อรรถพร พลบุตร หารือเรื่องการเคารพพลังแห่งการต่อสู้ของคนเสื้อแดงและเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิและศักดิ์เท่าเทียมกันในเรื่องของความยากจนและความไม่เป็นธรรมในชีวิต
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในเบื้องแรกกระผมขอชื่นชมบรรยากาศ และการทําหน้าที่ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านหลายต่อหลายท่านซึ่งได้ชี้ ทางออกซึ่งควรค่าแก่การรับฟัง ผมเป็น ส.ส. ใหม่ผมปรารถนาที่จะเห็นบรรยากาศ ของสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้ และเชื่อว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะเป็ นทางออก ของบ้านเมือง เสียดายว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้งไม่มีโอกาสได้เห็น บรรยากาศแบบนี้ ผมขอชื่นชม แม้ว่าวันนี้เราจะมองว่าแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จะริบหรี่ แต่ผมเชื่อว่าด้วยนิติภาวะ ด้วยจิตสํานึกของพวกเราในสภาแห่งนี้เราจะร่วมกันจุดไฟ ให้เกิดแสงสว่างแก่บ้านเมืองได้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าพวกเรา ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความเข้าใจต่อปัญหา ล้วนแล้วแต่มีความเข้าใจต่อข้อเท็จจริง ไม่แตกต่างจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ถ้าคนที่มาจากชาวบ้านอย่างพวกเรา ไม่เข้าใจความเป็นจริง ไม่เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งพี่น้อง ประชาชนคนเสื้อแดงเราเข้าใจ ในสภาแห่งนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านเคย ต่อสู้กับความคับแค้น เคยจับปืนอยู่ในป่า ทั้งฝ่ายค้าน ทั้งฝ่ายรัฐบาล บางทีอาจจะอยู่ หน่วยจรยุทธ์เดียวกันด้วยซํ้าไป หลายคนผู้เป็นพ่อก็ถูกสังหารในสงครามประชาชน ในอดีตที่ผ่านมา ลูกชายคนโตของแม่หลายคนวันนี้ก็ยังไม่กลับบ้าน เราเข้าใจครับ แล้วอยากจะสื่อสารผ่านไปยังพี่น้องคนเสื้อแดงถ้ามีโอกาสสื่อสารตรงนี้ได้ว่าพวกเราเข้าใจ และรับรู้ถึงความเจ็บปวดของการต่อสู้ที่ท่านดําเนินอยู่ มันไม่มีการต่อสู้อะไรที่มันจะมีพลัง เท่ากับการต่อสู้ในเรื่องของชนชั้น เรื่องของปากท้อง เรื่องของความไม่เป็นธรรมในชีวิต มันไม่มีการต่อสู้อะไรที่จะมีพลังยิ่งใหญ่ไปกว่าการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อการเรียกร้อง หาประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ซึ่งนั่นหมายความว่าประชาชนทุกคนไม่ว่าใครที่จะถูกขนานนามว่า เป็นอํามาตย์หรือเป็นไพร่ต้องมีศักดิ์ มีสิทธิ ในชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน เป็นเรื่องที่พวกเราเข้าใจ แต่สิ่งซึ่งน่าเป็นห่วง น่าเป็นกังวล และผมขอฝากไว้สําหรับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนก็คือว่าถ้าเราเคารพต่อพลังแห่งการต่อสู้ที่ศักดิ์สิทธิ์ตรงนี้ ถ้าเราเคารพต่อความอดทน ของพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดง ซึ่งผมเชื่อด้วยความสุจริตว่าส่วนใหญ่เขามาด้วยความบริสุทธิ์ บางส่วนอาจจะมีการจัดจ้างมาบ้าง แต่การจัดจ้างมันไม่ทําให้คนมายืนหยัดอยู่เป็นเดือน ๆ ได้ ที่ราชประสงค์ อดข้าว กินข้าวไม่ครบทุกมื้อ เสี่ยงภยันตรายอย่างนั้นได้ผมไม่เชื่อ ผมเชื่อว่าเขามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ฉะนั้นคนซึ่งมาจากชาวบ้านอย่างพวกเรานั้น ก็ล้วนแล้วแต่มีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ต้องคุ้มครอง ต้องดูแล และควบคุมทิศทางการต่อสู้ ให้ไปสู่เส้นทางซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความหวังอย่างแท้จริง ถ้าเราเรียกร้องอย่างบริสุทธิ์ ถึงความไม่เป็นธรรมในชีวิตในเรื่องของความยากจนความยากไร้ แต่ถ้าเราทําให้พี่น้องประชาชนเหล่านั้นต้องมาเหลาไม้ไผ่ให้มันแหลม ต้องมาเก็บนํ้ามัน ต้องมาเก็บถังแก๊ส ต้องมาสะสมอาวุธปืน มันก็จะทําลายความชอบธรรมทั้งหมดในการต่อสู้ ถ้าเราเรียกร้องประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เรียกร้องการยุบสภา เรียกร้องการคืนอํานาจ ให้ประชาชน ฟังไพเราะงดงามครับ แต่ถ้าบนเวทีของการต่อสู้เต็มไปด้วยข้อมูลซึ่งเป็นเท็จ เต็มไปด้วยการโกหก เต็มไปด้วยการบิดเบือน เสียงเรียกร้องประชาธิปไตยที่งดงาม ไพเราะเหล่านั้นมันก็ถูกทําลายไปโดยหมดสิ้น ถ้าเราเรียกร้องหาความถูกต้อง ความเป็น มาตรฐานเดียวกัน เราก็ต้องหลีกเลี่ยงที่จะให้มีบุคคลบางกลุ่มเข้ามาแอบแฝงและใช้ ประโยชน์การชุมนุมที่บริสุทธิ์ของประชาชนในการทําลายล้างสถาบันเบื้องสูง จะโดยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตามต้องแยกแยะสิ่งเหล่านี้ออกจากกัน ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงซึ่งมี ความจงรักภักดีอย่างแน่นแฟ้ นต้องมีรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นจํานวนมาก ไม่ใช่รูปของคนบางคน ถ้าเราเรียกร้องเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ เราจะเรียกว่าไพร่ เราจะเรียกว่ารากหญ้า เราจะเรียกว่าอะไรก็ตามเป็นสิทธิที่ควรจะกระทําและพวกเราทุกคน พร้อมจะร่วมต่อสู้ แต่อย่าให้มีภาพการเรียกร้องเพื่อประโยชน์ของคนคนเดียวมาบดบัง ภาพเหล่านี้ทั้งหมด พลังของพี่น้องประชาชนที่บริสุทธิ์เป็นพลังที่มีพลานุภาพ ๑๔ ตุลาคม พฤษภาคม ๒๕๓๕ เราเปลี่ยนแปลงเราต่อสู้กับเผด็จการทหารได้ก็ด้วยพลังที่บริสุทธิ์ เหล่านี้ อย่าให้มีภาพอย่างอื่นมาทําลายพลังที่บริสุทธิ์ของประชาชน ผมฝากสิ่งเหล่านี้ เอาไว้ในความสํานึก ฝากเอาไว้ในนิติภาวะของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะ เป็นฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล สุดท้ายผมขอเป็นกําลังใจให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทุกกลุ่ม ผมทราบดีรู้ดีว่ามันไม่มีภาระอะไรที่มันเจ็บปวดที่มันเหน็ดเหนื่อย ที่มันน่าท้อแท้ ยิ่งกว่า ภาระการประคับประคองบ้านเมืองไม่ให้มันเกิดสงครามกลางเมือง ผมเชื่อว่านานกว่า ๒ ปี หรืออย่างน้อยช่วงเดือนที่ผ่านมาไม่มีผู้นําคนไหนนอนหลับตาสนิทเลยแม้แต่คนเดียว ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางเสียงประณามเรียกร้องจากคนบางกลุ่มที่เขาต้องการความเด็ดขาด เขาต้องการการยุติปัญหาอย่างฉับพลันทันทีแม้ว่าตรงนั้นมันอาจจะหมายถึงการสูญเสีย จนเกินกว่าที่สังคมจะรับได้ ภาระตรงนี้หนักครับ ผมเชื่อว่าวันนี้ถ้าเราไม่มีผู้นํารัฐบาล หรือผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งเต็มไปด้วยความอดทนอดกลั้นประคับประคองบ้านเมืองไปในทิศทาง อันถูกต้อง ถ้าเราไม่มีคุณลักษณะอย่างนี้ปรากฏในท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ผมบอกได้เลยว่าวันนี้เราเองยังไม่รู้ว่า เราจะกลับบ้านได้หรือไม่เลยครับ กลับไปแล้วบ้านเราจะกลายเป็นทะเลเพลิงเผาบ้าน เผาเมืองหรือไม่ ผมจึงขอชื่นชมและขอเป็นกําลังใจกับทุกฝ่าย และขอให้บ้านเมืองของเรา ช่วยกันหาทางออกอย่างที่บรรยากาศกําลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ร่วมกันหาทางออก ธํารงความเป็นนิติรัฐ เพราะนิติรัฐก็มาจากกฎหมายซึ่งตราออกจากสภาที่เรากําลังทําหน้าที่ หาทางออกอยู่ในขณะนี้เช่นเดียวกัน และผมเชื่อในพลังของการร่วมกันคิดร่วมกันทํา ร่วมกันปกป้ องชาติและแผ่นดิน ถ้าเราก้าวพ้นจากวิกฤติตรงนี้ไปได้เรามาจับมือกันครับ จับมือกันในสภาแห่งนี้ ไม่ได้จับมือกันในถนน ในป่าครับ มาร่วมกันปฏิรูปประเทศไทย ตอบสนองความต้องการของพี่น้องเสื้อแดงและพี่น้องทุกกลุ่มในสังคมนี้ ๒ มาตรฐาน จะต้องไม่เกิดขึ้น ความเป็นธรรมจะต้องเกิดขึ้น ปัญหาความยากจน ความสิ้นหวัง ของประชาชนจะต้องร่วมกันทุกฝ่ายแก้ไขให้บรรลุสู่รอยยิ้มของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ผมขอชื่นชม ขอเป็นกําลังใจ และขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันแก้ปัญหาของบ้านเมือง ให้บ้านเมืองของเราก้าวไปสู่แผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยเร็ว ขอบคุณครับ