ผ่องศรี ธาราภูมิ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของคณะรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นและความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่รุนแรงในระยะแรก และการสร้างผลงานที่มีผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างยั่งยืน รวมถึงการดำเนินนโยบายที่สำคัญ เช่น นโยบายประกันรายได้เกษตรกร นโยบายเรียนฟรี 15 ปี และการลดภาระของผู้ปกครอง ผ่องศรี ธาราภูมิ ยังหารือเรื่องนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของรัฐบาล โดยเปลี่ยนแนวคิดจากสงเคราะห์เป็นการจัดสวัสดิการสิทธิขั้นพื้นฐานให้ประชาชน และกล่าวถึงนโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ โดยมีใจความหลัก คือ การดูแลความมั่นคงของชีวิตของประชาชน ตั้งแต่เกิดจนถึงบั้นปลาย โดยการวางรากฐานด้วยการดูแลสุขอนามัย การศึกษา การทำงาน และการมีส่วนร่วมของประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไปในการแก้ไขปัญหาที่ยังคงอยู่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แทน ปวงชนชาวไทย แล้วก็ผู้แทนพี่น้องประชาชนชาวลพบุรีทุกคนที่เป็นเจ้าของประเทศนี้นะคะ ดิฉันขอร่วมแสดงความคิดเห็นต่อรายงานผลการดําเนินงานของคณะรัฐมนตรี ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ภายใต้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะ ดิฉันกราบเรียนว่า ดิฉันได้ศึกษารายงานฉบับนี้ ซึ่งเป็นผลการดําเนินงาน ในรอบปีที่ ๑ นะคะ ด้วยสํานึกว่าเราทุกคนนี้เป็นเจ้าของประเทศแล้วก็ลงเรือลําเดียวกัน วันนี้ก็คงจะต้องเหลียวหลังไปที่วันที่เริ่มต้นของการทํางานของรัฐบาลนะคะ ถ้าทุกคน ยังจําได้ รัฐบาลเริ่มต้นทํางานในท่ามกลางภาวะวิกฤติทั้งภายในแล้วก็ภายนอกประเทศ รัฐบาลได้ฝ่าฟันปัญหามาในปีแรก ดิฉันคิดว่าด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ด้วยอุดมการณ์ที่ท่านอยากจะเห็นประเทศไทยก้าวเดินไปข้างหน้า อยากเห็นประเทศของเรา มีเศรษฐกิจคุณภาพ มีสังคมคุณธรรม แล้วก็นําความสันติสุขคืนมาสู่สังคมไทย ดิฉันเชื่อมันว่า ท่านหัวหน้ารัฐบาลท่านตั้งใจ คณะรัฐมนตรีก็ตั้งใจ พวกเราทุกคนก็ร่วมกันเป็นพลังนะคะ ๑ ปีที่ผ่านมานั้น ในปีแรกไม่น่าเชื่อว่าท่ามกลางวิกฤติอย่างหนักนะคะ รัฐบาลไม่เสียสมาธิ แต่ก็ยังทํางานหนักอย่างมุ่งมั่น ได้สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นรากฐาน เป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แล้วก็วางรากฐานในการพัฒนาสังคมไทยให้อย่างยั่งยืน ดิฉันคิดว่า สิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจในปีแรก ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าจะทําได้ ๓ เดือนแรก ได้เริ่มพัฒนา นโยบายประกันรายได้เกษตรกร ท่ามกลางเสียงที่ห่วงใยว่าจะทําได้หรือไม่ เพราะว่าเรายัง ไม่ได้เริ่มต้น เป็นเรื่องใหม่ อย่างไรก็ดีนะคะ ดิฉันคิดว่านโยบายที่รัฐบาลได้ทําอย่างมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือเกษตรกรในพื้นที่ทั้งหลาย ตลอดจนหน่วยงานที่เป็นกลไก ของรัฐบาลได้ช่วยกันทํางานหนัก ไม่ว่าจะเป็น ธ.ก.ส. สํานักงานเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่าง ๆ ทําให้ในปีแรกนั้นรูปธรรมของผลงาน ดิฉันคิดว่าเอกสารนี้ก็เป็นรายงานเชิงเอกสาร แต่ผลงานเชิงประจักษ์นั้นชัดเจนนะคะว่า เราได้วางรากฐานความมั่นคงให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะในพืชหลัก ๓ ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพด แล้วก็มันสําปะหลัง แล้วก็กําลังจะเดินหน้าต่อไปสําหรับการต่อยอดนโยบายสําหรับ วันนี้แล้วก็อนาคต อันนี้ก็คือประเด็นหนึ่งที่ดิฉันเห็นว่ารัฐบาลได้วางรากฐานไว้ที่น่าชื่นชม รัฐบาลได้มีนโยบายในปีแรกเรื่องของการลดรายจ่ายแล้วก็เพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็น ลดภาระของผู้ปกครองนะคะ ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปีนี้เป็นการแบ่งเบาภาระของพี่น้องประชาชน ดิฉันก็เคยเห็นพี่น้องประชาชนเมื่อก่อนจะเปิดเทอมโรงจํานําต้องแน่นไปหมดเลย ก็ต้องไป กู้หนี้ยืมสิน แต่หลังจากที่รัฐบาลได้เริ่มต้นทํางานในปีแรก แล้วก็ทําทันทีก็คือนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ปีเป็นการแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง แล้วก็เป็นการให้โอกาสทางการศึกษาแก่ลูกหลาน วันนี้ระบบการศึกษาของเราก็ได้ถูกวางรากฐานไป แต่ยังต้องพัฒนาต่อนะคะ ดิฉันยังไม่ได้บอก ว่ามันจะดีที่สุด เพราะว่าการทํางานท่ามกลางความยากนั้นก็ต้องมีจุดเริ่มต้น และเมื่อ เริ่มแล้ว แล้วมีความมั่นใจได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนก็หวังว่ารัฐบาลจะได้เดินหน้า อย่างมีคุณภาพต่อไป
นโยบายเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุรัฐบาลก็ได้เปลี่ยนแนวคิดจากการให้ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นเรื่องของการสงเคราะห์มาเป็นการจัดสวัสดิการ เป็นการให้สิทธิ ขั้นพื้นฐานแต่พี่น้องประชาชนคนไทย อันนี้ก็ให้อย่างทั่วถึง ช่วงนี้ดิฉันกําลังพิจารณา งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปีก็มีเรื่องของการจ่ายสวัสดิการเบี้ยยังชีพผ่านกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นด้วย ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็นั่งอยู่ตรงนี้ อันนี้ก็เป็นเรื่องสิ่งที่ดีแล้วก็คิดว่า จะต้องทําต่อไปแล้วทําให้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดิฉันคิดว่าเรื่องนโยบายความมั่นคงแห่งรัฐมันหมายถึงความมั่นคงแห่งชีวิต ของคนไทยค่ะ ความมั่นคงของรัฐจะมั่นคงได้ก็คือคนไทยต้องมีความมั่นคงในชีวิตตั้งแต่เกิด จนถึงบั้นปลาย รัฐบาลได้เดินหน้าวางรากฐานตั้งแต่คนเราแรกเกิดตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ก็คือกระทรวงสาธารณสุขนั้นได้ดูแลให้พี่น้อง อสม. นั้นได้ดูแลสุขอนามัยของประชาชน เมื่อเกิดก็ให้เข้าโรงเรียนตามสมควรแล้วก็อย่างมีคุณภาพ เมื่อถึงวัยทํางานรัฐบาลได้เร่งรัด ผลักดันกฎหมาย ดิฉันอ่านในรายงานว่ามีกฎหมายที่ตอนเริ่มต้นตั้งใจหลายฉบับ บัดนี้มาถึง ปีที่ ๒ ปีที่ ๓ ก็มีผลเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายผู้ประกันตน กฎหมายแรงงาน กฎหมายประกันสังคม กฎหมายคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน กฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาติ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร รวมถึงที่กําลังพิจารณาผ่านไปก็คือ ร่างพระราชบัญญัติกองทุน การออมแห่งชาติ อันนี้ก็เป็นการวางรากฐานสําหรับความมั่นคงในบั้นปลายของชีวิต เรื่องของบํานาญประชาชนนอกเหนือจากเบี้ยยังชีพ ๕๐๐ บาท ดิฉันคิดว่าในการทํางาน อย่างต่อเนื่องนี้ก็เป็นผลจากเราทํางานอย่างมีเป้าหมาย แม้ว่าจะทํางานด้วยความยาก แต่ว่าเมื่อเป้าหมายชัดเจนแล้วก็มุ่งมั่นรัฐบาลก็คงทําต่อไปนะคะ นอกจากนั้นแล้วดิฉันคิดว่า รัฐบาลได้ทํานโยบายเรื่องการมีส่วนร่วมชัดเจน ดิฉันได้มีโอกาสได้ติดตามรายการที่ ท่านนายกรัฐมนตรีไปร่วมเวทีประชาชนหลายครั้งทําให้เห็นว่ารัฐบาลนั้นฟังเสียงของ ประชาชน การแก้ไขปัญหาเรื่องของสผ ที่ดินทํากินโดยรูปแบบโฉนดชุมชนนั้น เน้นเรื่องของ การแก้ไขโดยปัญหาชาวบ้านโดยวิธีการคิดแล้วก็ความยั่งยืนในอนาคต นอกจากนั้นแล้ว การผลักดันเรื่องของกองทุนสวัสดิการชุมชนผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ทําให้กองทุนของภาคประชาชนได้ดูแลพี่น้องประชาชนในชุมชน ขณะนี้แม้ว่า จะยังไม่ครอบคลุมทั้งประเทศแต่ก็ขยายตัวเป็นอย่างมาก เหล่านี้ดิฉันคิดว่าเมื่อรัฐบาลเริ่มทํางาน ในปีแรก แล้วก็ทํามาได้เท่าที่มีเวลาจํากัด วันนี้ดิฉันต้องให้กําลังใจรัฐบาลว่าเราได้ทํางาน หน้าที่มาโดยถูกทางแล้ว ปัญหาอุปสรรคย่อมมีค่ะ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีอย่าได้ท้อถอย เมื่อเราทํามาถูกแล้วก็ขอให้เดินหน้าต่อไป แล้วก็โดยเร่งรัด นโยบายที่ยึดมั่นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสําคัญ ประชาชนก็ยังเป็นกําลังใจ ปัญหาอุปสรรคที่มีทุกคนต้องร่วมช่วยกันแก้นะคะ ดิฉันก็จะเป็นพลังหนึ่งร่วมกับทางรัฐบาล ด้วย ร่วมกับพี่น้องประชาชนทุกคน แต่วันนี้ก็ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ดิฉันได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในเวลาที่จํากัดนี้ค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ