สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

องอาจ คล้ามไพบูลย์ หารือเรื่องร่างกฎหมายเกี่ยวกับองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น และได้กล่าวถึงนโยบาย 3 ประสานเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน รวมถึงการออกองค์การอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และการกระจายอำนาจในการคุ้มครองผู้บริโภคไปยังระดับภูมิภาค

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณา อภิปรายให้ความเห็น ท้วงติง แล้วก็ให้คําแนะนําในการที่จะออกกฎหมายเกี่ยวกับ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในครั้งนี้นะครับ แน่นอนที่สุดคําอภิปรายของ ท่านสมาชิกหลายส่วนเมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการก็คงจะนําไปประกอบการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการด้วยนะครับ เพราะผมเชื่อว่าน่าจะเปึนคําอภิปรายที่เปึนประโยชน์ ต่อการพิจารณาในครั้งนี้ อย่างไรก็ดีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นนะครับ ว่าการที่มีร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมาแสดงว่าการทํางานในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ในปัจจุบันไม่ประสบความสําเร็จหรือว่าล้มเหลว จึงจําเปึนต้องมีร่างกฎหมายฉบับนี้ ขึ้นมาอีกฉบับหนึ่งนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าร่างกฎหมายที่เรากําลังพิจารณา อยู่ในขณะนี้นั้นเปึนร่างกฎหมายที่เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๑ อย่างที่หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๑ ของป้ ๒๕๕๐ ก็เปึนส่วนหนึ่งที่ดําเนินการต่อเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จริง ๆ เกี่ยวกับการมี องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคมีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ด้วย แต่เนื่องจากระยะเวลาที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถที่จะออกกฎหมายเกี่ยวกับองค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคได้ จนกระทั่งมามีรัฐธรรมนูญใหม่ ป้ ๒๕๕๐ ก็มาบัญญัติ ในส่วนนี้ไว้ด้วย ผมคิดว่าส่วนหนึ่งนั้นผู้ร่างรัฐธรรมนูญก็คงเห็นว่าในเรื่องของการคุ้มครอง ผู้บริโภคนั้นน่าจะได้มีภาคประชาชนเข้ามามีส่วนในการช่วยกันทํางานเพื่อให้การคุ้มครอง ผู้บริโภคนั้นประสบความสําเร็จมากยิ่งขึ้น เพราะว่าภาคประชาชนเองในระยะเวลา หลายสิบป้ที่ผ่านมาก็มีประสบการณ์ในการทํางานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตลอดมาเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าได้มีองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคแล้วก็มีภาคประชาชนเปึนหลัก เข้ามามีส่วนเปึนองค์ประกอบสําคัญในองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคนี้ก็น่าจะ เปึนประโยชน์ต่อการคุ้มครองผู้บริโภค ผมคิดว่าเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญส่วนหนึ่ง ก็น่าจะเปึนไปในลักษณะนั้น แต่แน่นอนที่สุดเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสํานักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคที่ทํางานทางด้านคุ้มครองผู้บริโภคมานั้นหรืองานทางด้านคุ้มครอง ผู้บริโภคนั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีเฉพาะสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่องที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นมีอยู่หลายกระทรวงด้วยกัน แต่บังเอิญที่สุด สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นชื่อค่อนข้างชัดเจน พี่น้องประชาชน เมื่อมีปัญหาอะไรก็ตามที่คาดการณ์หรือประเมินว่าหรือเข้าใจว่าหรือมั่นใจว่าเปึนเรื่อง ที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ท่านก็มักจะมุ่งเข้ามาหา สคบ. หรือสํานักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อย่างไรก็ดีเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่องเกี่ยวกับ ผู้บริโภคนั้นก็มีหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเปึนกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์หรือแม้แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะกราบเรียนว่าเมื่องานไปเกี่ยวข้องกับหลายส่วนนั้นหลายท่านที่อภิปรายในวันนี้ บางส่วนหลายงานก็อาจจะไปเกี่ยวข้องกับในหลาย ๆ ส่วนด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี หลายท่านเองก็ได้วิพากษ์วิจารณ์การทํางานของ สคบ. แล้วก็ได้แสดงความคิดเห็น ประกอบไปด้วยเลยทีเดียวว่าส่วนหนึ่งน่าจะเปึนเพราะเรื่องของงบประมาณแล้วก็ เรื่องของบุคลากรที่อาจจะมีไม่เพียงพอหรือไม่มีความพร้อมทันกับการเปลี่ยนแปลง ในการบริโภคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ผมคิดว่าตรงนั้นก็เปึนส่วนหนึ่ง แต่แน่นอนที่สุดครับในฐานะรัฐมนตรีที่กํากับดูแลเราคงไม่สามารถที่จะอ้างเรื่องของ งบประมาณหรือบุคลากรได้เพียงอย่างเดียว เพราะต้องยอมรับความจริงว่าทุก ๆ หน่วยงาน ในประเทศไทยนั้นก็มีปัญหาในลักษณะนี้เกือบทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ดีเมื่อผมเข้ามากํากับ ดูแลในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็พบว่าเรามีข้อจํากัดอยู่ส่วนหนึ่ง แล้วก็มี งานที่ต้องทําอยู่ค่อนข้างมากในปัจจุบัน มีปัญหาเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น จํานวนมาก จึงได้ปรึกษาหารือกับสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่าเราอาจจะต้อง ดําเนินนโยบายในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนให้เปึนไปในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น ผมจึงได้ กําหนดนโยบายที่เราเรียกว่า ๓ ประสาน เพราะลําพังของสํานักงานเองก็อาจจะไม่สามารถ แก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้เต็มกําลังความสามารถ เพราะฉะนั้นการประสาน ความร่วมมือกับส่วนต่าง ๆ นั้นจึงเปึนเรื่องสําคัญเปึนเรื่องจําเปึน นโยบาย ๓ ประสาน ที่ผมได้กําหนดลงไปเปึนนโยบายนั้น

ประสานแรก ก็คือประสานความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับ การคุ้มครองผู้บริโภคตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานต่าง ๆ จะเปึน อย. ก็ดี กรมการค้าภายในก็ดีหรือตํารวจปราบปรามการคุ้มครองผู้บริโภคก็ดี รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะช่วยกันดําเนินการปกปักรักษาสิทธิของผู้บริโภคให้ได้รับความเปึนธรรม และปลอดภัยจากการใช้สินค้าและบริการ ทั้งให้การแนะนําปรึกษาหรือกรณีการไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทเพิ่มมากขึ้น

ประสานที่สอง ก็คือประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ผลิตสินค้า และบริการ ตรงนี้เราก็พยายามที่จะประสานความร่วมมือให้ผู้ผลิตสินค้าและบริการ ผู้ประกอบกิจการต่าง ๆ นั้นผลิตสินค้าและบริการที่ได้คุณภาพมาตรฐานรวมถึง การร่วมมือกันของผู้ประกอบการผู้ผลิตสินค้าและบริการในแต่ละสาขาธุรกิจ เพื่อที่จะให้เขา ได้รวมตัวกัน แล้วก็ช่วยกันดูแลไม่ให้มีผู้ประกอบธุรกิจที่ทําอะไรที่อาจจะเปึนการละเมิด สิทธิผู้บริโภค เช่นมีการรวมตัวกันเปึนสมาคมอสังหาริมทรัพย์หรือสมาคมอื่น ๆ หลายสมาคมด้วยกัน ตรงนี้ก็เพื่อให้การรวมตัวกันทําในสิ่งที่ดีเปึนประโยชน์ และไม่เกิดปัญหากับผู้บริโภคนะครับ

ประสานที่สาม ก็คือประสานความร่วมมือกับองค์กรภาคเอกชน องค์กร พัฒนาเอกชนที่ทํางานเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็มีการเสริมบทบาทมากยิ่งขึ้น ตรงนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งและแน่นอนที่สุด ท่านทั้งหลายก็คงทราบดีว่าเรื่องที่มาร้องเรียน ต่อสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นในแต่ละป้ก็หลายหมื่นเรื่องด้วยกัน บางเรื่องก็สามารถที่จะเจรจาตกลงกันได้ บางเรื่องก็ต้องไปดําเนินคดี อย่างไรก็ตาม การไปดําเนินคดีก็ใช้เวลามาก ท่านทั้งหลายก็ทราบดีนะครับ เพราะส่วนใหญ่ต้องใช้เวลานาน ๓-๕ ป้ เพราะว่าจะต้องไปฟัองร้องดําเนินคดีกันตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นผมก็พยายาม ให้เน้นเรื่องการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นก็คงมีความพยายาม ที่จะทํางานเชิงรุกหลาย ๆ อย่าง อย่างที่ท่านทั้งหลายได้ให้คําแนะนําไปแล้วนะครับ ตรงนี้ก็เปึนส่วนของงานที่เกี่ยวข้อง

สําหรับคําถามหลาย ๆ ความคิดเห็นของท่านที่เปึนความคิดเห็น แล้วก็ อยากจะให้องค์การอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคออกมาอย่างไร ผมคิดว่าอันนั้นก็คงจะไปว่ากัน ในชั้นคณะกรรมาธิการ แต่สําหรับข้อเท็จจริงบางเรื่องที่ผมอยากจะให้ข้อมูลกับพวกเรา ในเรื่องต่าง ๆ เช่น มีบางท่านบอกว่าคุณสมบัติของคณะกรรมการองค์การอิสระนี้ไม่ควรมี สมาชิกพรรคการเมืองเปึนกรรมการ ผมขอกราบเรียนว่าถ้าพิจารณาในร่างพระราชบัญญัติ ของรัฐบาลก็จะพบว่าบัญญัติไว้ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองเข้าเปึนคณะกรรมการ ขององค์การอิสระไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คงไม่น่าจะเปึนเรื่องวิตกกังวล หลายท่านบอกว่า การกระจายอํานาจด้านการคุ้มครองผู้บริโภคควรเข้าไปในส่วนภูมิภาค ผมเรียนว่าคณะกรรมการ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคได้มอบหมายให้มีคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ประจําจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเปึนประธาน โดยคณะอนุกรรมการ ก็จะประกอบไปด้วยตัวแทนส่วนราชการต่าง ๆ ในจังหวัดเปึนอนุกรรมการ รวมถึงผู้แทน จากภาคประชาชนร่วมเปึนอนุกรรมการด้วย นอกจากนี้ในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็มีการตั้งอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับเทศบาล อบต. แล้วก็การปกครองส่วนท้องถิ่น ในระดับต่าง ๆ เพื่อเปึนการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับภูมิภาคด้วยนะครับ ขณะนี้ก็มี การดําเนินการในลักษณะนี้อยู่ แต่แน่นอนที่สุดครับในภาคปฏิบัติก็คงจะต้องมีการรณรงค์ มีการเร่งรัด มีการทําให้เปึนจริงมากยิ่งขึ้น

มีท่านถามว่าค่าใช้จ่ายในการจัดทําร่าง พ.ร.บ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครอง ผู้บริโภคนั้น ค่าใช้จ่ายเปึนไปในส่วนไหน อย่างไร ผมกราบเรียนว่าในส่วนของร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีนั้นก็ยกร่างโดยสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและ สคบ. นะครับ โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ ก่อนที่จะมีการนําเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อนําสู่สภาให้เรามาพิจารณากันในวันนี้นะครับ ก่อนที่จะออกมาเปึนร่างพระราชบัญญัตินี้ ก็มีการทําประชาพิจารณ์ ในส่วนนี้ก็ใช้งบประมาณจากรายจ่ายประจําของ สคบ. ที่เปึน รายจ่ายประจําป้ ในส่วนร่างพระราชบัญญัติของภาคประชาชนนั้นก็เปึนการดําเนินงานของ ภาคประชาชนกันเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับงบประมาณในส่วนของภาครัฐแต่อย่างใดนะครับ

อันนี้ก็จะสอดคล้องกับอีกคําถามหนึ่งที่มีหลายท่านถามมาว่าคณะกรรมการ สรรหามีที่มาอย่างไร อย่างที่ผมกราบเรียนนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีที่มา ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นหลังจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บัญญัติเรื่องนี้ไว้ ในส่วนของการพยายามที่จะร่างกฎหมายฉบับนี้ก็มีการไปยกร่างเพื่อออกกฎหมาย แล้วก็มีการประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นของประชาชน เพราะฉะนั้นถามว่ากรรมการสรรหา มีที่มาอย่างไร ส่วนหนึ่งก็มาจากการทําประชาพิจารณ์ การฟังความเห็นของประชาชน ตั้งแต่สมัยที่มีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็นํามาใช้ในขณะนี้ด้วย หลายท่าน บอกว่ากรรมการสรรหาถ้าเปึนไปตามร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลจะมาจากภาครัฐ เปึนส่วนมาก ผมขอกราบเรียนว่าในจํานวน ๘ ท่านตามร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลนั้น ที่มาจากภาครัฐก็มีท่านเดียวครับเพราะเปึนท่านที่เกี่ยวข้องกับงานคุ้มครองผู้บริโภค ก็คือเลขาธิการ สคบ. นอกนั้นก็จะเปึนภาคเอกชนหรือองค์กรพัฒนาเอกชนเปึนด้านหลัก ตามที่เราไปประชาพิจารณ์ ไปฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนมานะครับ ผมจะขอ กราบเรียนท่านทั้งหลายเพิ่มเติมว่าข้อสังเกตของท่านทั้งหลายนั้นผมได้บันทึกไว้หมด แล้วก็จะได้นําข้อสังเกตต่าง ๆ เหล่านี้ไปใช้ในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ และผมเชื่อว่า จะเปึนประโยชน์ในการทําให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนร่างพระราชบัญญัติที่สมบูรณ์ที่สุด ขอบคุณครับท่านประธาน