วิชาญ มีนชัยนันท์ เสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน และเสนอการลงทุนในระบบขนส่งมวลชนเพื่อลดปัญหาการจราจรในเมือง
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติในเรื่องของการกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน ฉบับนี้ ผมคิดว่าสภาแห่งนี้คงต้องเห็นชอบ เพราะว่าได้นำที่ดินของผู้ที่ถูก จะใช้คำว่า รอนสิทธิ ก็ได้ครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้เหมือนกับเอาที่ดินเขามาใช้แล้ว แล้วก็ไม่ให้ อนุญาตที่จะเอาส่วนประกอบอื่นนั้นไปใช้ในเรื่องของธุรกิจด้านอื่น เพราะว่ารถไฟสายนี้ รถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล มันถูกใช้แล้วเพื่อการขนส่งมวลชน ดังนั้น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เหลืออยู่เพียง ๑๗ ราย ซึ่งผมมองว่าในจำนวน ๑๗ รายนั้น คงจะต้องมีอะไรที่ผิดพลาดหรืออาจจะตกลงไม่เรียบร้อยจึงจำเป็นซึ่งจะต้องมาทำเป็น ร่างพระราชบัญญัติ แต่สิ่งหนึ่งกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมตั้งข้อสังเกตไว้นิดหนึ่ง คือเป็นกฎหมายคล้าย ๆ กับเป็นกฎหมายพิเศษ ซึ่งบอกว่าเอาเงินไปวางแล้วลงมือไปทำ ในส่วนของการนำเงินเข้าไปวางเพื่อเป็นการประกันแล้วก็ไปเจรจาในลักษณะถ้าไม่ตกลง ก็ต้องมาใช้กฎหมายฉบับนี้ แต่สิ่งหนึ่งถ้าเรามาดูแล้วการใช้ที่ดินเหมือนกับว่าใช้ในบางส่วน เท่านั้นเอง ซึ่งผมถ้าคิดเทียบเคียงแล้วจำนวน ๑๗ ราย เขาอาจจะมีมุมมองที่แปลก ๆ ครับ ท่านประธานครับ บางทีเวนคืนที่ ๓ ตารางวา เวนคืนที่ ๒ ตารางวา เวนคืนที่ ๑๓ ตารางวา ๕ ตารางวา ๖ ตารางวา มีที่มาก ๆ ก็คือ ๘๙ ตารางวานะครับ ซึ่งผมมองว่าในจำนวน ๑๗ ราย เขาอาจจะมีความรู้สึกว่าความเจริญมาถึงจำนวนของที่ดิน ที่เขาถือครองอยู่นั้นสามารถใช้ประโยชน์ได้มากกว่าหรืออาจจะมองในเรื่องของกฎหมาย อาคาร เพราะถ้ามีการก่อสร้างใด ๆ ก็ตามเขาจะต้องมีแนวร่นระหว่างกันในเรื่องของ ส่วนที่ดินที่มีการแบ่งแยก ดังนั้นในกรณีอย่างนี้ผมฝากครับว่ากฎหมายใดก็ตามที่ไปรอนสิทธิเขา แต่ต้องให้สิทธิในด้านอื่นนอกจากการชดเชยแล้วในการก่อสร้างอาคารถ้าไม่สามารถที่จะมี แนวร่นซึ่งมาก จนบางแปลงทำให้ที่ดินของเขาอาจจะมีปัญหา เช่น มีที่ดิน ๘๒ ตารางวา ถูกเวนคืนไป ๓ ตารางวา ดูแล้วมันก็น้อยแต่แนวร่นจากการก่อสร้างในส่วนของบริเวณ ของการก่อสร้างรถไฟสายดังกล่าวก็จะทำให้แนวร่นของที่ดินส่วนที่เหลือนั้นไม่สามารถที่จะ ดำเนินการได้หรือเปล่า อันนี้ตั้งเป็นข้อสังเกตนะครับ
ส่วนในเรื่องของข้อเสนอแนะซึ่งผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้คงจะต้องมี การบังคับใช้ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างอันหนึ่งซึ่งใช้ไปแล้วในส่วนหนึ่งแล้วก็ยังจะต้องมีที่เราเพิ่ม ระบบขนส่งมวลชนมาอีกเป็น ๑๐ สาย ๑๐ เส้นทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราเองคงจะต้องมี กฎหมายในลักษณะประเภทนี้ลงมา เพราะฉะนั้นผมฝากเป็นข้อสังเกตว่าในเรื่องของที่ดิน ถ้ามีลักษณะการเหลือที่น้อย อย่าง ๗๐-๘๐ ตารางวา เราควรจะต้องไปกำหนดกฎเกณฑ์ครับว่า จะขอเวนคืนที่ยกแปลงมาเพื่อเป็นประโยชน์ในเรื่องของการดำเนินการในเรื่องของธุรกิจ ได้หรือเปล่า เพราะว่าถ้าเหลือไว้ให้เขาน้อยเขาไม่สามารถทำธุรกิจหรือมีแนวร่น แนวกัน อย่างที่ผมบอกนะครับ อันนี้เป็นอย่างแรก อย่างที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการกำหนดจุดขึ้นลง เพื่อความเหมาะสม ผมเข้าใจว่าการที่จะนำระบบขนส่งมวลชนวิ่งพาดผ่านไปยังบริเวณ ย่านธุรกิจใด ๆ ก็ตามก็ย่อมมีการแสดงความต้องการในเรื่องของจุดหรือทางขึ้นลง แต่บางจุดนั้น ต้องดูความเหมาะสมครับไม่ใช่บอกว่าดูเฉพาะความแออัดของจำนวนประชากร ยิ่งไปเพิ่ม ความแออัด ยิ่งเวลาเกิดอันตราย เกิดอุบัติภัยขึ้นมา เกิดสมมุติว่ามีเหตุการณ์แก๊สระเบิด หรือมีเหตุการณ์ที่มีการก่อวินาศกรรม วินาศภัยขึ้นมา มันก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามขึ้นมา เพราะว่าจำนวนแหล่งที่ขึ้นลงของจุดที่ไปตรงนั้นมีจำนวนคนซึ่งพลุกพล่านอยู่แล้ว ก็อาจจะ เกิดเหตุได้ ดังนั้นในเรื่องดังกล่าวผมขอฝากนะครับว่าในการกำหนดจุดหรือการออกแบบ เส้นทางรถต่าง ๆ เหล่านี้คงจะต้องคำนึงถึงจุดทางขึ้นทางลง และผมฝากอีกเรื่องหนึ่งครับว่า ทำไมเราไม่ใช้เส้นทางซึ่งไม่จำเป็นต้องเวนคืนที่ครับ ในการลงทุนเขาบอกว่าการลงทุนภาครัฐก็ตาม ที่มีการลงทุนในลักษณะของรถไฟหรือระบบขนส่งมวลชนที่มีจำนวนการลงทุนที่มาก จะเก็บเงินคืนเป็นเรื่องยากลำบากแต่ถ้ามีจำนวนควบก็คือการจัด ยิ่งรัฐบาลชุดนี้ มีแนวความคิดที่จะสร้างจุดทางขึ้นลงควบคู่กันไปกับที่อยู่อาศัย ผมเสนอแนวทางอันหนึ่งครับว่า ถ้ามีการสำรวจหรือจะต้องออกเส้นทาง พยายามให้อยู่ภายใต้คลองได้ไหมครับ เช่น คลองแสนแสบเป็นส่วนหนึ่ง หรือคลองลาดพร้าว หรือคลองต่าง ๆ ที่มีขนาดใหญ่ เอาลงไปอยู่ใต้คลอง มันไม่จำเป็นที่จะต้องไปเวนคืนที่ครับ เพราะเขตคลองต่าง ๆ ที่กว้าง ก็สามารถที่จะดำเนินการในการพัฒนาได้ และเป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บางที ที่ดินตาบอดนั้นมีราคาของที่นั้นราคาต่ำและสามารถพัฒนาไปสู่ย่านธุรกิจได้เพิ่มมากขึ้น ในส่วนหนึ่ง แล้วก็รวมถึงเป็นการป้องกัน ตอนนี้มีปัญหาว่ามีคนบุกรุกที่ดินที่อยู่ในส่วนของ ลำคลองหรือคลองสาธารณะต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาอย่างยิ่งเพราะว่าถ้ามีการระบายน้ำใด ๆ ก็ตาม ก็จะต้องไปรื้อบ้านที่บุกรุกลำคลอง แต่ถ้าเราดำเนินการสร้างเส้นทางระบบขนส่งมวลชน เข้าไปใต้คลอง เราก็สามารถที่จะควบคุมดูแลด้านบนแล้วก็สามารถเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินต่าง ๆ ให้เพิ่มมากขึ้นนะครับ ยกตัวอย่างคลองแสนแสบซึ่งจะมีการเดินเรืออยู่ข้างบน แต่ปัจจุบันนั้นการเดินเรือก็เป็นเรื่อง ยากลำบาก เพราะเป็นการคอนโทรล (Control) โดยระบบน้ำซึ่งที่อยู่ด้านบน ถ้าน้ำมาก เรือก็ไม่สามารถที่จะเดินผ่านช่องในช่วงสะพานได้ แต่ถ้าเราสามารถ อย่างเส้นทางรถไฟ สายสีชมพู สายสีส้มที่จะมาสู่พื้นที่มีนบุรี ผมยกตัวอย่างนะครับ ถ้าเราเดินรถจากในเส้นทาง ถนนสุขุมวิทจุดหนึ่ง แล้วก็วิ่งผ่านลอดใต้ถนนนานาเป็นรถใต้ดิน แล้วลงคลองแสนแสบ แล้ววิ่งแนวคลองแสนแสบตลอดมันจะได้เส้นทางทั้งถนนสุขุมวิท ทั้งในถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ทั้งในถนนรามคำแหง ถนนลาดพร้าว ถนนเสรีไทย ถนนสุขาภิบาล ๓ แล้วได้ทั้ง ๒ เขต วิ่งคู่ขนานกันไป ไม่ว่าเขตคลองเตย เขตวัฒนา เขตวังทองหลาง เขตบางกะปินี่ไล่ยาวเลย ไปจนถึงเขตบึงกุ่ม เขตสะพานสูง แล้วเข้าไปสู่เขตมีนบุรี เขตคลองสามวา ทุกด้านได้หมดครับ เพราะว่าเราอาศัยเขตคลองเป็นเขตการแบ่งเขตพื้นที่ แต่ถ้าเราลงทุนลักษณะนี้ มันจะประหยัดเส้นทางนะครับ ไม่ต้องสร้างในพื้นที่ผิวจราจร โดยเฉพาะที่บอกว่าจะต้อง ไปสร้างใต้ถนนลาดพร้าว ถนนรามคำแหงนี่ไม่ต้อง เพราะอาศัยเขตคลองเป็นตัวกำหนดนะครับ ผมจึงขออนุญาตว่าฝากแนวทางสำหรับการดำเนินการในเรื่องของการที่จะลงโครงการต่าง ๆ เพราะประโยชน์ต่าง ๆ ในการลงทุนนั้นถ้าลงทุนมากต้นทุนก็จะสูง แต่ถ้าลงทุนน้อย ประโยชน์ในการลงทุนจากพี่น้องประชาชนในการที่จะเรียกเก็บค่าโดยสารก็จะลดจำนวนลงครับ ผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ