นิพนธ์ บุญญามณี หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค และเรียกร้องให้ไม่ตั้งหลักการกำหนดตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคมากกว่า 3 คน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ผมได้พิจารณาแล้วก็ขอสงวน ในมาตรา ๓ ไว้ เพราะว่าในร่างเดิม สำนักงานศาลยุติธรรมได้ขอแก้ไขในประเด็นที่จะเพิ่ม ตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ซึ่งได้บัญญัติไว้ดังต่อไปนี้ ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอ่านถ้อยคำนะครับว่า มาตรา ๑๓ ซึ่งที่ได้ขอแก้ไขมาถ้อยคำเป็นอย่างนี้ครับว่า ให้มี อธิบดีผู้พิพากษาภาค ภาคละ ๑ คน จำนวน ๙ ภาค มีสถานที่ตั้งและเขตอำนาจตามที่ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา กับให้มี รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ภาคละ ๑ คน ในกรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในทางราชการ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมโดยความเห็นชอบของประธานศาลฎีกาจะกำหนดให้มี รองอธิบดีผู้พิพากษาภาคมากกว่า ๑ คน แต่ไม่เกิน ๓ คนก็ได้ นี่คือถ้อยคำเดิม แต่ว่า กรรมาธิการเสียงข้างมากไปแก้ไขถ้อยคำเป็นว่า ให้มีอธิบดีผู้พิพากษาภาค ภาคละ ๑ คน จำนวน ๙ ภาค มีสถานที่ตั้งและเขตอำนาจตามที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษากับให้มีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ภาคละ ๓ คน ในกรณีที่มี ความจำเป็นเพื่อประโยชน์ทางราชการ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมโดยความเห็นชอบ ของประธานศาลฎีกาจะกำหนดให้มีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคมากกว่า ๓ คน แต่ไม่เกิน ๖ คนก็ได้ กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมไม่เห็นด้วยเพราะการไปเขียนกำหนดว่า ไม่ต่ำกว่าภาคละ ๓ คน คือตั้งน้อยกว่า ๓ คนไม่ได้ท่านประธาน เดิมสำนักงานศาลยุติธรรม เขาขอมา ๑-๓ คน ในสภามาพิจารณาชั้นกรรมาธิการไปกำหนดขั้นต่ำว่าอย่างน้อย ๓ คน ซึ่งไปเอาขั้นสูงสุดของสำนักงานศาลยุติธรรมมากำหนดเป็นขั้นต่ำสุด ถ้าสมมุติว่าภาคใด ที่ไม่มีปริมาณคดีมากเกินความจำเป็น ประธานศาลฎีกาท่านอาจจะบอกว่ามีแค่ ๑ คน หรือ ๒ คนก็พอแล้ว ทำไมเราต้องไปมีดุลยพินิจในการออกกฎหมาย บังคับคณะกรรมการ บริหารศาลยุติธรรมโดยประธานศาลฎีกาว่าต้องตั้งอย่างน้อย ๓ คน ทั้ง ๆ ที่ในเขต หรือว่าในภาคนั้นไม่จำเป็นต้องมีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคถึง ๓ คน มี ๒ คนก็ได้ แต่ว่า การที่เราไปเขียนกฎหมายอย่างนี้เราเท่ากับว่าตั้งน้อยกว่า ๓ คนไม่ได้ ต้องตั้ง ๓ คนเท่านั้น ซึ่งผมคิดว่าวัตถุประสงค์ในการตั้งก็เพื่อที่จะเป็นการผ่อนเบาภาระของท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาค ในการที่จะตรวจสำนวนก็ดีหรือว่าในการที่อาจจะไปเป็นองค์คณะได้ เพราะแก้ให้มีอำนาจ ที่จะไปนั่งเป็นองค์คณะ แต่ว่าผมเห็นด้วยกับที่ท่านสมาชิกบางท่านพูดละครับว่า ถ้าเราจะเอารองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ไปนั่งให้ครบองค์คณะในศาลยุติธรรม ในศาลชั้นต้น อันนี้ก็ผิดหลักการบริหารศาลยุติธรรม อยู่แล้ว ถ้าอัตรากำลังไม่พอผมเป็นคนตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าไม่พอจริงก็ต้องไปว่ากัน เรื่องอัตรากำลังของศาลยุติธรรม ไม่ใช่เอารองอธิบดีผู้พิพากษาภาคซึ่งต้องถือว่า เป็นผู้พิพากษาอาวุโสมากไปนั่งในศาลชั้นต้น แล้วมันหมิ่นเหม่ว่าวันหนึ่งเกิดคดีที่ตัวเอง นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นมาขึ้นศาลอุทธรณ์ แล้ววันที่ตัวเองกลับไปเป็นอธิบดีศาลอุทธรณ์ ตัวเองก็พิจารณาคดีนั้นไม่ได้ เพราะว่าเคยนั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลชั้นต้นมาแล้ว ซึ่งหลัก ถ้าพิจารณาศาลชั้นต้นมาแล้วจะมานั่งพิจารณาคดีซ้ำที่ตัวเองเคยพิจารณาในศาลชั้นต้นมา ในชั้นอุทธรณ์อีกไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลที่ผมคิดว่าเราไม่ควรเขียนกฎหมายอย่างนี้ ผมจึงสงวนคำแปรญัตติเป็นว่า ผมไม่ขัดข้องถ้าจะคิดว่ามีภาคใดที่ภารกิจของอธิบดีมาก ต้องตั้ง ๖ คน ถ้ากรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าต้องมี ๖ คน ผมไม่ขัดข้อง แต่ขอให้เป็นว่า อย่าไปกำหนดขั้นต่ำได้หรือไม่ว่า ๓ คน ผมขอสงวนคำแปรญัตติไว้อย่างนี้ ท่านประธานครับว่า กับให้มีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ภาคละ ๑ คน ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ ในทางราชการ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมโดยความเห็นชอบของประธานศาลฎีกา จะกำหนดให้มีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคมากกว่า ๑ คน แต่ไม่เกิน ๖ คนก็ได้ การเขียนว่า มากกว่า ๑ คน ถ้ามีความจำเป็นมากกว่า ๑ คน แต่ไม่เกิน ๖ คน อย่างนี้มันอยู่ที่ดุลยพินิจ ของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม โดยความเห็นชอบของประธานศาลฎีกาว่าภารกิจ ปริมาณคดีในภาคแต่ละภาคมันอาจจะไม่เท่ากัน ถ้าภาคนี้ดูแล้วสถิติคดีค้างมาก หรือว่า ภารกิจคดีความมั่นคงเยอะ อย่างเช่นว่าต้องเดินทางไปดูแลในพื้นที่ที่อาจจะมีความเสี่ยง ต่อความปลอดภัยของผู้พิพากษาหรือของรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคมากขึ้น อาจจะแบ่งเบา ภาระกันจังหวัดละคนรับผิดชอบไปได้ไหม อย่างนี้ก็เปิดอำนาจให้ประธานศาลฎีกา หรือคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมท่านได้ใช้ดุลยพินิจของท่าน แล้วแต่มากแล้วแต่น้อย แต่ว่าอย่างน้อยก็คือ ๑ คน มันก็ไม่ต้องไปเปลืองงบประมาณในกรณีที่ไม่มีความจำเป็น ต้องตั้งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคมากไปกว่า ๑ คนหรือ ๒ คน การที่เราไปเขียนลิมิต (Limit) ว่า ๓ คนขั้นต่ำ เหตุผลอย่างนี้เราใช้เหตุผลอะไรที่จะไปรู้ดีไปกว่าคณะกรรมการ บริหารศาลยุติธรรม รู้ดีไปกว่าท่านประธานศาลฎีกา ซึ่งท่านได้ควบคุมกิจการ ท่านได้ดูแลปริมาณคดี ท่านได้ดูแลการบริหารสำนักงานศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามนโยบายในการบริหาร ความยุติธรรมอยู่แล้ว ผมจึงไม่เห็นด้วยในการที่กรรมาธิการเขียนกฎหมายลักษณะอย่างนี้ ออกไป ซึ่งมันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างใดทั้งสิ้น ทั้งในด้านเรื่องงบประมาณก็ดี หรือรูปแบบการเขียนกฎหมายก็ดี ผมจึงขอคำชี้แจงจากท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยครับ