เสนาะ เทียนทอง เสนอแนวคิดเกี่ยวกับความแตกแยกของประเทศและเรียกร้องการรักษาสมบัติของชาติ โดยอ้างถึงประสบการณ์ของเขาในฐานะอดีตประธานวิปและผู้มีบทบาทสำคัญในการเมืองไทยหลายครั้ง เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการยุบสภาและการเลือกตั้งใหม่
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เสนาะ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้ แทนราษฎรแบบสัดส่วน เขต ๖ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวันนี้ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วก็อยากจะมาพูดอะไร ๆ เพื่อจะยัง ประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองในฐานะที่ได้ครํ่าหวอดในสภาแห่งนี้มา อายุอานาม ก็ไม่ห่างจากท่านประธานสภาเท่าไร ก็เรียกว่าอย่างไร ๆ ชาตินี้ท่านประธานสภาก็เป็น พี่ชายผมนะครับ เราเคารพนับถือกันมา และท่านประธานก็ดี ผมก็ดี ถิ่นกําเนิดของเรานั้น อยู่ตรงคมขวานของแผนที่ประเทศไทย ให้ทุกคนมองภาพของประเทศไทยที่บรรพบุรุษเขาสร้างไว้ให้ลูกหลานไทย ตอนผมอายุ ๑๘ ปี ท่านประธานก็อายุประมาณ ๒๐ ปีกว่า ๆ ประชากรก็มีแค่ ๑๘ ล้านคน แต่เดี๋ยวนี้ ถึง ๖๔ ล้านคน สภาแห่งนี้ได้ถูกกําหนดขึ้นมาเมื่อปี ๒๔๗๕ ก่อนผมเกิด ๑ ปี ตอนนั้น ท่านประธานก็คงจะอายุสัก ๕ ขวบกว่า ๆ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะไม่พูดว่าใครทั้งนั้น ในฐานะที่ท่านประธานได้ให้เกียรติและได้มีนโยบายในการที่ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ขึ้นมาเพื่อจะหาความปรองดองให้พี่น้องประชาชนนั้นได้อยู่ร่วมกันด้วยความผาสุก และมีความรักความสามัคคี ผมคิดว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ไม่ว่าจะเป็นพี่ก็เหลือ ไม่กี่คนในห้องนี้ นอกนั้นก็เรียกว่าเป็นน้องนุ่งลูกหลานของท่านประธานสภา ของผม ท่านอาวุโสก็เหลือน้อยที่สุด ถ้าจะพูดกันตามประสานั่นแล้วทุกคนตั้งแต่อุแว้ออกมาจาก ท้องแม่ เขาได้พิพากษาไว้แล้วว่าลื้อต้องตายนะ เพราะฉะนั้นท่านประธานก็ดี ผมก็ดี มันหลีกเลี่ยงคําพิพากษาของธรรมชาติไม่ได้ แต่การสืบทอดในการที่จะต้องรักษาสมบัติ เรียกว่าประเทศชาติที่บรรพบุรุษสร้างไว้ให้เรานั้นมันคืออนาคตที่จะต้องดําเนินการตามที่ บรรพบุรุษได้สร้าง ทั้งกติกา ด้วยคุณธรรมจริยธรรม ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นบรรทัดฐานให้พวก เราคนไทย ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้เรียกว่าสภาผู้แทนราษฎร สภาสูงเรียกว่าวุฒิสภา กฎหมายได้กําหนดไว้ว่าให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็ นประธานรัฐสภา ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นกําหนดขึ้นจากที่นี่ ตั้งแต่ออกรัฐธรรมนูญให้มีการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข เพราะฉะนั้นทุกคนอาสาเข้ามา ไม่มีใครที่จะไปเหมือนกับไปจ้างใครมาทําหน้าที่ตรงนี้ แต่เราได้วางกติกากันไว้ว่า การบริหารราชการแผ่นดินไม่ว่าจะเป็ นฝ่ำยการเมือง ไม่ว่าจะเป็ นฝ่ำยราชการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายอะไรต่าง ๆ ทั้งสิ้น ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดในบ้านในเมือง ของเรา แม้กระทั่งเกิดจะมีใครมาเบียดเบียนอธิปไตยของประเทศชาติบ้านเมือง รัฐสภานั้นจะต้อง ตัดสินว่าจะประกาศสงครามหรือไม่ประกาศสงครามอยู่ที่สภาแห่งนี้ การกําหนดผู้บริหาร ประเทศชาติผู้นั้นบริหารประเทศชาติก็กําหนดขึ้นจากตรงนี้และมีกติกาทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้นั้นเรายังไม่เคยใช้ในการที่จะประกาศสงครามกับใคร บ้านนี้ เมืองนี้มีพ่อมีแม่เป็นเสาหลักใหญ่ วันที่ ๕ ธันวาคมก็เป็นวันพ่อแห่งชาติของเรา วันที่ ๑๒ สิงหาคมทุกปีก็คือวันแม่แห่งชาติของเรา คําว่า แม่แห่งชาติ นั้นมันยิ่งกว่าคุณพ่อคุณแม่ ที่ให้กําเนิดพวกเราในครอบครัวเสียอีก เพราะอันนี้มันเป็นแห่งชาติ ใครจะมาคิดโค่นล้ม ใครจะมาคิดทําลาย อย่าว่าแต่จะไปทําได้เลยครับ ใครคิดก็พังแล้ว เพราะฉะนั้นผมยัง เชื่อมั่นว่า ขณะนี้นั้นทั้งพ่อทั้งแม่ของเรานั้นเป็นทุกข์ว่าไม่ได้ประกาศสงครามกับใครหรอก แต่มันเกิดสงครามกลางเมือง ซึ่งผมคิดว่าท่านประธานสภา บ้านติดกัน บ้านผม ก็เหมือนกับอีสานใต้นั่นละ เราเขตติดต่อกัน อยู่ตรงคมขวานพอดีของแผนที่ประเทศไทย ปัญหามากมายเกิดขึ้น ท่านประธานก็เกิดทันตอนเสียมเรียบ พระตะบองเป็นของ ประเทศสยาม ผมก็เกิดทัน ปี ๒๔๘๔ ท่านประธานครับ ผมได้ดูอายุ ๗-๘ ขวบยังจําได้ ไม่เลอะเลือน ดูหนังสดตลอด หนังสงคราม ผมเกิดทันสงครามอินโดจีน ท่านประธาน ก็เกิดทันสงครามอินโดจีน แล้วก็มาสงครามโลกครั้งที่ ๒ ญี่ปุ่นก็เข้าทางนั้นเป็นหน้าด่าน ที่สําคัญบ้านเรา เรียกว่าตั้งแต่อีสานใต้ลงมาทั้งหมดตรงคมขวานพอดี บ้านเมืองของเรา ขณะนี้เราไม่ใช่ว่าเราจะมาพูดกันเป็นของสนุก ประท้วงกันอะไรกันในสภานี้จนผม ไม่อยากจะเข้ามาประชุม มันไม่ใช่สภาแล้ว ไม่ใช่รัฐสภาแล้ว วันนี้มาถึงขณะนี้แล้ว ไม่ต้องอะไร กระทู้อะไรไม่ต้องไปพูดแล้วครับ ไม่ต้องไปพูด ระเบียบอะไรต่าง ๆ ก็ไม่ต้อง มาพูดกัน กฎข้อบังคับก็ไม่ต้องมาพูดกันแล้ว บ้านเมืองกําลังลุกเป็นไฟ ความแตกแยก เขมรแค่ ๓ ฝ่ายฆ่ากันเป็นล้านคน ท่านประธานก็รู้ แต่นี่ความแตกแยกของประเทศชาติ บ้านเมืองของเราขณะนี้นั้นอย่ามองข้ามชอต (Shot) ไป นี่ผมมองข้ามชอตไปนะครับ อะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย มันไม่ใช่เกิดที่ว่ามาแย่งอํานาจกันแค่ตรงนี้นะครับ ความแตกแยกของประเทศไทยไม่เคยมี แล้วก็ไม่เคยปรากฏ และสิ่งที่ผมได้ภาวนา ทุกวัน ๆ อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เป็นนายทหารเล็ก ๆ ผมทํางานให้กับกองทัพมาไม่มีใครรู้หรอก วันนี้เปิดตัวเสียเลยนะครับ อยู่ชายแดน ทําทุกสิ่งทุกอย่าง โน่นท่านพลากร องคมนตรี เป็นนายอําเภออยู่ตาพระยา อารีย์ วงศ์อารยะ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นวันที่เท่าไรครับ ผมยังจําไม่เลอะเลือน เห็นแล้วมันเศร้าใจนะครับ เศร้ำใจที่สุด คนเป็ นแสน ๆเป็ นล้านแตกมา เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๑๙ เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๑๙ พอดี เพราะอะไรครับ เพราะว่า คนทั้งประเทศ ทั้งข้าราชการส่วนหนึ่ง ทั้งทหาร ทั้งตํารวจ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชน ได้ลุกขึ้นมาไม่เอารัฐบาลที่ทําปฏิวัติล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ คือพลเอก ลอน นอล กับ พลเอก คอสแตน เห็นไหมครับ ผบ.ทบ. กับ ผบ. ทหารสูงสุด ร่วมกันปฏิวัติ ยกตัวเองขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ๓ ฝ่าย ก็เกิดจากอํามาตย์เห็นไหมครับ ก็จะกู้บัลลังก์ อีกฝ่ำยหนึ่งก็รักษาฐานของตัวเอง ได้รับการซัพพอร์ต (Support) จากประเทศสหรัฐอเมริกามาอะไรมา คอร์รัปชัน (Corruption) กัน อะไรกันเละเทะ อยากจะทําอะไรกับข้าราชการอย่างไรก็ได้ อะไรก็ได้ เอากระทั่งเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ทหาร ตํารวจ ไม่ออก เงินเดือนข้าราชการก็ไม่ออก ผลที่สุดก็ขูดรีดประชาชน ทหารบางฝ่าย ตํารวจบางฝ่ำย ก็จี้ปล้นประชาชน ท่านประธานครับ ผมอยากจะพูดในลักษณะ เอาของจริง ๆ เลยมาพูดให้ฟัง หลังจากนั้นประชาชนก็ลุกฮือขึ้น เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๑๙ ขับไล่รัฐบาลรับเขมรแดง พอเขมรแดงเข้ามาครับ เขมรแดงตอนนั้นประกอบ ไปด้วยใครครับ หัวหน้าใหญ่ก็ท่านพอล พต เขียว สัมพัน เฮง สัมริน แล้วก็ฮุนเซน ท่านสมเด็จฮุนเซนขณะนี้ บัวเหนือนํ้าฆ่าหมด โดยเฉพาะดอกเตอร์ นายแพทย์ อะไรต่าง ๆ ไม่มีเหลือ ถ้าหนีไม่ทันฆ่าหมด นักศึกษาหัวรุนแรงที่เคยเดินขบวน อะไรต่าง ๆ ถูกฆ่าเป็ นแสน ๆ ล้าน ๆ แต่ว่าก็เดชะบุญนะครับ ฮุนเซนเป็นเด็กที่สุดใน ๔ เสือ ก็ไปขอร้องรุ่นพี่ว่า ถ้าทําอย่างนี้ไม่ได้นะ ประเทศชาติจะอยู่กันอย่างไร บริหารกันไม่ได้ อย่างนั้น ผลที่สุดท่านฮุนเซนก็แทบแย่ ว่าไปหักหลัง แล้วก็เลยต้องหลบออกไป แล้วก็ไปรวบรวมพล รวบรวมนายทหารเก่า ๆ อะไรต่าง ๆ พลเอก เตีย บันห์ แต่ก่อนนี้ ก็มาขายของอยู่แถวสวนจตุจักร หนีมา นี่ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปัจจุบัน ท่านประธานครับ ที่ต้องพูดวันนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็น มันเกิดจากบ้านพี่เมืองน้องที่ใกล้ชิด กันมากอยู่ตรงนั้น แล้วในที่สุดก็อยากจะสรุปว่า เมื่อเขมรแดงขึ้นมา ฮุนเซนก็คิด ไม่ใช่จะ คิดหักหลังหรืออย่างไรก็แล้วแต่เขาเถอะ ผลที่สุดไม่มีกําลังพอที่จะไปล้มอํานาจของเขมร แดงได้ก็เลยไปเอาประเทศเวียดนามมา ท่านประธานก็รู้อยู่ มาไล่ฆ่าเขมรแดง บ้านเรา ก็เดือดร้อน พ่อหลวงของเรารวมทั้งแม่หลวงของเรากับราชวงศ์ พระราชบุตรทุกพระองค์ ไปที่บ้านผมทุกปี ตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ ปี ๒๕๒๑ ปี ๒๕๒๒ ปี ๒๕๒๓ ปี ๒๕๒๔ ไปให้กําลังใจ ไปสร้างโครงการพระราชดําริเกิดขึ้นอะไรต่าง ๆ ตอนนั้นผมก็เป็นสมาชิกสภาปฏิรูป การปกครองแผ่นดินหลังจากเกิดวิกฤติ ๖ ตุลาคม ปี ๒๕๑๙ ท่านประธานครับ แล้วเป็นอย่างไรครับ ในที่สุดประเทศเวียดนามก็มาสร้างความเดือดร้อน ถ้าทุกคนไปเห็น เมื่อวันที่ ๔ เมษายนเป็นโศกนาฏกรรมที่เห็นกับตาแล้วก็จดจํา สอนลูกหลานทุกคน แล้วก็ ให้ท่านสุนทราภรณ์แต่งเพลงด้วย มีเพลง เราทุกคนแสนภาคภูมิใจที่อยู่อาศัยในตรงนั้น แล้วก็บรรพชนท่านให้เรามาเราจะรักษาแผ่นดินนี้ไม่ยอมให้ใคร มองดูเพื่อนบ้านจดจําเอาไว้ ลําเค็ญเพียงไรอย่าให้มาเกิดบ้านเรา นี่เป็นเพลง ผมไม่คิดไม่ฝันว่าประเทศไทยจะยิ่งกว่า ท่านประธาน ถ้าปล่อยไว้นะครับ วันนั้นหอบลูกหอบหลาน นี่เห็นกับตาเลย ลูกก็อุ้มพ่อ อุ้มแม่คนแก่คนเฒ่า แล้วก็ข้ามมาตรงอรัญประเทศรอยต่อตรงนั้น เราต้องเอาไปที่ศูนย์ที่ ๘ เขาตาง้อก ต้องเดินไปอีก ๓๐ กว่ากิโลเมตร คนเป็นแสนเป็นล้านคน ท่านประธานหลับตา นึกภาพ พ่อแม่เป็นลม คนแก่คนเฒ่าเป็นลมล้มลงไปปั๊บไม่ใช่ว่าจะไปรักษาอยู่นะครับ ลูกหลานก็ไม่มีทางที่จะไปรักษา ต้องถูกดันเดินไปแล้วก็พ่อแม่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เป็นลมเป็นแล้ง ก็ถูกเขี่ยไปนั่งพักอยู่ข้าง ๆ ถนนเป็นแถวพรืดไปหมด
เพราะฉะนั้นวันนี้อยากจะพูดในฐานะที่เป็นผู้อาวุโส แล้วก็ได้อาสาเข้ามา ทําหน้าที่กับบ้านกับเมืองนี้ยาวนานพอสมควร แล้วก็มีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศชาติ บ้านเมืองมา และสิ่งที่สําคัญที่สุดบ้านเมืองขณะนี้ขื่อแปไม่มีหมด มันยิ่งกว่ารัฐบาล ลอน นอลที่ถูกประชาชนเขาขับไล่แล้วก็เอาเขมรแดงเข้ามา ฆ่ากัน ๒ ระลอก ๓ ระลอก ฆ่ากันเองยังไม่พอยังไปเอาคนต่างชาติมาช่วยฆ่ากัน เราอยากเห็นเป็นอย่างนั้นหรือครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมไม่ว่าใครทั้งนั้นนะครับ เราจะต้องพูดกันแบบพี่เอ๊ยน้องเอ๊ยหันหน้า เข้ามาหากันเถอะ ท่านประธานก็เป็ นนายกรัฐมนตรีได้ เราเป็ นสักชั่วคราว เป็นนายกรัฐมนตรีเถอะ ขอร้อง กราบหลาน ๆ อภิสิทธิ์ผมเตือนอยู่แล้วยังไม่ถึงเวลานะ ไม่เชื่อกัน ผมพูดในสภาแห่งนี้นะครับ ผมบอกว่ายังไม่ถึงเวลาหรอก นั่งคุยต่อหน้าท่านประธานด้วย วันนั้นเราประชุมกัน อะไรก็แล้วแต่ อะไรไม่ถูกต้อง ผมยอมไม่ได้ แม้กระทั่งผมจับมือกับทักษิณ ชินวัตร เข้าไป ในพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๓ จับมือกันว่าเราจะใช้หนี้แผ่นดินด้วยกัน แต่ว่าไม่ทําตามคําพูด ท่านประธานก็เห็นอยู่ว่าผมไม่ยอม กฎหมายอะไรที่จะเข้ามา ผมเป็ นประธานวิป ในเมื่อเห็นพ้องต้องกันว่ากฎหมายนี้ใช้ไม่ได้ ออกเพื่อตัวเอง ออกเพื่ออะไรก็แล้วแต่ ผมก็เป็นคนคัดค้าน ในที่สุดเห็นตัวเล็ก ๆ อย่างนี้ไม่มีเงินไม่มีทอง รํ่ารวยเหมือนกับคนอื่นเขาหรอก แต่ลูกหลานอยู่กับผมเป็ นร้ อย ผมออกจาก พรรคชาติไทยด้วยนํ้าตา พรรคชาติไทยก็เกือบหมดก็เดินตามผมออกมา ผมต้องเดิน ออกจากพรรคความหวังใหม่ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๓ ก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องเป็น คนระเหเร่ร่อน แต่ด้วยความจําเป็น มีความสํานึกต่อประเทศชาติบ้านเมือง ในเมื่อมันไป ไม่ไหว ก็จําเป็นที่จะต้องสรรหาคนให้เข้ามาบริหารบ้านเมือง แต่ว่าก็อย่างว่าก็ไม่อยาก จะว่าใคร ไม่อยากจะรื้อฟื้น แต่สิ่งสําคัญที่สุดเราเอาอนาคตเถอะครับ วันนี้เราทําหน้าที่ ในปัจจุบัน อดีตสอนให้เราเป็นอย่างไร เราดูบ้านเมือง บ้านพี่เมืองน้องของเรา ผมจะต่อ นิดหนึ่งว่า หลังจากที่เขมรแดงถูกขับไล่ ผมไปยืนปลดอาวุธกับ อส. กับผู้ว่าราชการ จังหวัดอารีย์ วงศ์อารยะ เต็มไปหมดปืน ลูกระเบิดห้อยโตงเตง ๆ บอกไปไกล ๆ นั่นชีวิต เอาไปเสี่ยงกันอยู่ตรงนั้น แต่หลังจากนั้น ผมไม่ได้พูดเพื่อใครทั้งนั้นนะครับ เอาความจริง มาพูดให้ฟัง เราอย่าไปว่าฮุนเซนเขา ฮุนเซนจะเป็นคนอย่างไรก็แล้วแต่ เรียกว่าถ้าเป็น ในภาพรวมว่าเป็นเขมรแดงก็เรียกว่าสุด ๆ แล้ว เราก็ไม่ปรารถนา ท่านประธานครับ ในที่สุดคนชื่อฮุนเซนเป็ นคนทั้งกู้ชาติและกู้ราชบัลลังก์ หลังจากเขมรแดงแตก ญวนถอยออกไป ประเทศเวียดนามถอยออกไป ฮุนเซนก็ตั้งรัฐบาล ไปปรับปรุงพระราชวัง ให้ใหม่หมด แล้วก็ไปเชิญพระมหากษัตริย์กลับมา เพราะว่าประเทศเขมรกับประเทศไทย เหมือนกันครับ ใครจะไปแตะต้องพระมหากษัตริย์นั้นไม่ได้ ก็มาออกรัฐธรรมนูญให้มี การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นผมถือว่าฮุนเซนเขาจะต้องมีประวัติ เป็นประวัติคนหนึ่งของประเทศกัมพูชา กู้ทั้งชาติ กู้ทั้งราชบัลลังก์ แล้วก็ให้ตั้งพรรคการเมือง ฮุนเซนก็ตั้งพรรค พระมหากษัตริย์กลับมาแต่ว่าลูกชายพระมหากษัตริย์ กรมพระรณฤทธิ์ก็ไปตั้งพรรคแข่ง ก็ไม่ว่าอะไรกัน ผลการเลือกตั้งฮุนเซนได้ที่ ๑ แล้วก็กรมพระรณฤทธิ์ได้ที่ ๒ เขาก็จับมือกันครับ ท่านประธาน ที่เขาจับมือกันเพื่ออะไร เพื่อให้เขมรทุกฝ่าย ประชาชนทุกฝ่ายที่ยังอยู่นั้น ที่มันแตกแยกกัน ให้สมานฉันท์กัน การสมานฉันท์นั้นมันจะต้องเกิดจากผู้หลักผู้ใหญ่ สมานฉันท์กันให้ดีเสียก่อน ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ยังง่องแง่ง ๆ กันอย่างนี้ ความแตกแยก เราจะสมานฉันท์ได้อย่างไร ยุบสภาหรือ ผมบอกได้เลยว่านั่นละครับจะเป็นจุดนองเลือด ไม่ใช่จุดแก้ปัญหาเลย สภาไปทําอะไร เพราะฉะนั้นอย่างเสื้อแดงมาโวย ๆ ยุบสภา ๆ ถามว่ายุบไปทําไม ยุบให้ฆ่ากันหรือ ถามว่าจะหาเสียงกันอย่างไร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคเก่าแก่ เป็นพรรคอันดับ ๒ ที่ประชาชนให้เกียรติ เลือกตั้งพรรคเพื่อไทยอันดับ ๑ ถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไปหาเสียงภาคอีสานได้ไหม ไปภาคเหนือได้ไหม ไปเขตปริมณฑลนี่ก็แย่แล้ว พรรคเพื่อไทยจะออกไปทางโน้นไปได้ไหม ถึงไปได้เดี๋ยวก็ตูมนั่น เดี๋ยวก็ตูมนี่ และถามว่ามันจะยิ่งกว่าที่เรากระท่อนกระแท่นอย่างไร ก็ยังดีกว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ ไม่ได้เลือกหรอกครับ ฆ่ากันแน่นอน ท่านประธานสภา อายุปูนผมนี่มองอะไรไม่ออกหรือ เรามองออก ท่านประธานก็ไม่ได้ไปเรียนเมืองนอก ผมก็ไม่ได้ไปเรียนเมืองนอกหรอก โบราณเขาว่าผมสอนลูกสอนหลานนะ ผมบอกว่า อย่าให้เหมือนโบราณเขาพูดนะ อยากเห็นคนอีสานเราเห็นลูกเขาไปเรียนเมืองนอก เมืองนาเป็นใหญ่เป็นโตก็อยากจะส่งลูกไปเรียนบ้าง ส่งไปแล้วกลับมาพูดว่าอย่างไร โอ๊ย ขายควายไป ๒๐-๓๐ ตัว จนหมดคอกส่งมึงไปเรียน ผลที่สุดมึงเรียนจบออกมานึกว่า มึงจะเป็นคนที่มีสมองดี มีอะไรดี จบมาดี ๆ ผลที่สุดจากขายควายไป ๓๐ ตัวก็เลย เหลือควายตัวเดียวที่ไปเรียนจบจากนอกมา นี่โบราณเขาบอก ผลที่สุดก็เหลือควาย ตัวเดียวที่ส่งมันไป นึกว่าส่งคนไปเรียนที่จริงส่งควายไปเรียน ขายควาย ๓๐ ตัว ส่งควาย ไปเรียนตัวหนึ่ง กลับมามันก็เป็นควายอีก เพราะฉะนั้นก็จะบอกให้ลูกให้หลานว่า นี่มันประเทศไทย อย่าไปฟังนะครับว่าอ้ายนั่นวิจารณ์ว่าประเทศไทยอย่างนั้น แก้อย่างนั้น นี่บ้านของเรา เรามีกติกานะครับ ไม่ใช่กฎหมายนะครับ เรามีระเบียบวินัย เรามีวัฒนธรรม เรามีจริยธรรม มีคุณธรรม มีอะไรต่าง ๆ ก็สอนมา ประเทศจีนมีกี่พันเผ่า ท่านเจียง ไคเชก ท่านเหมาเจ๋อตุง พี่น้องกัน ประเทศจีน ๑,๐๐๐ กว่าล้านคนแผ่นดินใหญ่ ท่านประธานครับ ทําไมท่านเหมาเจ๋อตุงถึงปกครอง คนได้ เพราะว่าจะทําอย่างไรก็แล้วแต่ก็ไม่มีทางนั่นได้ก็ต้องไปรวมคนทั้งชาติไม่รู้กี่เผ่า เป็นพันเผ่าเอามารวมกัน เอาหัวหน้าเผ่า หัวหน้าเผ่ามาแล้วก็มารวมกัน แล้วก็จึงเปิด ประเทศได้ มาต่อเนื่องมาถึงเติ้ง เสี่ยวผิง ท่านก็ไม่เอาอะไรก็มีลูกศิษย์ลูกหาก็ส่งเข้าไป บริหารประเทศก็เป็ นหลักให้คอยชี้คอยแนะคอยอะไรต่าง ๆ เขามีระเบียบวินัย ประเทศไทยก็เช่นกันครับ ผู้แทนราษฎรทุกคนที่ประชาชนเลือกมาก็เหมือนกับเป็นเผ่า ๆ แม้กระทั่งประเทศจีนเห็นไหมครับก็ยังมีเผ่าไทยอยู่ที่นั่นเลยยังพูดภาษาไทย เขาก็รวมกัน เป็นประเทศนี่ประเทศของเรา เรามีพ่อ เรามีแม่ ก็เป็นเสาหลักใหญ่เราอย่าไปสร้างปัญหา ให้กับพ่อกับแม่แห่งชาติของเราเลยขอว่าหันหน้าเข้ามาเสียทุกคนจะได้ อยากจะกราบ ขอร้องท่านนายกรัฐมนตรีถึงจะเป็นลูกเป็นหลานก็แล้วแต่เพื่ออนาคตของประเทศชาติ เพื่ออนาคตของตัวเองด้วย ศักดิ์ศรีของตัวเองลาออกเถอะครับ แล้วหันหน้าเข้ามาหากัน ปรึกษาหารือกัน เมื่อผู้ใหญ่ตัดสินใจหันหน้าเข้ามาหากันทุกฝ่ายเลยมาเป็นรัฐบาลร่วมกัน อะไรร่วมกัน แค่นี้ยังทําไม่ได้นับประสาอะไรเราจะไปพูดพรํ่าในการที่จะไปให้ คนทั้งประเทศชาติรักกันได้ แค่นี้ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยท่านประธาน ลองเชื่อผู้เฒ่าสักที เถอะนะ ผมไม่เอาอะไรที่พูดนี่ ลูกเต้าก็เป็นผู้แทนราษฎร ลูกหลานก็เป็นผู้แทนราษฎร ไปจบจากนอกมาทุกคน แต่มันยังไม่เป็นควายเท่านั้นละ แต่ว่าถ้าหากไม่พรํ่าสอน มันอาจจะเป็นแล้วก็ได้ นี่ก็พรํ่าสอนมันอยู่อะไรอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นผมใช้เวลาเท่านี้ละครับ อยากจะเตือนสติในฐานะที่เป็นประธานที่ปรึกษาคณะปรองดองสมานฉันท์ ส่งคณะนั้น เข้าไปอย่างนั้นก็ไม่ได้ อย่างนี้ก็ไม่ได้ ไม่ได้จะสมานฉันท์กันได้อย่างไร ถ้าคําว่า สมานฉันท์ นั้นมันจะต้องไม่พูดอะไรว่าใครกันทั้งนั้น ผิดถูกเราก็ต้องอภัยให้กันนะครับ อะไรให้กัน แล้วก็บอกว่า พี่เอ๊ยน้องเอ๊ยเอาบ้านเมืองไว้ก่อนเถอะเรามาช่วยกันอาสา เข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร เราอยู่กับประชาชนจะได้ไปช่วยกันพูดกับประชาชน เป็นรัฐบาล ร่วมกัน ผมไม่เอาตําแหน่งหรอก ไม่ต้องกลัวว่าผมจะไปเอาตําแหน่งหรอกครับ ถ้าเอาก็เอามาตั้งแต่ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมละวางตัวเองไปแล้ว เพราะฉะนั้น ก็ขอฝากท่านประธานแค่นี้ละ ทางที่ดีที่สุดท่านประธานดึงเอาปัญหาทั้งหมดเอามาเข้าสู่ รัฐสภาของเรา อาทิตย์หน้าเปิดรัฐสภาเลยท่านประธาน แล้วก็มาถกปัญหา ไม่ต้องเอา ระเบียบวาระ ไม่ต้องอะไรทั้งนั้น เอาเรื่องปัญหาที่มันจะฆ่ากันนี่เอามาเพื่อจะแก้ปัญหา ประเทศชาติอย่างไรจะเหมาะสมกว่า ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ก็มานั่งกัน เป็นแถวนี่ ถ้าจะตาย ใครจะมาฆ่าก็ให้มันตายกันทั้งสภานี่ละ ผมว่ามันจะดีกว่า ผมขอเสนอแนะในฐานะที่เป็ นน้องท่านประธานสภา แล้วก็เราทํางานด้วยกันมา อะไรกันมา ๒ ครอบครัวนี้เราก็เหมือนกับพี่น้องกัน เพราะฉะนั้นเมื่อมาทําหน้าที่ด้วยกันก็อยากจะขอร้องทุกฝ่ำย ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็ น สื่อมวลชน จะเป็นนักวิชาการ เป็นอะไรอย่ามาพูดให้ร้ายป้ำยสีกัน อะไรกัน เลิก แค่นายกรัฐมนตรีลาออก ท่านประธาน ผมยังไม่ได้คุยกับใครนะ แต่อาศัยที่ว่าเป็นคนหนึ่ง ที่รักษาความถูกต้องเป็นที่ประจักษ์แล้วก็มีลูกศิษย์ลูกหาเยอะแยะแทบทุกพรรค ฉะนั้น พี่ชัยก็เป็นคนมีบารมี เป็นประธานสภา แต่ส่วนตัวก็มีบารมีกับลูกกับหลานเยอะแยะ ให้หันหน้าเข้ามาหากันเสีย ผมคิดว่าแก้ได้ เอาประเทศชาติไว้ ถ้าไม่เชื่อนะครับแล้วเรา จะได้เห็นวันที่ผมพูด ยกตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้าน แน่นอน อย่าให้คมขวานตรงบ้านเรา มันบิ่นอีก ที่มันบิ่นไปแล้วก็บิ่นไป แต่ที่เหลือให้มันเหลือเถอะ เราไปช่วยกันรักษา ด้ามขวานที่กําลังลุกไหม้อยู่ขณะนี้ดีกว่า จะไปเกิดไหม้หัวขวานด้วย ไหม้คมขวานด้วย แล้วจะอยู่กันอย่างไร ปัญหามันจะเกิด ฉะนั้นก็ขอฝากท่านประธานที่เคารพ ทั้งฐานะตําแหน่งแล้วก็ฐานะพี่ชายไว้ด้วยความเคารพ ขอบคุณมากครับ