สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

ธีระ สลักเพชร หารือเรื่องการคืนเครื่องปั้นดินเผาของบ้านเชียงที่หายไป และเรียกร้องให้กรมศิลปากรดำเนินการตามแผนเพื่อให้ชาวบ้านมีความมั่นใจและความร่วมมือในการคืนเครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้ และยังชี้ให้เห็นว่าการคืนเครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประเทศไทย

นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตชี้แจงท่านนายแพทย์สุกิจเพิ่มเติม สําหรับกรณี ที่ท่านสุกิจได้หารือเมื่อสักครู่ผมต้องให้เจ้าหน้าที่ลงไปพบชาวบ้าน มีการประชุมแล้วก็ พบชาวบ้านเพื่อมีการชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างน้อยเขาก็จะได้ให้ความร่วมมือ แล้วก็ มีความมั่นใจว่าเราจะดําเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร จะประสานความร่วมมือ กับทาง อบต. อย่างไร จะทําให้เขามีความมั่นใจแล้วก็จะรู้สึกหวงแหน เราเคยเจอกรณี อย่างนี้ อย่างกรณีที่ท่านสุกิจได้พูดถึงบ้านเชียง ก่อนหน้านี้ก็สภาพอย่างนี้ละครับ แต่หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงเสด็จไปเมื่อปี ๒๕๑๕ หลังจากนั้น ชาวบ้านหันมารักและหวงแหนของเขา ก่อนหน้านั้นภาชนะดินเผาของเราออกไป ต่างประเทศเยอะมาก แต่ผมก็ดีใจครับ ท่านเชื่อไหมนโยบายที่เราพยายามเชิญชวนให้ ผู้ที่ครอบครองโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุของบ้านเชียงที่หายไปเยอะว่าใครครอบครองอยู่ จะเป็นบุคคลรุ่นแรกหรือเป็นทายาทก็ตาม ตอนนี้มีของบ้านเชียงแล้วก็ไม่ใช่บ้านเชียง มามอบให้ที่กระทรวงวัฒนธรรมมากกว่า ๒,๐๐๐ ชิ้น มีของบ้านเชียงประมาณเกือบ ๗๐๐ ชิ้น แล้วก็มีข่าวดีมาก ๆ ที่ว่ามีต่างประเทศประเทศหนึ่งกําลังประสานมาที่กระทรวง ประสานมาที่ผม ที่กรมศิลปากร จะคืนเครื่องปั้นดินเผาของบ้านเชียงมากกว่า ๑,๐๐๐ ชิ้น มาให้รัฐบาลไทย เรื่องนี้เป็ นเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ ตรงที่ว่าในกระแสโลกาภิวัตน์ ในความเป็นสากลประเทศที่เจริญเขาเข้าใจว่าสมบัติเหล่านี้เป็นสมบัติของแผ่นดินใคร ของประเทศไหน เหมือนที่เราเจอของประเทศกัมพูชาเราก็คืนเขา แนวโน้มตรงนี้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นผมอยากใช้เวทีตรงนี้ โอกาสตรงนี้ประชาสัมพันธ์ว่าเราต้องหวงแหน เก็บสิ่งเหล่านี้ให้เป็นสมบัติของแผ่นดินเพื่อให้ลูกหลานของเรา เด็กและเยาวชนได้มี โอกาสได้เรียนรู้ ศึกษาว่าประวัติความเป็นมาของพื้นที่ตรงนั้น ของจังหวัดนั้นเป็นมา อย่างไร สิ่งที่ท่านนายแพทย์สุกิจพูดถึงว่าตอนนี้มีครอบครองอยู่ ไม่เป็นไรครับถึงเวลาแล้ว ถ้าทางกรมศิลปากรเขาลงไปทําอย่างจริงจังเป็นระบบแล้วพี่น้องประชาชนสามารถเอามาคืน เอามารวมมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ แล้วก็กรณีที่หม้อสามขาที่ว่ามันไม่ควรไปถลางหรอกครับ ถ้าพบว่าอยู่ที่จังหวัดตรังก็ต้องกลับมาที่จังหวัดตรังเช่นเดียวกัน กรณีของอุทยาน ประวัติศาสตร์เป็นไปตามขั้นตอนครับ ถ้าหากว่าพบและเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีศักยภาพ จริง ๆ ทําอยู่แล้วครับ ต้องทําเพราะว่าเรามีอุทยานประวัติศาสตร์หลายแห่งในประเทศไทย แล้วก็ขอให้ท่านมั่นใจเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรเก่งครับ ล่าสุดท่านเห็นไหมเรื่องของ ไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ที่จังหวัดสกลนครที่เพิ่งพบนี่คนไทยครับ บ้านเชียงนี่ก็คนไทย หลายท่านที่เข้าไป หลายท่านเสียชีวิตไปแล้ว หลายท่านก็ยังอยู่ ขอให้ท่านมั่นใจเลยว่า นักวิชาการของเราไม่แพ้ชาวต่างประเทศ แต่ว่ามันจะมีการแลกเปลี่ยนกัน ถ้าพบแหล่ง โบราณคดีที่น่าสนใจนักโบราณคดีต่างประเทศเขาจะมา เขาก็สนใจครับว่าเกี่ยวโยงกับ ประเทศเขาในยุคไหน อย่างไร อยากเห็นความสัมพันธ์ของการพัฒนาโลกในยุคนั้น ๆ เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนเรื่องของนักวิชาการร่วมกัน แล้วก็เรียนยํ้า ตรงนี้ว่าภาพที่ท่านนายแพทย์สุกิจเห็นมาก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าชาวบ้านยังไม่ได้พบ เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรเลย ทิศทางอนาคตพื้นที่ตรงนี้จะทําอย่างไร ปัญหาตรงนี้ผมจะ แก้ไขให้ จะให้เจ้าหน้าที่ลงไปพบ ให้ทาง อบต. นัดประชุม แล้วก็ตรงเขาโหรงที่เป็น หมู่ที่ ๑๒ ของตําบลนํ้าผุด เพื่อให้ชาวบ้านเขาได้รู้ทิศทางและมีความมั่นใจ แล้วเขาจะรัก หวงแหนให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ แล้วก็บอกให้ชัดว่าทิศทางการพัฒนาจะเป็น อย่างไร จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ ที่สุดนี้ผมต้องกราบขอบคุณท่านสุกิจอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็อยากเห็นกรณีอย่างนี้เกิดขึ้น ในจังหวัดอื่น ๆ เพราะท่านเองอยู่ในตําแหน่งที่สามารถประสานกับหน่วยงานในส่วนกลางได้ เพราะฉะนั้นก็ช่วยกันครับถ้าหากว่าเราขับเคลื่อนเรื่องอย่างนี้ ในที่สุดแล้วเรื่องของ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่รัฐบาลกําลังทําอยู่ก็ไปได้ด้วยดี ประสบความสําเร็จ แล้วก็สร้างเม็ดเงินให้กับประเทศมาก วันนี้ถ้าทุกท่านได้ติดตาม นักท่องเที่ยวที่เขาโหวตให้ประเทศไทยปี นี้เป็นปี ที่ ๘ แล้วเราเป็นแชมป์ (Champ) ในระดับโลก นักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยวเมืองไทยมากที่สุดในโลก สิ่งที่เขาอยากมาดูมาก คือเรื่องของศิลปวัฒนธรรมไทย วิถีชีวิตไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากเราชี้ให้เห็นว่า วิถีชีวิตไทย ศิลปวัฒนธรรมไทยของเรามีมาหลายพันปี แล้วยิ่งน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ก็กราบขอบพระคุณคุณหมอสุกิจอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณมากครับ