สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๙ กันยายน ๒๕๕๓

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยเฉพาะการเพิ่มคำว่า "องค์กรเกษตรกร" ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรรายย่อยไม่ได้รับการช่วยเหลือ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าผมเปึนสมาชิกคนหนึ่งที่ให้ความเห็นชอบในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ในวาระแรก เมื่อมีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพอกลับมาถึงมือมันมีการปรับเปลี่ยนในหลายมาตรา และผมเชื่อว่าเปึนการปรับเปลี่ยนในสาระสําคัญ ซึ่งทําให้เกิดความเปึนห่วงในวิธีการ ที่จะใช้งบประมาณที่อยู่ในกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรแห่งนี้ ในมาตรา ๔ ที่เรากําลัง พูดถึงกันอยู่ผมเองติดใจเช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่พูดถึงการที่ไปสร้าง คําจํากัดความใหม่ ๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะเปึนองค์กรเกษตรกร เติม การแปรรูปขั้นต้น เข้าไป สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเปึนที่น่าห่วงว่าจะเปึนการเอื้อกับผู้ค้ารายใหญ่กับคนที่ทํา อุตสาหกรรมการเกษตรรายใหญ่ ซึ่งครองตลาดอยู่ในประเทศไทยหลาย ๆ เจ้าหรือไม่ แต่ปรากฏว่าพอดูสาระสําคัญไปแล้ว ผมกราบเรียนเลยว่าตอนแรกก็ไม่เข้าใจถึงเหตุผล ของกรรมาธิการว่าทําไมต้องเติมคําว่าองค์กรเกษตรกร ซึ่งในพระราชบัญญัติที่เกี่ยวเนื่อง หลาย ๆ ฉบับมันก็ไม่มี ปรากฏว่าพอเป่ดไปถึงมาตรา ๑๖ ถึงได้พอจะนึกออกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะมาตรา ๑๖ มีการเพิ่มอํานาจของคณะกรรมการกองทุนใน (๑) คือการอนุมัติจัดสรร เงินกองทุนตามโครงการที่หน่วยงานของรัฐขอในอดีต วันนี้เราเติมเข้าไปว่าอนุมัติจัดสรร เงินกองทุนตามโครงการที่หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเกษตรกรเสนอ มันก็เลยมีคําว่า องค์กรเกษตรกร โผล่ขึ้นมาในพระราชบัญญัติ ผมเองกราบเรียนเลยว่าวันนี้ผมดูคําจํากัดความ ขององค์กรเกษตรกร ผมรู้สึกว่ามันกลายเปึนการล็อกสเปก ทาง พ.ร.บ. หรือเปล่า มันกลายเปึนว่าเราไปกําหนดว่าองค์กรเกษตรกรอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งเขาเอาไปทํา แปรรูปสินค้าเกษตรเปึนรายใหญ่รายย่อยเขาก็เปึนองค์กรเหมือนกัน เขาก็มีสิทธิเข้ามา แสวงหาผลประโยชน์จากเม็ดเงินจํานวนนี้หรือไม่ แต่ประเด็นนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้วผมจะข้ามไป แต่ผมจะบอกถึงประเด็นปัญหาอีกมุมมองหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ ท่านอุบลศักดิ์ได้เรียนชี้แจง ผมกราบขอบพระคุณ ผมกราบเรียนว่าวันนี้มันมีเกษตรกร อีกจํานวนมากที่เขาไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่เปึนไปตามกฎหมาย ที่เขาไม่ได้อยู่ในสหกรณ์ที่มี การรับรอง แต่เขาก็มีความจําเปึนที่จะต้องประกอบอาชีพแล้วก็มีความเดือดร้อนอยู่ เปึนประจํา ผมจะเล่าเรื่องให้ฟังเคยได้พูดในสภาผู้แทนราษฎรมาครั้งหนึ่ง ในพื้นที่ผมมี กลุ่มเกษตรกรทําเลี้ยงผึ้งทั้งจังหวัดมีอยู่ ๖๐ กว่าราย ถามว่าเขาเปึนกลุ่มไหม เขาบอก มีคุยกันบ้าง ถามว่าเขาเปึนสหกรณ์ไหม ไม่ครับ ถามว่าเขารองรับโดยกฎหมายไหม ไม่ครับ ถามว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มองเห็นเขาไหม ผมไม่แน่ใจ แต่ประเด็นปัญหานี้ ถ้าเราไปมองว่าเดี๋ยวมีรายย่อย ๆ เข้ามาแล้วเขาจะไปแสวงหาผลประโยชน์ เรามีกรรมการ ไว้ปัองกันอย่างไรครับ แต่ถ้าเราไม่กําหนดเขาลงไปใน พ.ร.บ. ไปในร่างคําจํากัดความ กลายเปึนเราไปตัดโอกาสของเขาหรือไม่ในการที่จะได้รับการช่วยเหลือ เพราะเขาก็จะมาขอเงิน ขอโครงการ ขอความช่วยเหลือใด ๆ จากกองทุนสงเคราะห์นี้ ไม่ได้เลย เพราะว่าเขาไม่ได้อยู่ในคําจํากัดความขององค์กรเกษตรกร นอกจากนั้น ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าโลกมันก็เปลี่ยนไปทุกวัน ผมเชื่อมั่นว่าในกรรมาธิการ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งนั้นนะครับ ท่าน ส.ส. ไม่ว่าจะเปึนผู้ที่ไปนั่งร่วมจะเปึน ที่ปรึกษาหรืออะไรก็ตามด้วยความรู้ความเข้าใจด้านการเกษตร ด้วยความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่ององค์กรเกษตรกรท่านเข้มแข็งอยู่แล้ว แต่วันนี้เราเขียนเข้าไปอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าตัว ๕ ตัว ๑๐ ตัว ถามว่ามันครอบคลุมหรือยัง ผมเองตอบไม่ได้นะครับแต่อย่างไรก็ตาม ผมกราบเรียนว่าโลกนี้มันเปลี่ยนไปทุกวันท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าอีก ๕ ป้ ๑๐ ป้มันจะมีองค์กร รูปแบบขององค์กรเกษตรกรกลุ่มแบบใหม่ ๆ ขึ้นมาที่เขาไม่มีคําจํากัดความอยู่ในกลุ่ม ที่ท่านได้พูดไปแล้ว แล้วเมื่อถึงเวลาเราจะเอื้อมมือเข้าไปหาเขาเพื่อที่จะช่วยเหลือเขาตามรูปแบบ ของกองทุนสงเคราะห์ได้อย่างไร นี่เปึนประเด็นปัญหา ผมเองอยากจะกราบเรียนว่า ผมอยากจะให้ท่านได้ย้อนกลับไปใช้ร่างเดิมดีกว่าเพื่อที่อย่างน้อยผมก็เชื่อว่าร่างเดิม มันมีความครอบคลุมกว่า แล้วก็ยังจะสามารถลงไปถึงพี่น้องเกษตรกรที่มีความเดือดร้อน ได้ทุกกลุ่ม ขอบคุณครับ