ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หารือถึงปัญหาการคัดเลือกครูและการปรับปรุงเงินเดือน โดยเรียกร้องให้จัดลำดับความสำคัญในการรับครูคุณภาพและเสนอให้แก้ไขพ.ร.บ. ให้มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับการขึ้นเงินเดือนและเกณฑ์การเลื่อนขั้นตำแหน่ง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ อาชีพครูเป็นอาชีพที่ทรงเกียรติแล้วก็เป็นอาชีพ ที่ทุกคนต้องเคารพบูชาครู ผมเห็นว่าในปัจจุบันนี้และที่ผ่านมา ในเรื่องที่มาของครูนั้น ค่อนข้างจะได้รับความสําคัญเป็นอันดับไม่ต้นนัก อยากจะฝากผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในเรื่องการจัดการ ในเรื่องที่มาของครูนี้ให้ความสําคัญเป็นอันดับต้น ๆ เหมือนกับอาชีพอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาชีพแพทย์ก็ดี วิศวกรก็ดี ลําดับคะแนนในการที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย มักจะถูกคัดเลือกจากบุคคลที่มีระดับคะแนนเฉลี่ยสูง ๆ ไปเรียนในสาขาวิชา อื่น ๆ ถ้าเป็นไปได้อยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการคัดเลือกครู ให้ความสําคัญกับครู โดยให้ลําดับคะแนนที่คนที่จะมาเป็นครู คัดเอาหัวกะทิของประเทศ ของเยาวชน ของผู้ที่สนใจเข้ามาเป็นครูเป็นเบื้องต้น สิ่งจูงใจแรงจูงใจของครูก็เช่นกัน เมื่อเรา ได้บุคลากรที่มีคุณภาพ บุคลากรที่มีความสามารถความรู้แล้ว ค่าตอบแทนก็ต้องสูง ต้องดี ต้องมาดูว่าฐานเงินเดือนของครูบาอาจารย์ที่เริ่มต้น แล้วก็สวัสดิการของครูบาอาจารย์ ที่ได้รับนี้ กับวิชาชีพอื่น ๆ แตกต่างกันอย่างไร อยากจะฝากท่านประธานว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถ้าดูผิวเผินก็ดูว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สําหรับครูบาอาจารย์ ต้องฝากไปยัง กรรมาธิการที่จะพิจารณา พ.ร.บ ฉบับนี้ ซึ่งพวกเราก็เห็นด้วยที่จะต้องมีการปรับปรุงในเรื่อง ของสวัสดิการ เรื่องค่าตอบแทนของครูบาอาจารย์เป็นหลัก เนื่องจากว่าครูบาอาจารย์ เป็นบุคคลที่เสียสละอยู่กับพี่น้องประชาชน อยู่กับประชาชนตลอดเวลา เพราะฉะนั้น เรื่องค่าตอบแทน เรื่องค่าวิทยฐานะ เรื่องเงินเดือนจึงเป็นเรื่องสําคัญที่จะต้องหยิบยกขึ้นมา เพื่อที่จะให้ครูบาอาจารย์ทั่วประเทศที่กําลังรับฟังอยู่ในขณะนี้ได้รับทราบว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์สําหรับเขาอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ เนื้อแท้ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของกรอบมาตรา ๓ ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้เรื่องอัตราเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่งของครูบาอาจารย์นี้ จะมีการปรับเปลี่ยนในเนื้อหา ของ พ.ร.บ. นี้เฉพาะกรอบของเงินเดือน สําหรับค่าวิทยฐานะ ค่าตอบแทนนั้นคงเดิม คงที่ เงินเดือนนี้ก็เพียงแต่ย้ายกรอบ ย้ายแท่งเฉย ๆ แล้วยังไปขยายเฉพาะเพดานของขั้นสูง ของอัตราเงินเดือนเท่านั้น ต้องพูดให้ชัดเจน พ.ร.บ. ฉบับนี้จะยังไม่มีการขึ้นเงินเดือน ให้กับครูบาอาจารย์ที่คาดหวังว่าจะมีการขึ้นเดือนเท่านั้นเปอร์เซ็นต์ เท่านี้เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ จะเป็นกรอบการขยายเงินเฉพาะเพดานของอัตราเงินเดือนขั้นสูงเท่านั้น ขั้นต่ํายังเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นจึงเป็นปัญหาว่าจะต้องอธิบายให้พี่น้องครูบาอาจารย์ได้ทราบอย่างชัดเจนว่า ที่หลงเข้าใจว่าจะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นคนละ ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ใช่หรือไม่ ตรงนี้จะเป็นการเพิ่มเฉพาะกรอบอัตราเงินเดือนขั้นสูงที่กําหนดเอาไว้ อย่างผู้ช่วยครูนี้ขั้นสูงก็ไปไว้ที่ ๑๖,๘๔๐ บาท ครู คศ. ๑ ก็ไปที่ ๒๙,๗๐๐ บาท ครู คศ. ๒ ก็ไปที่ ๓๖,๐๒๐ บาท อย่างนี้เป็นต้น แต่รายละเอียดของการขึ้นเงินเดือนเดิมทีเดียวเขาจะมี ขั้นเงินเดือนเป็นขั้น ๆ ถ้าปีไหนมีผลงานก็จะได้ ๒ ขั้นเงินเดือนตามอัตรา ปีไหนไม่มีผลงาน ก็ ๑ ขั้น ๑ ขั้นครึ่ง ก็สุดแล้วแต่ นี่คือเป็นลําดับของขั้นเงินเดือนที่จะรู้ว่าตัวเองจะต้องทํา อะไร อย่างไร เข้าสู่ขั้นเงินเดือนเท่าไร แล้วจาก ครู คศ. ๑ เป็นครู คศ. ๒ นี้จะต้องทําอะไร อย่างไร เขามีกรอบ มีกติกา แล้วรู้ตัวเองว่าจะมีขั้นเงินเดือนได้ถึงเงินเดือนเท่าไรในแต่ละปี แต่ละปี แต่ถ้ามาพิจารณาใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังไม่มีรายละเอียดของขั้นเงินเดือน ซึ่งสอบถาม เจ้าหน้าที่ สอบถามผู้เกี่ยวข้องแล้ว บอกว่ายังไม่ดําเนินการ แล้วก็ยังจะไปใช้ระบบการขึ้น เงินเดือนเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ละหน่วยงานก็จะเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่เท่ากันอีก มีปัญหาเกิดขึ้น ตามมาอีกมากมาย เพราะฉะนั้นอยากจะฝากรายละเอียดถามว่าเห็นด้วยไหมกับในการที่จะ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการเพิ่มเงินเดือนให้ครูบาอาจารย์ต้องให้ชัดเจน ผมเห็น ด้วยอย่างยิ่งที่จะมีการปรับเงินเดือนให้ชัดเจน แต่ฐานที่ส่งเข้ามาที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ มันเป็นเพียงปรับฐานของเพดานเท่านั้นเอง แล้วยังมากําหนดในเรื่องของการเข้าสู่ตําแหน่ง จาก ครู คศ. ๑ ไปครู คศ. ๒ ถ้าเขาเป็นครู คศ. ๑ อยู่แล้ว เขาปรับเงินเดือนยังไม่ถึงขั้นครู คศ. ๒ ขั้นต่ําของครู คศ. ๒ ก็จะมีฐานรองรับก็คือฐานเงินเดือนขั้นต่ําชั่วคราว ผมถามว่า มีไว้ทําไม มีฐานเงินเดือนขั้นต่ําชั่วคราวมีไว้ทําอะไร อย่างสมมุติว่าผมจบปริญญาตรี แล้วผม รับเงินเดือนปริญญาตรีอยู่ปี ๒ ปี เงินเดือนผมยังไม่ถึงขั้นระดับปริญญาโท แต่ผมไปเรียน ระดับปริญญาโทกลับมา ผมก็สามารถปรับเงินเดือน ปรับวุฒิ เป็นระดับปริญญาโทได้ ผมอยู่ ปริญญาตรี ๒ ปี ๓ ปี ผมได้ปริญญาโท ปีต่อไปผมไปเรียนระดับปริญญาเอกกลับมา ผมก็สามารถที่จะปรับเงินเดือนไปถึงขั้นระดับปริญญาเอกได้ แต่กรอบของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่ส่งเข้ามามันจะมีฐานรองรับ คือจากครู คศ. ๑ เป็นครู คศ. ๑ ได้ประมาณสัก ๒-๓ ปี แต่เงินเดือนยังไม่ถึงขั้นเงินเดือนครู คศ. ๒ ขั้นต่ํา แต่เขาสามารถทําผลงานได้ ทําไมไม่ให้เขา ขึ้นไปรับเงินเดือนขั้นต่ําของครู คศ. ๒ มีขั้นต่ําชั่วคราวไว้ทําอะไร ไว้รองรับอะไร ก็เป็นการ เอาเปรียบเขาสิ รัฐบาลจะประหยัดเงินตัวนี้ใช่ไหม หรืออย่างไร ต้องอธิบายให้ครูบาอาจารย์ ได้เข้าใจอย่างชัดเจน ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาว่าทําผลงานแล้วก็ต้องไปกินอัตราขั้นต่ํา ชั่วคราวรองรับอยู่ ท่านประธานต้องดูนะครับว่าตรงนี้มันจะมีผลจากครู คศ. ๒ ครู คศ. ๓ มันค่อนข้างจะห่างกันเยอะ ขั้นต่ําครู คศ. ๒ ครู คศ. ๓ จากผมเป็นครู คศ. ๓ อยู่แล้ว ผมจะทําผลงานไปที่ครู คศ. ๔ สามารถที่จะพาส (Pass) ไปได้เลย เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็น ประเด็นที่เป็นห่วงแล้วก็อยากจะฝากไปยังคณะกรรมาธิการที่จะไปพิจารณากันในวาระ กรรมาธิการ ซึ่งวันนี้พวกผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยิ่งมาจากครูบาอาจารย์ ด้วยว่าผมเป็นอดีตข้าราชการครูมาก่อน เข้าใจในบทบาทของครู เข้าใจสถานะ สถานภาพ ของครูบาอาจารย์ซึ่งได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องของสวัสดิการ เรื่องของค่าตอบแทน ปัญหาหนี้สินครูก็เยอะ แก้ปัญหานี่เป็นเรื่องสําคัญ อยากจะฝากไปยังรัฐบาลว่ามีความจริงใจ กับครูบาอาจารย์ อย่าเป็นเพียงคารม อย่าเป็นเพียงยาหอมให้ครูบาอาจารย์ได้หลงเชื่อว่า จะมีการขึ้นเงินเดือน ต้องดูรายละเอียดชี้แจงให้ชัดเจนว่าค่าตอบแทนเงินเดือนครูขึ้นจริง หรือเปล่า บอกว่า ๘ เปอร์เซ็นต์ขึ้นตอนไหน อย่างไร ๘ เปอร์เซ็นต์นี่ขึ้นไปตรงเพดานขั้นสูง ไม่ใช่ครูบาอาจารย์จะได้รับเงินเดือนทันทีเลย เพราะฉะนั้นจากการฟังคําชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ที่มาชี้แจงให้ฟังแล้วผมค่อนข้างจะเป็นห่วง แล้วก็ฝากคณะกรรมาธิการว่าถ้ามีความจริงใจ ในการแก้ปัญหาในเรื่องของค่าตอบแทนของครูบาอาจารย์ ต้องมีความจริงใจแล้วก็ให้ ความเป็นธรรมกับครูบาอาจารย์เราทํางานหนัก เหนื่อย รับผิดชอบสูง ก็ขอฝากท่านประธาน ไปยังคณะกรรมาธิการแล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบว่าอย่าเป็นเพียงยาหอมสําหรับ ครูบาอาจารย์ ไม่อย่างนั้นท่านจะถูกครูบาอาจารย์เดินขบวนมาแล้วก็มาทําให้ภาพลักษณ์ ของครูบาอาจารย์เราเสียหาย ขอบคุณมากครับ