ไชยยศ จิรเมธากร หารือเรื่องนโยบายการศึกษาใน 4 จังหวัดและรับทราบการสนับสนุนของภาครัฐ และยืนยันว่ารัฐบาลได้นำนโยบาย 1 จังหวัด 1 มหาวิทยาลัยมาปฏิบัติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายให้ตอบในคําถามที่ ๒ ซึ่งเข้าใจว่าท่านเรวัต ได้สอบถามรวมไปแล้วอยู่ในคําถามเดียวกันนะครับ ต้องกราบเรียนต่อท่านประธานที่เคารพว่า คําถามที่ท่าน ส.ส. เรวัต สิรินุกุล ท่านได้ถามกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการสนับสนุน นโยบายการศึกษาใน ๔ จังหวัด ต้องกราบเรียนว่ารัฐบาลนั้นไม่ได้นิ่งนอนใจ เห็นความสําคัญ ของ ๔ จังหวัดในการเปึนศูนย์กลางในการศึกษาในภาคตะวันตก แต่ต้องกราบเรียนกับ ท่านเรวัตว่าตลอดระยะเวลาที่รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินมานั้นได้สนับสนุนเรื่องนี้ มาโดยตลอด จะเห็นได้ว่าในช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา เมื่อรวมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านสภาไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยรวมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงวิทยาเขตอยู่ในประเทศไทยรวมแล้ว ๓๐๗ แห่ง ใน ๔ จังหวัดที่ท่านเรวัตได้สอบถาม มานั้น ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าขณะนี้ในจังหวัดกาญจนบุรีมีสถาบันอุดมศึกษา ทั้งของรัฐและเอกชนรวมอยู่ ๓ แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และของเอกชนก็คือมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ในขณะที่จังหวัดนครปฐมมีอีก ๘ แห่ง จังหวัดสุพรรณบุรีอีก ๕ แห่ง จังหวัดราชบุรีอีก ๕ แห่ง รวมแล้ว ๔ จังหวัดนี้มีมหาวิทยาลัย อยู่ทั้งหมด ๒๑ แห่ง สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ เนื่องจากว่าเรามีมหาวิทยาลัยและวิทยาเขตมากพอสมควร สิ่งที่เราระมัดระวังตระหนักถึง ก็คือการควบคุมมาตรฐานการศึกษาให้อยู่ในระดับที่เปึนมาตรฐานการศึกษาเท่าเทียมกับ ต่างประเทศและในระดับโลก นอกจากนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียังมีนโยบายมอบมายัง กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ดูแล สถาบันการอุดมศึกษานั้นได้น้อมรับมาปฏิบัติ หลายประการที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านเรวัตนะครับ ยกตัวอย่างเช่น สิ่งที่ท่านเปึนกังวลจะสอดคล้องกับ นโยบายที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมอบหมายกับผมมา ก็คือนโยบายเรื่อง ๑ จังหวัด ๑ มหาวิทยาลัย ย่อ ๆ ของนโยบายเรื่องนี้ก็คือว่าในทุกจังหวัด ซึ่งจริง ๆ แล้วเรามี มหาวิทยาลัยมาก อย่างที่ผมกราบเรียนว่าทั้งวิทยาเขต รวมที่จัดตั้งใหม่ ๓๐๗ แห่ง แต่ว่าเราต้องการที่จะให้มีใน ๑ จังหวัดอย่างน้อยที่สุดมี ๑ มหาวิทยาลัยที่ลงไปรับผิดชอบ โดยตรงนะครับ โดยมีมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ร่วมเปึนเครือข่าย แล้วก็ให้มีมหาวิทยาลัย ที่เน้นการศึกษาในระดับสูง ก็คือในระดับการวิจัยทั้งหลายเปึนแม่ข่าย มหาวิทยาลัยเหล่านี้ นอกจากที่เดิมจะมุ่งเน้นในการสอนหนังสือ แล้วก็มีข้อครหาว่าบางครั้งประชาชน หลายภาคส่วนมองว่ามหาวิทยาลัยนั้นห่างเหินจากท้องถิ่น ห่างเหินจากชุมชน เพราะฉะนั้น นโยบายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กําหนดมาว่าจากวันนี้ไปมหาวิทยาลัยของเรา จะมุ่งเน้นในการลงไปช่วยเหลือชุมชนในการวางระบบการพัฒนาท้องถิ่นโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น การเข้าถึงเรื่องวิทยฐานะทางวิชาการทั้งหลายที่ผ่าน ๆ มาเราจะเห็นว่า วิทยานิพนธ์หรืองานวิจัยทั้งหลายของคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยหลายต่อหลายจํานวนมาก ที่เมื่อวิจัยออกมาแล้วไปถูกเรียกกันว่าขึ้นหิ้งคือเก็บไว้เฉย ๆ ต่อไปงานวิจัยทั้งหลาย ก็จะมีส่วนที่จะได้รับการส่งเสริมเปึนพิเศษ มีคะแนนในการตรวจเปึนพิเศษ ถ้าหากว่า งานนั้นสามารถเปึนงานวิจัยที่ลงไปแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นได้โดยตรง ในขณะเดียวกัน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านเรวัตครับว่าถึงแม้ในขณะนี้เราจะมี มหาวิทยาลัยจํานวนมากอย่างที่ผมได้กราบเรียน แล้วมีอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดราชบุรีมากถึง ๒๑ แห่งอยู่แล้ว แต่ว่า ยังมีอีกภาคส่วนหนึ่งในการพัฒนาฝ้มือแรงงานตามกระทู้ถามของท่านเรวัตนั้น เราก็ยัง ส่งเสริมในภาคส่วนของอาชีวะ ในส่วนของวิทยาลัยการอาชีพ แต่มีอีกส่วนหนึ่งครับ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านเรวัต สิรินุกุล ว่ามีสถาบันอุดมศึกษา อีกสถาบันหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลกําลังให้การสนับสนุนเปึนสถาบันอุดมศึกษาต่ํากว่าระดับปริญญา เรียกว่าวิทยาลัยชุมชน วิทยาลัยชุมชนสามารถจัดตั้งได้โดยไม่ต้องใช้เงินทุนมาก เพราะว่า เปึนวิทยาลัยที่จะมุ่งเน้นในการจัดหลักสูตรตามความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น การจัดหลักสูตรทั้งหลายจะเกิดขึ้นจากการทําประชาคมนะครับ ขณะนี้มีอยู่แล้ว ๒๐ หลักสูตร ที่ได้รับการอนุมัติจากสํานักงานการอุดมศึกษาที่จะเปึนหลักสูตรถาวรในลักษณะ เมื่อเรียนจบแล้วจะได้รับวุฒิบัตรระดับอนุปริญญานะครับ นอกจากนี้ยังจะมีการอบรม หลักสูตรระยะสั้น ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น ในวิทยาลัยชุมชนที่จังหวัดอุตรดิตถ์มีหลักสูตรการขึ้นลายผ้าไหม เพื่อยกฐานะและปรับรายได้จากการที่ผ้าไหมปกติขายได้โดยมฝ้มือชาวบ้านปกติจะราคา ผืนหนึ่งประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าบาท ๒,๐๐๐ บาท เราสามารถสร้างลายแล้วขายได้ ผืนหนึ่งขณะนี้อยู่ที่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วต้องรอคิว ๒ ป้ ผมก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านเรวัตว่าถ้าท่านต้องการหรือเพื่อน ส.ส.ท่านใดมีความสนใจ ทางกระทรวงศึกษาธิการพร้อมเสมอที่จะรับใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพศึกษาไทย ขอบคุณครับ