สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

นิยม ช่างพินิจ โต้แย้งนโยบายรับจํานําข้าวของรัฐบาล โดยกล่าวว่าโครงการนี้ทําให้เงินภาษีพี่น้องประชาชนถูกเอาไปชดเชยให้กับพ่อค้าผู้ส่งออกที่ไม่ซื้อข้าว และทําให้เงิน ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทถูกใช้ไปในโครงการรับจํานําข้าวตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ จนถึงปี ๒๕๕๒

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม ช่างพินิจ ไม่ใช่ช่างพานิชครับท่านประธาน ต้องขอขอบพระคุณครับในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก วันนี้เองถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีเลยนะครับ ที่ผมจะได้มีโอกาสได้มาอภิปราย ได้นํามาเสนอในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะในเรื่องของนโยบาย จากนโยบายและฟัง หลาย ๆ ท่านที่พูดมานะครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นการระบายข้าว การทุจริต การคอร์รัปชัน มากมายเหลือเกินครับท่านประธาน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนสาเหตุก็มาจากบอกว่าการทุจริต สืบเนื่องมาจากโครงการรับจํานํา มีการระบายข้าว มีการเอาข้าวมาประมูลกันอะไรกัน แล้วท่านนายกรัฐมนตรีตอบว่านโยบายประกันรายได้ดีที่สุด เพื่อนสมาชิกก็บอกครับ โดยเฉพาะ พรรคของฝ่ายรัฐบาลบอกที่ดีที่สุดในโลก ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านทราบเลยนะครับ ท่านประธาน คําว่า ดีที่สุดในโลก นี้เอาอะไรมาเป็นตัวชี้วัด เอาอะไรมาเป็นตัวเปรียบเทียบ ๑. การใช้เม็ดเงินใช่ไหมครับท่านประธาน ๒. วัดความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนไม่ใช่เฉพาะ ภาคเกษตรหรอกครับท่านประธาน มันต้องวัดพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภค ข้าว เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์นี่นะครับที่เสียภาษีก็นํามาใช้กับนโยบายประกันรายได้ เมื่อนโยบายปี ๒๕๕๒ มีการเปลี่ยนแปลง ผมเองได้ยื่นกระทู้สด ผมถามท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าเปลี่ยนแปลงได้ก็เปลี่ยนแปลงเสีย ไม่หรอกครับ แล้ววันนี้ความจริงเริ่มปรากฏ เริ่มชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวเลขแล้วก็จริงอย่างที่ผมคาดไว้นะครับ ไม่มีผิดหรอกครับท่านประธาน ใช้เม็ดเงินไปเท่าไรรู้ไหมครับสําหรับโครงการประกันรายได้ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพียงแค่กลาง ปี ๒๕๕๒ แล้วมาปี ๒๕๕๓ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับท่านประธาน แล้ววันนี้เองก็มาบอก นะครับ ผมเองนี่อยากจะบอกให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ว่าเงิน ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันมาจากที่ไหนครับ โอเคครับท่านประธาน วันนี้เองรัฐบาลเอาข้าวเอาไปขายให้ทําเอ็มโอยูกับ ต่างประเทศ หรือถึงแม้ว่าจะระบายข้าวหรือว่าจะทําให้กลไกตลาดและขายข้าวในราคาดีขึ้น มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ เพราะฉะนั้นเองผมจึงบอกเลยว่าเงิน ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เขาเอาเงินจากภาษีพี่น้องประชาชน เมื่อไม่พอก็กู้มาอีกแล้วเอามาใส่เข้าไป แล้ววันนี้ปัญหา เป็นอย่างไรครับ ม็อบ (Mob) เต็มถนนเดี๋ยวผมจะพูดต่อไปเรื่อย ๆ โครงการจํานํานะท่านประธาน มีข้อมูลนะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ จนถึงปี ๒๕๕๒ เฉลี่ยแล้ว ๑๐ ปี ใช้เม็ดเงินไป ๑๔๐,๐๐๐ กว่า ล้านบาท ๑๐ ปีนะครับท่านประธาน ท่านต้องคิดตามนะครับแล้ววันนี้ข้าวก็ยังเหลืออีก ๕ ล้านตัน ๖ ล้านตันจากโครงการต่อเนื่องการรับการจํานํา ระบายอย่างน้อยก็อาจจะเสียไปอีก ถ้าประมูลอย่างนี้นะครับ อย่างน้อยนะครับก็ต้องได้เม็ดเงินกลับมาสัก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉลี่ย แล้วก็ใช้เงินประมาณปีละ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเอง ที่ผมพูดอย่างนี้ผมอยากให้รู้อย่างไรครับ ผมอยากให้เจ้าของบ้านนี้เมืองนี้ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศได้รับรู้ สิ่งที่ผม พูดผมต่อสู้มาตลอดนะครับ นโยบายตัวนี้มันช่วยใครใช่ไหมครับท่านประธาน พ่อค้าผู้ส่งออกครับ ๕ เสือยักษ์ใหญ่ครับ วันนี้เคยไปถามไหมครับ พ่อค้าผู้ส่งออกข้าวมันได้กําไรตันละเท่าไร ตอบผม ได้ไหมครับ แล้วถามสิครับ พี่น้องเกษตรกรขายข้าวได้กําไรเท่าไร ท่านไม่ต้องมาตอบหรอกครับ ข้าวมันจะยุบสต็อกไว้ มันยุบ มันฝ่อ มันแห้ง พี่น้องเขาทํานาเขารู้ครับ เขาเก็บไว้กี่ปี กี่อะไร ข้าวมันจะยุบไปเท่าไร ผมอยากจะเรียนถาม เพราะฉะนั้นการทุจริตอย่างนี้มันทุจริตแบบมหภาค ครับ แบบอภิมหาทุจริตนโยบายนี้นะครับ คนได้มีอยู่ ๕ เสือนะครับ เจ็บปวดนะครับ ๕ เสือยักษ์ใหญ่ได้เท่านั้นเอง ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไรครับ ๕ เสือยักษ์ใหญ่นี่ไม่ซื้อข้าว ในเมื่อไม่ซื้อข้าวโรงสีก็ไม่ซื้อ พ่อค้ารายย่อยก็ไม่ซื้อ รัฐบาลทําอย่างไรครับ มาตั้งเอาเงินไปชดเชย ทําไมละ ผมพูดตั้งหลายครั้งแล้วว่าทําไมไม่เอาไปดูละครับ พ่อค้าผู้ส่งออกได้กําไรเท่าไร ทุจริตแบบนี้โอเคครับ ถึงเวลาเลือกตั้ง ๕ เสือยักษ์ใหญ่ก็เอาเงินมาสนับสนุนพรรคการเมือง ของท่าน ทําได้เนียนมาก ทุจริตแบบอํามหิตครับ สิ่งที่ผมพูดคําว่า ทุจริตแบบอํามหิต เพราะอะไร พี่น้องเกษตรกรขายข้าวเกวียนละ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ถ้าตีเป็นข้าวเปลือก ก็กิโลกรัมละ ๖-๗ บาท ถ้าคิดเป็นข้าวสาร ท่านประธาน ๑๓-๑๔ บาท แค่บริหารภายในประเทศ ยังทําไม่ได้เลย รู้ไหมพี่น้องเกษตรกร พี่น้องคนทั้งประเทศที่กินข้าว ซื้อข้าวกิโลกรัมละ ๒๕ บาท ๓๐ กว่าบาท แค่นี้แค่ภายในประเทศ ผมไม่ต้องไปพูดถึงต่างประเทศหรอก แล้วคนที่ดีตรงไหนรู้ ไหมครับท่านประธาน คนต่างประเทศ ต้องการให้พ่อค้าผู้ส่งออกไปแข่งขันตลาดโลก พอไปแข่งขันตลาดโลกก็ซื้อข้าวได้ถูก ๆ ก็เอาเงินภาษีพี่น้องประชาชนใส่เข้าไปที่ชดเชย ตันละ ๑,๐๐๐ กว่าบาท ๒,๐๐๐ กว่าบาท ที่ท่านเอาใส่เข้าไป มันเจ็บปวดไหม นโยบายตรงนี้ ผมถึงบอกว่าทุจริตคนทั้งประเทศ ทุจริตได้แบบอํามหิต พูดนะครับ เขาบอกให้ผมมาพูดเรื่องข้าว โดยเฉพาะนโยบายนี้เขาบอกว่า ส.ส. นิยมพูดไม่ได้หรอก เพราะท่านนายกรัฐมนตรี พูดเก่งครับ เขาพูดแก้วกลมนี้เขาพูดให้พี่น้องประชาชนเชื่อได้ว่าเป็นแก้วแบน วันนี้เอง ข้อมูลอีกเยอะครับ ผมอยากจะรู้นะครับข้อมูลผมนี้เปรียบเสมือนปากกา ท่านลองพูดสิครับ ปากกานี้ลองพูดให้พี่น้องประชาชนเชื่อสิครับว่าเป็นไม้จิ้มฟัน เอาเถอะครับ สิ่งที่ผมพูดอย่างนี้ แล้วต่อไปนี้ท่านจะต้องออกมาตอบนะครับ คนที่ได้ผลประโยชน์จากโครงการประกันรายได้ ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน โครงการรับจํานําใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉลี่ยผู้ใช้สิทธิ ประโยชน์ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ ถ้าคนเขาไม่เจ็บป่วยเขาไม่เข้า โรงพยาบาลหรอกครับ คําว่า ประกันรายได้ นี้ มันไปลดกันลิมิท (Limit) ของพี่น้องเกษตรกรไว้ ยกตัวอย่างเช่น บอกว่าประกันรายได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็อย่างที่ผมพูดหลายครั้งแล้ว ผมว่า คนเอาข้าวไปขายนี้ ถามว่าพ่อค้าถ้าซื้อเกิน ๑๐,๐๐๐ บาทไหมครับ ซื้อไม่เกินหรอกครับ ซึ่งแตกต่างกับโครงการรับจํานํา แตกต่างอย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน โครงการรับจํานํานี้ ถ้าจํานําไว้ ๑๓,๐๐๐-๑๔,๐๐๐ บาท ท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญ ถ้าขายต่ํากว่านั้นคนเขาก็ไม่ร่วม โครงการ แต่ถ้าขายสูงกว่าเขาไม่มาร่วมหรอกครับ แค่นี้ละครับ หลักคิดมันง่าย ๆ แค่นี้เอง คําว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐-๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนนี้ ผมว่าไม่จําเป็นที่จะต้องเอามาพูด นี่ผมถึงบอกว่า ทุจริตคนได้ทั้งประเทศ เจ็บปวด คนซื้อข้าวกินก็แพง พี่น้องเกษตรกรเดี๋ยวนี้เขาทํานาก็จริง แต่ส่วนใหญ่เขาไม่ได้เก็บข้าวไว้กินหรอก เขากลับมาซื้อ ผมก็พยายามพูดสะท้อนให้เขารู้ ท่านขาย ข้าวไปกิโลกรัม ๖ บาท ถ้าคิดเป็นข้าวสาร ๑๓-๑๔ บาท อย่างที่ผมพูดไป แต่มาซื้อกิน ๒๐ กว่าบาท แล้วไม่ใช่เฉพาะชาวนาหรอก คนทั้งประเทศ และภาษีเอามาจากที่ไหนละ ท่านประธาน ต่อไปนี้นโยบายตรงนี้เดี๋ยวมันจะมีครับ ตอนนี้มะม่วงราคาตกต่ํากิโลกรัมละ ๓ บาท พี่น้องที่อําเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ร้องเรียนมา เดี๋ยวท่านจะต้องคิดอีกครับ ใครที่เป็นผู้ส่งออก ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ลําไย ผู้ส่งออกท่านก็มาหานายกรัฐมนตรีเลยว่าช่วยประกัน ให้หน่อยสิ ราคา ๓ บาท ลําไย ประกันให้หน่อยสิ นี่อย่างไรมันคล้าย ๆ กันหมด เดี๋ยวต่อไปต้องมี แน่นอนครับ ทีละอาชีพ ๆ ต้องมีแน่นอน แล้วท่านก็ต้องไปรับซื้อประกัน ๓ บาท ท่านไปซื้อ ๒ บาท เดี๋ยวรัฐบาลเอาเงินไปชดเชยให้ เนียนไหมครับ เดี๋ยวลําไยอีกครับ ต่อไปใครเป็นพ่อค้า ผู้ส่งออกรายใหญ่ ๆ ของประเทศก็ไปหานายกรัฐมนตรี ท่านก็กําหนดนโยบายให้ วันนี้ผมอยากพูด ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ เจ็บปวดนะครับ เอาละครับท่านประธาน ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรนะครับ สิ่งที่ทุกท่านพูดเอามาแก้ต่างกัน ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรี ข้าว โครงการ ควันหลงจากโครงการรับจํานําที่ผ่านมาเป็นอย่างไรครับ ผมยื่นกระทู้สดถามข้าวราคาตกต่ํา บอกว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์บอกว่าจะระบายข้าวแบบน้ําซึมบ่อทราย ผมฟังแล้วก็ดูดี นะครับ แต่ไม่ใช่หรอกครับท่านประธาน ประมูลข้าวทีละน้อย ๆ ปิดข่าวหมดเลย ไม่รู้เลย นี่หรือครับ ถ้าทุจริตแบบน้ําซึมบ่อทรายผมรับได้ นี่ทุจริตแบบเนียนมาก และมีการนะครับ กลไกตลาดมีการปล่อยข่าวก่อนนะครับ ปล่อยข่าวบอกว่าข้าวจะมีการระบายบ้าง อะไรบ้าง ราคาท้องตลาดก็ต่ํา พอราคาท้องตลาดต่ํา ท่านรัฐมนตรีก็น่าจะเข้าใจนะครับ ปี ๒๕๕๒ พอราคา ข้าวท้องตลาดต่ําปุ๊บ เอาข้าวออกมาระบายเลย แล้วท่านยังจะได้ตอบสังคมได้ บอกว่าวันนี้ระบาย ไปเท่านี้ ระบายไป ๑๒,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ราคาท้องตลาดต่ํา ดูสิครับ ทําได้อย่างไร นี่ครับ เทคนิคครับ กลไกตลาดท่านทําได้เนียนมากครับ พี่น้องสื่อมวลชนตามไม่ทันครับ เอาราคาข้าวท้องตลาดมันต่ํา แล้วก็ตอบพี่น้องว่าราคาท้องตลาดมันต่ําถึงประมูลราคาถูก ๆ เจ็บปวด ราคาท้องตลาดนะครับ ๑๔,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท ท่านประมูลเป็นราคาเท่าไรครับ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๒,๐๐๐ บาท ท่านแบ่งกันอย่างไรครับ ส่วนต่างกําไรนี้ท่านแบ่งกันอย่างไรครับ ๑๒,๐๐๐บาท ๑๒,๐๐๐ บาท ทั้งนั้น ช่วยอธิบายหน่อยครับ มันเนียนมากเลยนะครับ ข้าว ๔ ล้านตัน ๕ ล้านตันท่านระบาย ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๒,๐๐๐ บาท เอาเถอะครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ เขาบอกว่า ทีวีจอดําแถวแจ้งวัฒนะรับไม่ได้ ท่านประธานก็คงจะแก้อะไรไม่ได้หรอกครับเพราะไม่ได้ เป็นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จะบอกให้รู้ครับ ถ้าคนมีจิตวิญญาณนะครับ ถ้าคิดจะรักพี่น้องประชาชน คนทั้งประเทศ ข้าวที่มี ๔ ล้านตัน ๕ ล้านตันผมไม่มาระบายหรอก ผมมาทําข้าวถุงขาย ขายกิโลกรัมละ ๑๕-๑๖ บาท ก็ท่านระบายไป ๑๒,๐๐๐ บาท ขายได้ ๔๕ บาทก็กําไรแล้ว หลักการคิด แล้วรู้ไหมครับ ทําอย่างไรครับ เก่งนะครับ สร้างโครงสร้างใหม่ได้ โครงสร้าง ตามหลักเกษตรกร เอาข้าวขายให้กับพ่อค้า ขายให้กับโรงสี โรงสีนี้ครับขายให้กับพ่อค้า ผู้ส่งออกผู้ส่งออกก็ออกไปต่างประเทศ นี่เปล่าครับ ที่ท่านประมูลท่านทําอย่างไรครับ ท่านประมูลแบบย้อนศรครับ ท่านเปิดประมูล ผู้ส่งออกได้ข้าวปุ๊บ ผู้ส่งออกได้ข้าวเอามาให้โรงสี ครับ โรงสีบรรจุถุงครับ แล้วเอาไปขายให้พี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชนทั้งประเทศทุจริตกัน ภายในประเทศเลย เนียนจริง ๆ ครับ เจ็บปวดจริง ๆ ครับ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๒,๐๐๐ บาทนี่ ท่านรู้ ไหมครับวันนี้เอง ท่านประธาน ท่านมองประเด็นท่านมองว่าเข้าใจถึงปัญหานะครับ ท่านไม่เข้าใจ ต้นทุนการผลิตของพี่น้องเกษตรกรที่แท้จริง แล้วท่านก็แก้ปัญหาผิด ๆ แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มันเจ็บปวดนะครับท่านประธาน สิ่งที่ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไร พี่น้องเดือดร้อนมาชุมนุม มาเรียกร้องราคาข้าว ท่านก็บอกว่านักการเมือง มันเป็นการเมืองหนุนหลัง คือมีการเดินขบวน ที่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกําแพงเพชร จังหวัด สุโขทัย หมดละ ในเมื่อท่านคิดว่านักการเมืองหนุนหลังแล้วท่านไปเพิ่มให้ทําไมครับ ๑๑,๐๐๐ บาท นั่นก็เพราะท่านไม่เข้าใจโครงสร้าง ไม่เข้าใจต้นทุน ท่านไปเพิ่มให้ทําไม และผมคาดว่าจะต้องเพิ่ม มากกว่านี้ด้วยถ้ามีการเลือกตั้ง เพื่อจะได้เอาเงินมาชดเชยให้เยอะ ๆ เกวียนละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท แล้วนี่ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทยังไม่พออีกหรือ เอาเถอะ พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านผมอยากจะให้เข้าใจ ต้นทุนนะครับ ท่านประธาน ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ กว่าบาท เก่งนะครับ รัฐบาลนี้นโยบายนี้ดีอย่างไรรู้ ไหมครับ ทําให้ราคาค่าเช่าที่ดินสูงขึ้นครับ ขึ้นมา ๑,๐๐๐ กว่าบาท นาจะมีน้ํา ไม่มีน้ํา นาลุ่ม นาดอน ค่าเช่านี้เพิ่มหมดครับ ตามหลักเขาก็ให้กันเช่า ให้ฟรีบ้าง หรือได้ข้าวมากก็เอามาให้ เดี๋ยวนี้หมดแล้วครับ รู้ไหมอย่างไรครับ ๑,๐๐๐ กว่าบาท เพราะเขามั่นใจครับเจ้าของนาต้องได้ แน่นอนส่วนต่าง และวันนี้พี่น้องประชาชนคนที่เป็นเจ้าของนาก็ยังไม่เข้าใจอีกนะครับว่าส่วนต่างที่ ท่านได้ได้มาจากไหน ได้มาจากราคาข้าวที่ท่านชดเชย แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วครับตอนนี้ไปดูนะครับ เก่งนะครับ ปั่นราคาเช่า แล้วที่คนทํากินจริง ๆ ผมอยากจะทราบท่านประธานคนจนที่ไปทํานานี่ ต้องไปเสียค่าเช่า ๑,๐๐๐ กว่าบาทก็เพราะส่วนต่างประกันรายได้ไม่ใช่หรือ ต้นทุน ๕,๐๐๐ กว่าบาท ๖,๐๐๐ กว่าบาท ปุ๋ยราคาเท่าไรครับตอนนี้ ยาไม่ว่าจะยาฆ่าแมลงแพงไปหมด แม้กระทั่ง น้ํามันต้นทุนก็มาจากนี้หมดครับ ผมคิดนะครับถ้าต้นทุน ๖,๐๐๐ บาท ถ้าเขาขายข้าววันนี้ ๖,๐๐๐ บาท โอเค ครับถ้าได้ไร่ละ ๒ เกวียน นี่ไม่แปลกเลยครับ นี่เขาได้ไร่เท่าไร คิดให้เขาเท่าไร ครับ ๗๐๐ ถัง ๗ คูณ ๕ เท่ากับ ๓๕ ๗ คูณ ๖ เท่ากับ ๔๒ ต่อไร่เขาได้ ๔,๒๐๐ บาทเลย คุ้มไหม คิดในใจก็ได้ครับ ไม่ต้องไปถามนักวิชาการ ไม่ต้องไปถามข้าราชการหรอก ๔,๒๐๐ บาทต่อไร่ พอได้ ๔,๒๐๐ บาทเอาได้ชดเชยมาอีกผมตีให้ ๒,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ๖,๒๐๐ บาท แล้วมันได้ กําไรอย่างนั้น แล้วท่านก็ไปขึ้นป้ายหนังสือพิมพ์ลงเขียนข่าวบอก วันนี้โครงการประกันรายได้ พี่น้องได้กําไรบวกจากต้นทุน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เอาอะไรมาคิดครับ ผมฝากพี่น้องสื่อมวลชนด้วย ผมดูหนังสือพิมพ์แล้วผมเศร้าใจครับ บอกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้นทุนผมบอกแล้ว ๕,๐๐๐ - ๖,๐๐๐ บาท ผมตีให้สูงนะครับ ๗๐ ถัง ไม่เคยรู้เลย ว่ากันต่อไป เจ็บปวด เคยคิดไหมครับรัฐบาลนี่ เคยคิดว่าจะแก้ปัญหา เอาราคาข้าวไปผูกกับราคาน้ํามันตลาดโลกได้ไหม ราคาน้ํามันตลาดโลก สูงขึ้น ราคาข้าวก็สูงขึ้นเคยคิดไหม ไม่เคยคิดหรอก แล้วทําอย่างไรครับท่านประธาน มีการชุมนุม ผมบอกแก้ปัญหาปลายเหตุ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเอา พ.ร.บ. ชุมนุมเข้าสภา แล้วผ่านด้วยครับ พรรค ฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทยนี่ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย ไม่ได้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมด้วย นี่อย่างไร ต่อไปนี่ ถ้าจะชุมนุมต้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐอนุญาต เนียนมาก เอาเถอะครับพี่น้องเกษตรกร ทําไมไม่คิด ใน พ.ร.บ. คิดสิ ถ้าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนลงชื่อ ๑๐ คน ๒๐ คนนี่ รัฐมนตรีต้องลงไปรับเรื่อง ทําไมไม่คิด คิดแค่นี้ก็คิดไม่ออกหรือ แต่ว่าต้องอนุญาต แล้วใครเขาจะอนุญาต แล้วท่านบอก นะครับ ท่านประธานเอ่ยถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยบอกว่า เอาเลยท้ากันเลยโครงการรับจํานํากับ โครงการประกันรายได้หาเสียงเที่ยวหน้าแข่งกันเลย สู้ท่านไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวเถอะครับพี่น้อง ชาวนาบอกผมว่าอย่างไร