส.ส. ที่กรมการค้าภายในมาตรวจตลาด ว่าสินค้ามันไม่ได้แพงอย่างที่เขาว่ากัน”

“............... : มะนาวที่นี่ใบละ ๓ บาทเองครับ”

“............... : นี่ ๒ ใบ ๕ บาท”

“............... : ๒ ใบ ๕ บาทด้วย”

“............... : ของพี่มะนาวก็ยังมีขายอยู่เรื่อย ๆ นะครับ อันนี้ราคามันขึ้นมา หรือเปล่า หรือว่าก็อยู่ที่ประมาณนี้ ก็ไม่มีขาดตลาดนะ แล้วพี่ได้ยินไหมบางทีเขาบอกว่า ราคามันแพง จริง ๆ แล้วมันไม่แพงนี่ เรามาดูว่าใบละ ๓ บาท ตัวนี้เกรดอะไรครับ เบอร์อะไรครับ เบอร์ ๑ หรือเบอร์ ๒ อันนี้มะนาวเบอร์อะไรครับ”

“............... : เบอร์ ๓ ค่ะ”

“............... : เบอร์ ๓ ใช่ไหม”

“............... : อันนี้เบอร์ ๒”

“............... : เบอร์ ๒ ใช่ไหม”

“............... : ของไม่ได้ขึ้นเลยใช่ไหม ของถูกลง”

“............... : ครับ”

“............... : ตอนนี้ไข่ไก่ใบละเท่าไร”

“............... : ใบละ ๒ บาทกว่า”

นี่เรื่องจริงครับ ผมไม่ได้ไปสร้างภาพอะไรเลย เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าของแพง แพง แพง ท่านดูหรือยังครับว่าสินค้าที่จ้าเป็น สินค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นสินค้าของเกษตรกรไทยยังราคาถูกครับ ท่านประธานครับ น้ามันปาล์มลิตรละ ๔๒ บาท หมูตลาดนี้ขาย ๗๙ บาท ร้องขาย ๗๙ บาท มะนาวใบละ ๓ บาท เนื้อไก่ทั้งตัว ๓๗ บาท เนื้อชิ้นแยก ๔๐ กว่าบาท นี่คือความเป็นจริงครับ ผมไม่ได้เอาเรื่องโกหก มาพูดในสภา ผมนั้นเป็นคนที่พูดอะไรต้องรู้จริงครับ ผมท้าจริงครับ ผมไม่ดีแต่พูดครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้เราเห็นว่าสินค้าเกษตรของประเทศไทยนั้นเยอะแยะเลยครับ แต่ว่าถ้าเราสามารถที่จะให้มีมาตรฐาน เราก็สามารถที่จะเอามาเปลี่ยนในการผลิต ในส่วนของอุตสาหกรรมเป็นวัตถุดิบผลิตส่งออกได้เยอะแยะเลย เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องให้สินค้า ของเรามีมาตรฐานครับ สินค้าเกษตรนั้นหลายชนิดหลายตัวครับท่านประธาน สร้างความร่้ารวยให้นักการเมืองหลายคนด้วยกัน โดยเฉพาะน้ามันปาล์มวันนี้ราคา ๔๒ บาท ปาล์มดิบ ๕.๘๐ บาท ท่านประธานครับ ในขณะเมื่อปีที่แล้วท่านจะเห็นนะครับว่า ปริมาณผลผลิตของปาล์มในประเทศไทยนั้น สามารถที่จะผลิตเป็นน้ามันปาล์มส่งไปขาย ประเทศเพื่อนบ้านได้ครับ ประเทศพม่าแล้วก็ประเทศลาวใช้น้ามันปาล์มในประเทศไทย บางครั้งบางปีแล้งจัดก็พอเพียงครับ ไม่ต้องสั่งน้ามันปาล์มจากนอกเข้ามา ท่านประธานครับ แต่ว่าอยู่ที่คนครับ เขาจัดการอย่างไร ท้าอย่างไรกับการจัดการเรื่องน้ามันปาล์ม ถ้าน้ามันปาล์ม ออกปริมาณที่พอดีกับประเทศที่พอใช้ก็จะมีการกักไว้ครับ ปล่อยให้ขาดทุกเดือน ๆ ครับ ออกมาสมมุติว่าปริมาณในการใช้เดือนละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ลิตร ปล่อยแค่ครึ่งเดียวคือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ลิตร ท่านประธาน เพราะฉะนั้นน้ามันปาล์มจะขาดไปทุกเดือน พอถึงจุดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ คนต้องเข้าคิวซื้อในราคาลิตรละ ๕๒ บาท ท่านประธานคงจ้าได้ในยุคที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นวันนี้น้ามันปาล์มดิบตลาดยังอยู่ที่ ๔๒ บาท นี่คือสภาพความเป็นจริง เพราะรัฐบาลนี้ไม่ยอมให้มีการกักตุนน้ามันปาล์มครับ ในยุคที่ผ่านมาผู้รับผิดชอบน้ามันปาล์ม มีสวนปาล์ม ท่านทราบไหมครับว่าหลายหมื่นไร่ครับเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ามันแห่งชาติ ดูแลระบบน้ามันทุกระบบ เข้าใจปัญหาครับว่าปีนี้น้ามันขาดหรือว่าเพียงพอต่อการใช้ ภายในประเทศหรือไม่ เพราะฉะนั้นการก้าหนดราคาน้ามันปาล์มขึ้นอยู่กับคนคนเดียว สิ่งเหล่านี้ท้าให้น้ามันปาล์มขาดแคลนครับ

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องยางพาราครับ ยางพารานั้น สร้างรายได้ให้คนปักษ์ใต้ปีหนึ่งหลายแสนล้านบาท ขอนิดหนึ่งท่านประธานครับ เมื่อหลายปี ที่ผ่านมาท่านคงจ้าได้ครับ ยางพาราราคา ๒๐ บาท ยืนอยู่ตลอดเลยครับ ไม่มีการขึ้นลงครับ เพราะอะไรครับ การฮั้ว ซื้อ หรือขายนั้นเป็นการกดราคาผู้บริโภคและผู้ผลิต เพราะฉะนั้น ในยุคนั้นมีบริษัทซื้อยางแค่ ๓ บริษัท ท่านประธานครับ เลยฮั้วซื้อตามสบาย ท้าให้ยางพารา ไม่มีการแข่งขันในการซื้อ ไม่มีการเปิดเสรี ท้าให้ยางพาราราคาตกต่้าเหลือ ๒๐ บาทตลอดไป ผลที่สุดในขณะเดียวกัน นั้นวัตถุดิบราคาถูกแต่ผลผลิตที่มาจากยางพาราราคาแพงกว่า พอหลังจากท่านทักษิณ มาเป็นรัฐบาล ท่านบอกว่าจะตั้งบริษัทซื้อยางทั้งหมดถ้ายางพาราราคาถูกอยู่อย่างนี้จึงท้าให้ ยางพาราราคาแพงขึ้นทันทีถ้ารัฐบาลพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลชุดนั้น เพราะจัดการกับ การผูกขาดราคายางพาราครับท่านประธาน นี่คือการแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นปล่อยให้มี การผูกขาดยางพาราแล้วก็มีการแทรกแซงราคายางพารารัฐบาลยุคนั้นรับซื้อยางพารา ในราคา ๒๐ บาทครับ รัฐบาลไปรับซื้อเอง แต่ว่าพอชาวสวนไปขาย ขายไม่ได้ครับ บอกว่า ยางพาราขึ้นราบ้าง ยางพาราไม่มีมาตรฐานบ้าง ผลที่สุดชาวสวนก็เอายางพาราไปขายกับ หัวคะแนนพรรคการเมืองพรรคหนึ่งครับท่านประธาน