สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ กันยายน ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการแต่งตั้งพลตำรวจโท สมคิด โดยอธิบายว่ากระบวนการแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ของ ก.ตร. และยืนยันว่ารัฐบาลไม่สนับสนุนตัวบุคคล แต่สนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นขอซักซ้อมเพื่อให้เกิดข้อเท็จจริงที่ตรงกัน ก่อนนะครับในหลาย ๆ เรื่อง ที่มาของคดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ พลตํารวจโท สมคิด ที่ท่านสมาชิกได้สอบถามโดยเฉพาะลําดับเหตุการณ์ในเรื่องของคดีอาญานั้นถูกต้องนะครับ ผมอยากจะเรียนเบื้องต้นก่อนว่าที่จริงแล้วหน้าที่ของรัฐบาลแล้วก็ควรจะเปึนหน้าที่ ของคนไทยทุกคนก็คือจะต้องดูแลผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งในการทํางานหลายเรื่อง ก็ต้องยอมรับครับว่าการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของชาตินั้นก็จะมีหลายมิติ หลายปัจจัย หลายประเด็นเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าท่านถามว่าการดําเนินงานของรัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะเลือกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือตัวบุคคล ผมตอบได้เลยครับว่า ต้องเลือกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ปัญหาขณะนี้ที่ท่านลําดับมาทั้งหมด มันไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับตัวบุคคล มันเปึนเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศกับหลักกฎหมายและความเปึนธรรมที่พึงจะให้กับบุคคลด้วย เพราะฉะนั้น ตรงนี้คือสิ่งที่รัฐบาลยืนยันว่าการตัดสินใจใด ๆ ก็ตามเราก็ต้องคํานึงถึงความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศด้วยควบคู่ไปกับการรักษาระบบความถูกต้องทางกฎหมาย และการอํานวย ความเปึนธรรมให้กับทุกฝ์าย ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าที่จริงถ้าท่านอ่านแถลงการณ์ ของท่านทูตซาอุดีอาระเบียจะมีการพูดชัดเจนครับว่าความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประเทศ นับตั้งแต่ที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาทํางานดีขึ้นมาโดยลําดับ ที่กล่าวเช่นนั้นก็เพราะว่ากรณีคดีอาญา ที่ท่านพูดมีแนวโน้มก่อนหน้านี้ก็คือทางฝ์ายซาอุดีอาระเบียมีความเปึนห่วงมากว่า จะหมดอายุความแล้วก็ไม่มีความก้าวหน้า ผมยืนยันได้เลยว่าเราตระหนักถึงความสัมพันธ์ ตรงนี้ในช่วงที่ผมเข้ามารับหน้าที่ จึงได้มีการประสานงานกับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า จะต้องดูแลว่าอย่าเกิดปัญหา ในที่สุดทํางานแล้วไม่ทันจนกระทั่งคดีหมดอายุความ นั่นคือที่มาว่าในที่สุดแล้วการฟัองหรือการที่ส่งฟัอง แจ้งข้อกล่าวหาจึงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ก็คือช่วงที่ผมมาทําหน้าที่เปึนรัฐบาล ผมว่าตรงนี้น่าจะยืนยันได้ ในเบื้องต้นนะครับว่าเราให้ความสําคัญกับเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย แล้วก็การอํานวยการให้ความยุติธรรมนั้นเกิดขึ้น แต่ว่าขณะเดียวกันในอีกด้านหนึ่งครับ สิ่งที่ท่านกําลังพูดถึงการโยกย้าย แต่งตั้งก็เปึนเรื่องทางวินัยไม่ใช่ทางอาญา แล้วก็เปึน เรื่องของการบริหารจัดการในส่วนของตํารวจ ซึ่งกราบเรียนว่าถ้าหากท่านกล่าวหาว่า รัฐบาลมีแนวความคิดที่จะไปช่วยตัวบุคคล ผมก็ต้องกราบเรียนว่าทําไมเราจึงไปเร่งรัด ให้คดีอาญามันเดินหน้าได้จนกระทั่งมีการส่งฟัอง แต่ในเรื่องของการแต่งตั้งเปึนอย่างนี้ครับ เรื่องของการแต่งตั้งในส่วนมติของ ก.ตร. ซึ่งผมต้องกราบเรียนก่อนว่า ขณะนี้มติ ก.ตร. ที่จะต้องเสนอมาที่ผมขณะนี้ยังอยู่ที่ทาง ก.ตร. เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้หลังจากที่มีการประชุม และมีมติ ก.ตร. มีผู้ทําหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องของบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งแต่ในตําแหน่งอื่น ขึ้นมา ผมจึงได้ส่งคําร้องเรียนนั้นกลับไปเพื่อให้ ก.ตร. ไปพิจารณาตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนที่จะนําเสนอมติขึ้นมาที่ผมนะครับ ซึ่งขณะนี้ผมยังไม่ได้รับตัวมติ ก.ตร. อันนี้ ท่านจะได้ทราบว่าขั้นตอนอยู่ตรงนี้ แต่เมื่อผมทราบว่าจะมีการถามกระทู้ถามในเรื่องนี้ คําชี้แจงของ ก.ตร. ก็คือว่าการดําเนินการทางวินัยนั้นปกติแล้วจะมีการดําเนินการทางวินัย โดยเฉพาะถ้าสืบเนื่องมาจากการมีคดีอาญาก็จะมีการพักราชการ หรือมีการดําเนินการ ทางวินัย แล้วก็พักราชการเพื่อรอผลสอบสวนทางวินัย บังเอิญอย่างที่ท่านได้กล่าวเองว่า เรื่องนี้เคยมีการสอบวินัยแล้วไปยุติเรื่องไว้เมื่อ ๑๐ กว่าป้ที่แล้ว และเมื่อกฎหมายล้างมลทิน ออกมาเมื่อป้ ๒๕๕๐ กฎหมายฉบับนั้นเขียนชัดว่าบุคคลซึ่งเคยถูกดําเนินการทางวินัย และเรื่องยุติแล้ว ทางราชการไม่สามารถที่จะหยิบยกขึ้นมาเพื่อดําเนินการทางวินัยได้อีก ก.ตร. จึงตีความว่าเมื่อดําเนินการทางวินัยไม่ได้อีกก็ไม่สามารถที่จะมีการตั้งคณะกรรมการ สอบสวน เมื่อไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนจึงไม่เข้าข่ายในการที่จะถูกพักราชการ เพื่อรอผลของการสอบสวนทางวินัย อันนี้คือประเด็นที่เปึนการวินิจฉัยของ ก.ตร. ที่ชี้แจง ผมมาขณะนี้ ซึ่งเมื่อเปึนเช่นนั้นก็ต้องไปดูต่อว่า กรณีของท่านพลตํารวจโท สมคิด นั้นซึ่งอยู่ในข่ายการเรียงลําดับอาวุโสในการที่จะขึ้น ดํารงตําแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาตินะครับ ก็ไปเข้าข่ายในเรื่องกฎของ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตํารวจระดับสารวัตรถึง จเรตํารวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งก็จะต้อง มีการพิจารณาตําแหน่งบุคคลที่อยู่ในข่ายที่จะเข้าสู่ตําแหน่งเหล่านี้เรียงตามลําดับอาวุโส ซึ่ง พลตํารวจโท สมคิด นั้น เรียงตามลําดับอาวุโสแล้วมีสิทธิที่จะได้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว เพราะฉะนั้นการดําเนินการตามมติ ก.ตร. ในครั้งนี้ ทุกตําแหน่งที่มีการดําเนินการ ในส่วนของผู้ช่วย ผบ.ตร. เปึนไปตามการเรียงลําดับอาวุโสตามกฎ ก.ตร. เพราะฉะนั้น เรื่องก็มีเพียงเท่านี้ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่เราอยู่ในระหว่าง การทําความเข้าใจกับทางประเทศซาอุดีอาระเบียให้เห็นว่าทั้งหมดเปึนการดําเนินการ ตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผ่านมาเร็ว ๆ นี้ก็เกิดกรณีที่ศาลปกครองมีคําวินิจฉัยด้วยว่า ถ้าไม่มีการแต่งตั้งเรียงตามลําดับอาวุโสตามที่มีการตีความกฎ ก.ตร. ศาลปกครอง ก็บอกว่าการดําเนินการแต่งตั้งก็จะไม่ถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่า เรื่องนี้ไม่มีประเด็นที่จะเลือกระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับตัวบุคคล แต่เปึนการที่เราจะต้องบริหารจัดการให้รักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและดําเนินการ โดยเคารพกฎหมายภายในของเรา รวมทั้งอํานวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ์าย ผมก็จึงเรียนว่า ไม่มีประเด็นที่ต้องเลือก และเรื่องนี้ไม่มีประเด็นที่ไปเกี่ยวข้องกับอีกหลายต่อหลายเรื่อง ผมยกตัวอย่างว่าเมื่อสักครู่ท่านบอกว่าท่านจุฬาราชมนตรีไม่ได้เดินทางไปไม่ได้รับวีซ่า จริงครับ ปรากฏว่าท่านพบกับผมเมื่อวานนี้เอง ท่านก็บอกว่าท่านตัดสินใจที่จะยกเลิก การเดินทางไป แล้วก็ถอนเรื่องออกมาก่อน ก.ตร. จะมีมติ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน อันนี้ท่านจุฬาราชมนตรียืนยันกับผมด้วยตัวท่านเอง ขณะเดียวกันผมมั่นใจว่าในเรื่องของ การดูแลพี่น้องชาวมุสลิมซึ่งจะไปประกอบพิธีทางศาสนา ชาวโลกมุสลิมด้วยกันเอง จะเอื้ออํานวยให้เราสามารถที่จะให้พี่น้องของเราสามารถที่จะไปแสวงบุญแล้วก็ไป ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ แต่รัฐบาลก็จะทําความเข้าใจอย่างต่อเนื่องต่อไป เพราะฉะนั้นผมย้ําอีกครั้งว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบังเอิญท่านไป พาดพิงว่าเปึนเรื่องการต่างตอบแทนหรือเปล่า ผมก็ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องต่างตอบแทนอะไร เหมือนกับผมก็ไม่ไปพูดว่าท่านไปเคียดแค้น ท่าน พลตํารวจโท สมคิดเปึนเรื่องของการพิจารณา ไปตามกฎ ก.ตร. ตามเงื่อนไขที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของการสันนิษฐานว่าบุคคลที่ยัง ไม่ได้มีคําพิพากษาเปึนผู้บริสุทธิ์ แล้วก็ได้รับการล้างมลทิน เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็เดินไป ตามกฎหมาย เราก็มีหน้าที่ชี้แจงครับ ส่วนการจะแก้ไขปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์นั้น รัฐบาลก็เดินหน้าทําอย่างเต็มที่ครับ