สุเทพ เทือกสุบรรณ หารือเรื่องการใส่ร้ายและไม่เป็นธรรมต่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกล่าวถึงเหตุการณ์เกี่ยวกับกลุ่มกองกำลังชุดดำที่เข้าขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยยืนยันว่ากรณีที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และขอให้ท่านประธานทราบว่าตนเองและนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่ได้สั่งให้ทหารฆ่าประชาชน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ ขออนุญาตกราบเรียนยืนยันข้อเท็จจริงบางประการเพื่อให้ บันทึกเอาไว้ตามที่คุณจตุพรได้ลุกขึ้นอภิปรายในรอบหลังนี้นะครับ ก่อนที่ผมจะไปพูดถึง ประเด็นอื่น ผมขออนุญาตท่านประธานชี้แจงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับท่านผู้บัญชาการ ทหารบก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งถูกนายจตุพรกล่าวใส่ร้ายในที่ประชุมแห่งนี้ว่า ท่านไปหาดีเอสไอ ไปที่ดีเอสไอ ไปพูดว่าทหารผิดไม่ได้ ไปอาละวาดในนั้นนะครับ พลเอก ประยุทธ์ ท่านไม่สามารถที่จะมาแก้ตัวได้ตรงนี้ ไม่สามารถมาชี้แจงได้ตรงนี้ ผมก็ อยากจะชี้แจงให้ท่านประธานได้ทราบว่าผมได้ทํางานร่วมกันกับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาโดยตลอด ท่านไม่เคยเข้ามาแทรกแซงเกี่ยวข้องในการดําเนินคดีของตํารวจ ของดีเอสไอแต่ประการใดทั้งสิ้น ไม่เคยไปที่ดีเอสไอ ที่คุณจตุพรพูดนั้นเป็นเรื่องที่คุณจตุพร ใส่ร้ายและไม่เป็นธรรม แล้วเขาแก้ตัวไม่ได้ ผมก็ขอยืนยันกับท่านประธานว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้ทํา มันเหมือนกับที่คุณจตุพรกล่าวหาว่าทหารฆ่าคน เหมือนที่ กล่าวหาว่าผมสั่งให้ทหารฆ่าคน ท่านประธานครับ คดี ๑๓ คดีที่คุณจตุพรเอามาอ่านและ มากล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีกับผมเป็นฆาตกรสั่งฆ่าคน แล้วเอาเอกสารสอบสวนของ ดีเอสไอมาอ่านเฉพาะบางช่วงบางตอน แล้วก็พูดจาโน้มน้าวให้คนเข้าใจเอา ผมเรียนยืนยัน เพื่อบันทึกไว้ตรงนี้ว่าจากเหตุผล จากพยานหลักฐาน ยังฟังไม่ได้เลยครับว่าเป็นการกระทําที่ เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่หรือเป็นการกระทําของเจ้าหน้าที่ เพราะว่าในทุกสํานวนที่คุณจตุพร เอามาอ่านและมาอ้างนั้นไม่มีพยานบุคคลยืนยันว่าเห็นผู้ตายถูกเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงจน ทําให้ถึงแก่ความตาย ไม่มีสักสํานวนเดียว ไม่มีพยานบุคคลที่จะมายืนยันว่าขณะที่ผู้ตาย ถูกยิงนั้นผู้ตายอยู่ในลักษณะท่าทางใด หันหน้าไปทางใด บางราย บางคดีนะครับ ไม่ทราบ ด้วยซ้ําไปว่าขณะเกิดเหตุผู้ตายอยู่ตรงจุดไหน มันจึงทําให้ไม่สามารถจะยืนยันวิถีกระสุนได้ นี่เป็นคําให้การของผู้เชี่ยวชาญทางวิถีกระสุน
ประการที่ ๓ ต้องยืนยันครับท่านประธานว่าในขณะที่เกิดเหตุทั้งหลายนี้ มีกองกําลังชุดดําพร้อมด้วยอาวุธสงครามปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม และได้ใช้อาวุธเข้าขัดขวาง การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และทําร้ายประชาชน แม้แต่กระสุนหัวสีเขียวที่อ้างว่าเป็นของ เจ้าหน้าที่ ผมก็กราบเรียนท่านประธานแล้วว่าเป็นอาวุธที่กลุ่มกองกําลังชุดดําได้ยึดไป เมื่อสักครู่คุณจตุพรก็มาบอกว่าอาวุธที่ยึดไปคืนหมดแล้ว ท่านโกหกอีกนะครับ ยึดอาวุธ เจ้าหน้าที่ไป ๒ หน วันที่ ๙ เมษายนที่ลาดหลุมแก้ว ได้คืนหมด ส่วนที่เป็นอาวุธ ยกเว้น แก็สน้ําตาไม่คืน เอาไปแล้วตอนหลังก็มาขว้างใส่เจ้าหน้าที่ ส่วนวันที่ ๑๐ เมษายน อาวุธ ถูกยึดไปทั้งหมด ๑๐๙ กระบอก ที่ได้คืนมาจริง ๆ ๖ กระบอกครับ ยังอยู่ในมือพวกท่าน อีก ๑๐๐ กระบอก นี่เป็นข้อเท็จจริงที่มีบันทึก มีหลักฐานกันไว้ ท่านประธานครับ คุณจตุพร ก็มีลีลามาบอกว่าผมไปกล่าวหาว่าเขามาฝึกยิงอาวุธ ใช้อาวุธกันที่ท้องสนามหลวง ไม่น่าจะ เป็นจริง ที่จริงตอนผมอภิปรายนะครับ ผมบอกว่าตอนที่ฝึกกองกําลังเสื้อดําตอนแรก ๆ ไม่มี คนสนใจ แล้วฝึกที่กลางสนามหลวงเลย การฝึกไม่ได้มาฝึกยิงอาวุธที่สนามหลวงหรอกครับ รูปที่ผมเอามาแสดงก็เห็นเอาไม้พลองทําต่างปืน แต่ว่าสอนวิธีเล็งปืน เล็งนั่งแท่นอะไร ต่ออะไรชัดเจน ท่านประธานที่เคารพ คุณจตุพรบอกว่าเรื่องของการยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน เพราะว่าผมไปปั้นพยานเท็จ ไปใส่ร้าย ผมกราบเรียนครับว่าทั้งหมด เป็นคําวินิจฉัยของศาล อยู่ในประเทศไทยก็ต้องเคารพศาล สิ่งเหล่านี้ได้ผ่านกระบวนการ พิสูจน์ ผ่านกระบวนการยุติธรรมมา ผมไม่มีความจําเป็นที่จะต้องไปโต้เถียงกับท่านจตุพรอีก แต่ว่าคุณจตุพรก็เป็นอย่างนี้ครับ พอเรื่องผ่านไปนาน ๆ คนลืมก็เอามาบิดเบือนแต่งเรื่อง ขึ้นใหม่ เหมือนกันกับที่กรณีเรื่องฆ่า เสธ. แดงเมื่อปีที่แล้วอภิปรายไม่ไว้วางใจผมก็สงสัยว่า ทําไมคุณจตุพรถึงไม่ยกกรณีของ เสธ.แดง มาอภิปรายในสภา เพราะผมสงสัยว่าคุณจตุพร หรือเปล่าที่บงการฆ่า เสธ. แดง ผมเรียนกับท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมไม่เอาเทป ไม่เอาซีดีมาเปิดแล้ว แต่ว่ามีคําสัมภาษณ์ของ เสธ.แดง ก่อนตายไม่กี่ชั่วโมงว่าเมื่อเช้าเกือบยิง กันแล้ว ยิงกับใครครับ ยิงระหว่างพวกคุณกันเอง ไม่พอใจกัน แตกกัน เสธ.แดง ทําให้ ความลับออกมาเผยมาก พูดมาก ปรากฏตัวชัดขึ้น มีการแย่งชิงอํานาจกันครับ เสธ. แดง เป็นคนให้สัมภาษณ์เองครับว่าในขณะนี้คุณทักษิณสั่งตั้งแกนนําชุดใหม่แล้ว ใครไม่สู้ ให้กลับบ้านไป ถ้าคุณจตุพรสนใจผมก็จะเอาซีดีเปิดกลางสภาเพื่อย้ําว่าพูดกันอย่างนี้ ประเด็นอย่างนี้ที่ทําให้ผมสงสัย เมื่อกี้คุณบอกว่าคุณสงสัยว่าผมจะสั่งฆ่า เสธ. แดง ผมสงสัยว่า คุณทํากันเองแล้วมาป้ายความผิดให้พวกผม อันนี้ที่น่ากังวลใจ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะกราบเรียนว่าคุณจตุพรก็มาพูดหลายเรื่อง ยกเป็นประเด็นคล้าย ๆ ว่าผมสร้างเหตุ เวลาผมพูดถึงรถตู้ คุณจตุพรก็บอกว่าเป็นรถตู้ที่ขนทหาร ผมอยากจะเรียนกับท่านประธาน ที่เคารพว่ารถตู้ที่ผมพูดถึงนั้นหมายถึงรถตู้หมายเลขทะเบียน ๕ฝ ๕๒๓๓ กทม. ชนิดนั่ง สี่ตอน ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ท่านประธานครับ เป็นรถที่นายธนเดชขับขนกลุ่มคนเสื้อแดง ประมาณ ๗-๘ คนพร้อมอาวุธสงครามไปยิงเจ้าหน้าที่ที่สี่แยกคอกวัวเมื่อเวลา ๒๑.๐๑ นาฬิกา มีภาพถ่ายอยู่ครับ แล้วก็ไม่ต้องปฏิเสธว่านายธนเดชนี่ไม่เกี่ยวกับท่าน เมื่อไม่นานมานี้ครับ คุณแม่ของนายธนเดชเสียชีวิต คือนายธนเดชนี่เรามีรูปแล้วครับ ออกหมายจับเรียบร้อยแล้วครับ เป็นผู้ต้องหาอยู่ กําลังตามตัวมาดําเนินคดีหนีไปแล้ว แต่เมื่อ ไม่กี่วันนี่คุณแม่ของนายธนเดชเสียชีวิต พวงหรีดของพวกท่านเต็มเลยครับ พวงหรีดของท่าน ทั้งนั้นครับ แม้กระทั่งของคุณจักรภพ เพ็ญแข ก็อุตส่าห์ส่งเข้ามา ท่านประธานที่เคารพครับ ทําให้ผมสามารถที่จะกราบเรียนยืนยันได้ว่ากรณีทั้งหมดทั้งหลายที่พูดมานี่ครับ มันเป็น เรื่องจริงที่เกิดขึ้น แล้วผมก็เอามาพูดเพื่อให้พวกเราได้พิจารณาใช้ดุลยพินิจ ที่ผมพูดถึง เรื่องพรรคคอมมิวนิสต์ไม่ได้ปลุกผีคอมมิวนิสต์ครับ ผมเอามาเปรียบเทียบให้ดู มาชี้ให้เห็น มันมีคอมมิวนิสต์หลงยุคที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิดครับ กําลังจ้องทําร้ายบ้านเมืองอยู่ แล้วเข้าไป นั่งสมคบช่วยวางแผนอยู่กับพวกคุณอันนี้ก็เป็นเรื่องจริงที่จะต้องพูดกันครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ มีบางเรื่องที่ผมไม่ประสงค์ที่จะพูดถึงเพราะว่าไม่บังควร แต่ว่า ผมได้อ่านรายงานทุกวันเวลา พันตํารวจโท ทักษิณ วิดีโอ ลิงค์ ไปยังแดงยูเอสเอ แดงประเทศนั้นประเทศนี้ แล้วพูดจาที่ไม่บังควรว่าอย่างไร ผมเรียนว่าถ้าคนไทยได้ยินไม่ได้ กลับบ้านหรอกครับ ผมเรียนให้ท่านประธานที่เคารพได้ทราบว่าคดีเรื่องผังที่ว่านี้เป็นคดี พิเศษครับ แล้วก็ยังดําเนินคดี ส่วนที่ท่านกล่าวหาผมว่าผมไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ท่านลืมไปเองละครับ วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอแผนปรองดองให้กับท่าน ท่านนึกหาข้ออ้างอะไรไม่ได้ในขณะที่จะปฏิเสธ ท่านก็บอกว่าต้องให้ผมเข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรม ต้องให้ผมไปมอบตัวที่ดีเอสไอ ผมก็ไปที่ดีเอสไอ ท่านประธานที่เคารพ ข้อกล่าวหาที่บอกว่าผมเป็นผู้สั่งฆ่าประชาชนนั้น เมื่อบอกว่าเป็นคดีฆ่าประชาชนก็ต้องเป็น คดีพิเศษครับ ที่คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติให้ดีเอสไอรับผิดชอบ ซึ่งคดีพิเศษที่ว่านี้จะมี ๔ ประเภท คือ ๑. การก่อการร้าย ๒. การขู่บังคับไม่ให้รัฐบาลกระทําการใด ๆ ๓. การทํา ร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ๔. การกระทําต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ ท่านกับผมก็โดนอยู่ในข้อหานี้ละครับ แล้วผมก็ไปที่ดีเอสไอ เพราะพวกท่านไปตั้งข้อหาว่า ผมทําร้ายประชาชน ซึ่งดีเอสไอก็ต้องมีหน้ที่รับผิดชอบในการสอบสวน ผมก็ไปรายงานตัวกับ ดีเอสไอ แล้วทราบว่าตอนนี้ดีเอสไอก็ได้ส่งต่อคดีนี้ให้ ป.ป.ช. ไปแล้ว เพราะกฎหมายเขียนไว้ว่า เป็นเรื่องของการปฏิบัติราชการ ถ้าผมจะมีความผิดก็จะต้องมีความผิดตามมาตรา ๑๕๗ ของประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ผมพร้อมครับ ไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์อะไร ที่ไหน
สําหรับกรณีของคุณสถาพรที่ลุกขึ้นมา ผมต้องเรียนกับคุณสถาพรจริง ๆ ว่าตอนที่ผมกล่าวถึงนี่ ผมไม่ได้พูดเลยนะครับว่าคุณสถาพรถูกข้อหากระทําความผิดฐาน ก่อการร้าย ที่ก่อการร้ายมี ๓ คนผมก็พูดไปแล้ว กรณีของคุณสถาพร มณีรัตน์ เป็นกรณี ที่กระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓ ๒๑๕ วรรคแรก วรรคสาม ๒๑๖ ๑๑๖ ต้องระหวางโทษจําคุกไม่เกิน ๗ ปี ถ้าศาลได้พิจารณาพิพากษาแล้ว เป็นคดี พิเศษครับ เพราะว่าท่านได้ร่วมกันดําเนินการ เขาบอกเลยครับพฤติการณ์แห่งคดี ของคุณสถาพร มณีรัตน์ เขาบอกไว้ชัด แล้วผมไม่ได้บิดเบือนว่าเป็นกรณีก่อการร้าย เขาบรรยายพฤติการณ์แห่งคดีของคุณสถาพรว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุ จําเลยกับพวกได้ร่วม ชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ โดยมีรูปแบบการชุมนุมในลักษณะที่ เป็นการก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ได้แก่ การนํากลุ่มผู้ชุมนุมจํานวนมากเคลื่อน ขบวนไปเทเลือดที่บริเวณหน้าทําเนียบรัฐบาล หน้าพรรคประชาธิปัตย์บ้าง บ้านพัก นายกรัฐมนตรี ปิดล้อมรัฐสภา บุกรุกสถานีไทยคมก็ว่าไป แต่ผมไม่ได้บอกว่าเป็นคดี ก่อการร้าย ก็พูดตามจริงถ้าท่านได้ยินไม่ชัดแล้วท่านจะต้องการให้ผมมายืนยัน ผมก็ยืนยันว่า ท่านเป็นผู้ต้องหาจริง ๑ ใน ๔ คนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วคดีนี้พนักงาน สอบสวนคดีพิเศษก็เห็นควรสั่งฟ้อง อัยการคดีพิเศษสั่งฟ้องท่านกับพวกแล้ว ก็ขออนุญาต กราบเรียนให้ท่านประธานได้ทราบ ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานครับว่ามาถึงวันนี้ นาทีนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าที่ต้องอธิบายค่อนข้างยาวเพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมา นาน คนลืมกันบ้างก็ต้องเอามาเรียงลําดับให้เห็น แล้วอธิบายว่าทั้งหมดมีมูลเหตุ มีที่มา มีแรงจูงใจที่จะมากล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กับผมเป็นฆาตกร เป็นผู้สั่งทหาร ให้ฆ่าประชาชนนั้น ท่านใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร ทหารเหล่านั้นก็เป็นลูกหลานประชาชนครับ ไม่ได้มาจากไหน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หรือผมสั่งให้ไปฆ่าประชาชนซึ่งเป็นญาติเป็น พี่น้อง เป็นพ่อเป็นแม่เขา เขาไม่ทําหรอกครับ แล้วผมยืนยันได้เลยว่าไม่มีที่จะได้ไปสั่งการ และทหารเขาก็ไม่มีเจตนาที่จะทําอย่างนั้น แต่ในกรณีที่มีการป้องกันตัวในการปะทะกัน นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพูดเพียงเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ คนเหล่านั้น และยืนยันว่าทั้งท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ดี ผมก็ดีไม่ได้เป็นฆาตกร ผู้กล่าวหา คือนายจตุพร ท่านถูกกล่าวหาคือท่านอภิสิทธิ์กับผม ก็ดูหน้าดูตาก็แล้วกันว่าใครหน้าตา คล้ายกับฆาตกรมากกว่ากัน ก็เอาประกอบการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งก็ได้ ขอบคุณครับ