สุนทรี ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการคุ้มครองผู้บริโภค โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างของคณะรัฐมนตรีที่เสนอเกี่ยวกับการตั้งองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค และเรียกร้องให้รัฐบาลมีการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการทุจริตและให้การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นจริง ไม่ใช่เพียง "เสือกระดาษ"
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้องเรียนกับท่านประธานนะคะว่าดิฉันเองเห็นด้วยกับการที่จะให้ภาคประชาชน หรือผู้บริโภคของเราเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะมีองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค แต่ดิฉันต้องเรียนว่าดิฉันไม่เห็นด้วยกับร่างของคณะรัฐมนตรีที่เสนอเข้ามาสู่ที่ประชุม แห่งนี้ค่ะ เรายอมรับค่ะว่าองค์กรอิสระที่เราจะมีขึ้นมานี่เราบอกเราดําเนินการตาม มาตรา ๖๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เขาบอกว่าซึ่งก็จะเกิดขึ้นตาม รัฐธรรมนูญอย่างที่ดิฉันว่า แต่ที่ดิฉันบอกว่าไม่เห็นด้วยกับ ครม. ที่เสนอเข้ามา ก็เนื่องมาจากท่านบอกว่าจะให้องค์การเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่เปึนอิสระจาก หน่วยงานของรัฐจะประกอบด้วยตัวแทนผู้บริโภคทําหน้าที่ในการให้ความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐในการตราและบังคับใช้กฎหมายและกฎ และให้ความเห็นในการกําหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งตรวจสอบ ต้องเรียนว่าการให้ความเห็นจะดําเนินการอย่างไรคะ ให้ไปแล้วถ้า สคบ. หรือสํานักงาน คุ้มครองผู้บริโภคไม่ทําตามความเห็นที่เสนอมา ท่านจะมีมาตรการอย่างไรบ้าง ในการจะดําเนินการแก้ไขตรงนี้ แล้วอีกอย่างหนึ่งค่ะ ท่านบอกว่าจะให้อํานาจ ในการตรวจสอบ ก็ต้องเรียนถามว่า ถ้าตรวจไปแล้วทางคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ดําเนินการตาม ถ้าพบกรณีที่ผิดปกติ ตรงนี้ไม่มีอะไรมารองรับเลยค่ะว่าองค์กรอิสระ ที่เราจะตั้งขึ้นเพื่อผู้บริโภคจะมีหรือว่าจะดําเนินการได้อย่างไร เพราะฉะนั้นดิฉันว่า ก็เหมือนกับตั้งหน่วยงานก็คือองค์กรอิสระขึ้นมา ก็เหมือนกับว่าจะมีหน่วยงานมาคอย ตรวจเช็ก แต่ไม่มีอํานาจว่าจะเข้าไปดําเนินการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนจะได้รับได้อย่างไร
ประเด็นต่อมาที่ดิฉันต้องขอบอกว่าไม่เห็นด้วยก็คือเนื่องมาจากว่า การที่เรามีการบอกว่าจะต้องมีการใช้งบประมาณประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ก็คือหัวละ ๕ บาทของจํานวนประชากร ตรงนี้ถามว่าอะไรจะเปึนตัวกําหนดได้ว่าต้องใช้ ๓๐๐ ล้านบาท ต่อ ๑ ป้ เพราะว่าตรงนี้ท่านประธาน ๓๐๐ ล้านบาทภารกิจถ้าแค่ให้ความเห็นชอบ แล้วก็ ตรวจสอบโดยที่ไม่ได้ไปทําอย่างอื่นเลย มันจะคุ้มค่ากับงบประมาณหรือว่าเงินที่เรา จะต้องจัดสรรให้กับองค์กรที่จะเกิดขึ้นหรือเปล่า แล้วการที่ไม่มีการกําหนดว่า คณะกรรมการขององค์การอิสระ ก็คือองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคควรจะมี เงินเดือนเท่าไร ดิฉันว่าตรงนี้ก็เปึนเรื่องที่ค่อนข้างอันตราย เราจะทราบได้อย่างไรว่า ตัวแทนของผู้บริโภคที่เข้ามาเปึนกรรมการ เปึนตัวแทนของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ไม่ได้ เปึนตัวแทนของผู้ผลิต อาจจะเปึนบริษัทใหญ่ ๆ เข้ามาเปึนตัวแทนหรือเปล่า อันนี้อะไร จะเปึนตัวชี้วัดว่าเปึนตัวแทนของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ถ้าเขาเข้ามาแล้วกําหนดเงินเดือน ไว้สูงก็อาจจะเปึนอะไรที่เกิดข้อกังขาได้อย่างที่มีหลายหน่วยงานองค์การอิสระที่กําลัง มีปัญหาอย่างปัจจุบันนะคะ
ประเด็นต่อไปที่ดิฉันบอกว่า ดิฉันรู้สึกเปึนห่วงก็คือการที่บอกว่า เมื่อได้งบประมาณไปแล้วจะต้องมีการทํารายงานเข้าสู่ ครม. ให้ได้รับทราบว่าได้ทํางาน อะไรผ่านไปแล้วบ้าง ดิฉันอยากเรียนอย่างนี้ค่ะ ท่านประธานว่าการที่เรียนแค่ ครม. มันก็คงจะรู้ในวงแคบ ๆ ครม. ก็คงจะไม่ได้เอาไปเผยแพร่ แต่ถ้าท่านเอามารายงาน ต่อสภาแห่งนี้ แน่นอนว่าเรามีการถ่ายทอดทางเสียง แน่นอนว่าทําอะไรมันก็จะได้เปึนที่รับรู้ ของผู้บริโภคซึ่งเปึนคนทั้งประเทศ ต้องเรียนว่าปัจจุบันนี้นะคะ เรายังไม่มีการบอกเลยว่า ในกฎหมายของ ครม. ฉบับนี้ที่เสนอขึ้นมานะคะ ตามร่าง ครม. ไม่บอกเลย ถ้าหากว่า กรรมการขององค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคปฏิบัติไปในทางที่ผิดหรือปฏิบัติ ในทางที่ไม่ชอบนี่ค่ะ ใครจะเปึนคนที่มีอํานาจหน้าที่ในการกํากับดูแล เราจะบอก ได้อย่างไรว่าตรงจุดนั้นผิดหรือไม่ผิด ถ้าเราไม่มีใครเข้าไปคอยดูแลหรือว่าอยู่กับใคร จริง ๆ แล้วถ้าถามดิฉันนะคะ ดิฉันเห็นว่าสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ก็ขึ้นตรงกับท่านนายกรัฐมนตรี ก็ต้องเรียนถามเผื่อไปเลยว่าเท่าที่มีมามีร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภคมา ๒ ฉบับ ก็คือร่างที่คุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็แก้ไขเพิ่มเติม ได้ดําเนินการแก้ไขปัญหาไปแล้วได้ผลเปึนอย่างไรบ้าง ทําไมปัจจุบันเห็นปัญหาเยอะแยะ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเด็กนักเรียนในระดับมหาวิทยาลัยที่เรียนหนังสือจบแล้วปรากฏว่า หลักสูตรไม่ได้รับการรับรอง ตรงนี้ สคบ. ได้เข้าไปดูแลไหมนะคะ หรือแม้แต่กระทั่งกรณี การที่เขาซื้อรถไม่พอใจไปขอให้ได้รับการแก้ไขปัญหา สคบ. ได้เข้าไปแก้ไขไหมคะ สิ่งเหล่านี้ต้องเรียนถามว่าถ้าหากจะให้นายกรัฐมนตรีเปึนผู้กํากับดูแลจะเปึนการไปเพิ่ม ภาระหรือเปล่า แล้วที่สําคัญองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคนี่เหมือนเปึน หน่วยงานคู่ขนานกับสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพราะฉะนั้นถ้าเขา ไม่มีอํานาจหน้าที่ ไม่มีอํานาจในการที่จะบังคับใช้ตามกฎหมาย แล้วมันจะเปึน การสิ้นเปลืองงบประมาณหรือเปล่าคะสําหรับองค์การอิสระที่จะมีขึ้น ที่สําคัญค่ะ องค์การอิสระนี้ต้องเรียนว่าเหมือนจะเปึนเสือกระดาษหรือเปล่า ถ้าให้แต่ออกความเห็น สมมุติว่าดิฉันเปึนคณะกรรมการขององค์การอิสระ ดิฉันมีความเห็นเกี่ยวกับกฎหมาย ที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมา ดิฉันอาจจะเห็นไม่ตรงกัน แล้วทางสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคไม่ปฏิบัติตามความเห็นขององค์การอิสระ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคอะไรจะเกิดขึ้นคะ จะเปึนการขัดแย้งในการทํางานกันหรือเปล่า ประเด็นนี้ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยว่า ท่านมีแนวทาง จะดําเนินการแก้ไขอย่างไร
แล้วก็อีกอันนะคะ การที่เราจะให้หน่วยงานขององค์การอิสระที่จะมีขึ้น ได้รับการจัดสรรงบประมาณหัวละ ๕ บาทต่อจํานวนประชากร ก็ตกประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ต่อป้ ต้องเรียนว่าเขาจะต้องมีหลักการอย่างไรคะ จะต้องเข้ามาชี้แจงตามกระบวนการ งบประมาณทุกขั้นตอนเลยหรือเปล่า หรือว่าอย่างไรก็เปึนข้อบังคับว่าเขาต้องจัดสรร ให้อยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ดิฉันมีความเปึนห่วงอยู่นิดหนึ่งค่ะว่า ถ้าหากว่าตัวแทนของผู้บริโภคมีทั้งเจ้าหน้าที่ที่เปึนของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ที่เปึนของ สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อมีความเห็นมันจะไม่ได้ความเห็น ที่เปึนประโยชน์ต่อผู้บริโภคจริง ๆ หรือเปล่า ประเด็นนี้ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีที่กํากับดูแล
แล้วที่สําคัญประเด็นสุดท้าย ดิฉันก็อยากจะเห็นการทํางานของ ภาคประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วม ดิฉันคิดว่าคนที่จะมีความเห็นหรือว่าได้รับประโยชน์ เขารู้ว่าสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ คืออะไร ก็ต้องบอกว่าดิฉันเห็นด้วยกับการที่ประชาชน จะเข้ามามีอํานาจหน้าที่ในการที่จะดูแลสิ่งที่พวกเขามีสิทธิที่จะต้องได้รับ แต่ว่าไม่เห็นด้วย กับร่างที่ทางรัฐบาลเสนอค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ