สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

ปรีชาพล พงษ์พานิช หารือเรื่องการซื้อรถเกราะล้อยางและเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบาจากต่างประเทศ โดยมีปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนเครื่องยนต์และการตรวจสอบที่ประเทศยูเครน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเสนอราคาและความพร้อมในการจัดหาเครื่องบินของเฮลิคอปเตอร์

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ที่ผมพูด นี่ครับมันมีเฟส ๒ ครับท่านประธาน เฟส ๒ นี่เกี่ยวแน่ครับ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ เป่ดรับซอง บริษัท เอ็นจีวี เอนเทอร์ไพรซ ไม่ได้มาส่งซองครับ ปรากฏว่าวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๐ บริษัท เอ็นจีวี เอนเทอร์ไพรซ บริษัทไม่อยากจะบอกว่าเส้นใหญ่ ท่านประธานครับ นําหนังสือร้องเรียน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก บอกว่าร้องเรียนขอให้ ที่ประชุมมีมติ ก็ปรากฏว่าที่ประชุมก็มีมติจริง ๆ ครับ กองทัพบกอนุมัติอนุญาตให้บริษัท เอ็นจีวี เอนเทอร์ไพรซเข้าเสนอผลงานได้หลังที่ป่ดรับซองเทคนิคแล้ว แล้วอะไรต่อครับ โอเคครับ ยื่นซองเทคนิคเสร็จก็มี ๔ ประเทศ ที่ผ่านซองเทคนิค มีบีทีอาร์-๘๐ ของรัสเซีย มีบีทีอาร์-๓อี๑ ของยูเครน มีแอลเอวี-๒ จากแคนาดา แล้วก็มีแพทเทรียเอดับเบิ้ลยูวีจากฟ่นแลนด์ เขาก็ มาดูเรื่องราคากัน ก็ปรากฏว่าแคนาดากับฟ่นแลนด์ตกไปก่อนเพราะว่าราคาแพงกว่ายูเครน กับรัสเซียถึง ๒ เท่า ทีนี้ก็เหลือ ๒ บริษัทรัสเซียกับยูเครนครับ ปรากฏว่ายูเครนโดยบริษัท เอ็นจีวี เอนเทอร์ไพรซ ก็ได้รับเลือกครับ รับเลือกแล้วอย่างไร ท่านประธานครับ รับเลือกแล้ว มันก็มีปัญหาตรงที่ว่า อย่างที่ท่านอนุดิษฐ์ได้พูดไปครับ จ่ายเงินเขาไปแล้วบางส่วน แต่ของยังไม่มาเลย ท่านประธานชัยท่านไม่รู้เรื่องนะครับ เพราะท่านบอกว่ามันเกี่ยวอะไร กับเงินงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ มันจะไม่เกี่ยวอย่างไรครับ ก็เงินที่ใช้มันเงินพี่น้องประชาชน นะ ถามว่าเงินใช้ไปเปึนหนี้อยู่ไหมครับ ผมบอกว่าหนี้อยู่ครับ ป้ ๒๕๕๕ ก็เกี่ยวเพราะมัน เปึนหนี้ครับ ท่านประธานครับ มันมีข้อสงสัยเคลือบแคลงใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงาน ที่เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ก็คือสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้ท้วงติงไป ท่านประธานครับ เกี่ยวกับรถบีทีอาร์-๓อี๑ ท่านบอกว่ามันเปึนรถย้อมแมวขาย ซึ่งดัดแปลงมาจากบีทีอาร์-๗๐ และบีทีอาร์-๘๐ ที่ประเทศรัสเซียเคยแบ่งให้ประเทศยูเครนก่อนที่จะมีการแยกประเทศกัน จํานวน ๒,๐๐๐ คัน รัสเซียเขายืนยันครับว่ามีแน่ ๒,๐๐๐ คันนี้นะครับ ถ้าถามต่อไปว่า สตง. มาเกี่ยวข้องอะไรด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้โอกาสนี้ในการ ชี้แจงแทนท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ผู้บัญชาการทหารบกพูดเสมอบอกว่า งบประมาณของรถเกราะล้อยางอนุมัติสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านสมัครท่านรอบคอบ ท่านประธานครับ ท่านอนุมัติในช่วงนั้นจริงครับ เพราะว่ากระทรวงกลาโหมอยากได้มานานแล้วมันอยู่ในแผน ของการจัดหาของกองทัพตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ถึงป้ ๒๕๔๙ สมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีชวนก็ไม่ได้อนุมัติให้ พอปฏิวัติปุ็บก็ไม่รู้จะเรียกว่าโบนัส (Bonus) ได้หรือเปล่า ได้ครับ เพราะท่านสมัครท่านก็ต่อเนื่องจากท่าน พลเอก บุญรอด สมทัศน์ ที่เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านก็อนุมัติไปลงนามในหนังสือให้ซื้อรถเกราะ ล้อยางจากยูเครนได้ แต่ท่านผนวกกํากับไว้ในท้ายหนังสือ ท่านประธาน ท่านบอกว่า การจัดซื้อ จะต้องให้ สตง. เข้ามาตรวจสอบให้ถูกต้องเรียบร้อยก่อนที่จะมีการลงนามตรวจรับรถยานเกราะ ล้อยางจากประเทศยูเครน เคลียร์นะครับท่านประธาน ไม่ใช่ว่าท่านอนุมัติไปแบบไม่มีหลักการ เพราะจะให้ท่านสมัครมาทราบเรื่องของดีเทล (Detail) เรื่องของรายละเอียดของ อาวุธยุทโธปกรณ์ ยุทธภัณฑ์ ท่านก็คงไม่ทราบเหมือนกับพวกเราหลาย ๆ ท่าน ทีนี้มันก็มี ปัญหาครับ สตง. เขาก็ท้วงติงมาอีกบอกว่า ปัญหาเรื่องนี้มันส่งมอบไม่ได้เพราะอะไร มันส่งมอบไม่ได้เนื่องจากเครื่องยนต์เดิมในทีโออาร์ (TOR) ชื่อว่าเครื่องดอยซ์ รุ่น บีเอฟ ๖ เอ็ม ๑๐๑๕ จากประเทศเยอรมนี มันมีปัญหาพอยื่นซองอะไรเรียบร้อยแล้วจะให้ประเทศ เยอรมนีส่งมอบเครื่องยนต์มาให้ ประเทศยูเครนเขาจะให้ประเทศเยอรมนีส่งเครื่องยนต์ มาให้เพื่อติดตั้งในรถเกราะล้อยางของเขา ปรากฏปัญหาครับ เขาบอกว่าเครื่องดอยซ์ มีปัญหาเรื่องเอ็กซ์ปอร์ท ไลเซนซ์ (Export license) หมายความว่าจะต้องเข้าสู่การอนุญาต อนุมัติจากรัฐสภาของประเทศเยอรมนีก่อน ไม่ใช่ดอยซ์อย่างเดียวมีอีกหลายยี่ห้อครับ เขา เองก็พยายามที่จะหาทางออกในการแก้ไขในเรื่องข้อตกลงการจัดซื้อรถเกราะล้อยางเกือบ ๔ ,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เขาก็มีเครื่องยนต์มาให้เลือกเพิ่ม ๓ เครื่องยนต์ มีแคพทาป่รา มีเอ็มทียู รุ่น ๖ อาร์ ๑๐๖ ทีดี ๒๑ มีเครื่องยนต์ของคัมมินซ์ก็ปรากฏว่ากองทัพบกเองก็เห็นว่า เครื่องที่ดีที่สุดคือเครื่องเอ็มทียูจากประเทศเยอรมนีเช่นกัน ท่านประธานครับ ก็สงสัย สตง. เขาก็แย้งมาว่าเอ็มทียู ท่านประธานฟังดี ๆ นะครับ เอ็มทียูกองทัพบกเขาบอกเปึนเครื่อง ดีมากเปึนเครื่องเบนซ์ (Benz) แต่ สตง. บอกว่าเปึนเครื่องเบนซ์ก็จริงแต่ว่าเปึนเครื่องเบนซ์ ที่เขาใช้ในเรือครับ ท่านประธานครับเขามีแต่เอาเครื่องรถไปใส่เรือ อันนี้เอาเครื่องเรือมาใส่ รถเกราะล้อยางครับ ท้วงติงไป สตง. ก็ท้วงติงไปอีกครับ ขอให้แก้ไขความตกลง คือ สตง. มีความเห็นว่าอยากให้แก้ไขความตกลง เพราะว่าการที่จะเปลี่ยนเครื่องยนต์จากดอยซ์มาเปึน เอ็มทียูมันจะต้องมีการแก้ไขในสัญญาที่เซ็นโดยรัฐบาล ๒ ประเทศ ถือว่าเปึนสาระสําคัญ ในสัญญาซึ่ง สตง. เองไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการแก้ไขสัญญา เพราะเกรงว่าประสิทธิภาพ ของเครื่องยนต์ที่ได้จะลดน้อยลงไม่เท่าเทียมของเก่า ก็ทราบข้อมูลมาว่าเครื่องดอยซ์กับ เครื่องเอ็มทียูต่างกันอย่างไร มีคนเขาบอกมาบอกเครื่องดอยซ์ ๖ เกียร์ ๓๒๐ แรงม้า เอ็มทียู ๓ เกียร์ ๒๐๐ แรงม้า ผมคิดหน้าคิดหลัง ถอยหน้าถอยหลังดูแล้ว ผมว่า ๓ เกียร์ ๒๐๐ แรงม้า มันจะไปสู้ ๖ เกียร์ ๓๒๐ แรงม้าได้อย่างไร ท่านประธานครับ แต่กองทัพบก ก็ยังยืนยันว่าดี สตง. ก็มีหนังสือ ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๓ เรียน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม และเลขาธิการคณะรัฐมนตรีครับ สตง. มีความเห็นว่าการแก้ไข ดังกล่าวเปึนการแก้ไขในสาระสําคัญอาจทําให้ราชการเสียประโยชน์ รวมทั้งอาจเข้าข่าย เปึนการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ขาย จึงได้แจ้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพิจารณา ทบทวนกระบวนการจัดซื้อและสัญญา หมายความว่าเขาไม่เห็นด้วยที่จะแก้ไขสัญญา เพื่อที่จะเปลี่ยนเครื่อง

ประเด็นต่อไปครับ สัพเพเหระแต่ก็เปึนสาระครับ มีการจัดส่งผู้แทน ไปตรวจดูรถเกราะล้อยาง ท่านประธานครับ กองทัพบกไปมา ๓ ครั้ง ถ้าข้อมูลไม่ผิดพลาด ครั้งหนึ่งก็คือช่วงประมาณเดือนมิถุนายน ป้ ๒๕๕๐ ก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาลงนาม หัวหน้าคณะที่ไปก็คือท่านผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกปัจจุบันคือท่าน พลเอก ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ไม่เสียหายนะครับท่านประธาน ท่านเปึนเจ้ากรมสรรพาวุธในขณะนั้น ท่านเปึนหัวหน้าคณะพาไปเพื่อที่จะไปตรวจดู ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ก็ประมาณป้ ๒๕๕๓ ก็ไปอีกไปดูเรื่องของการเปลี่ยนเครื่องยนต์จากดอยซ์มาเปึนเอ็มทียู แต่ที่มันน่าแปลก คืออะไรท่านประธานครับ ที่มันน่าแปลกก็คือว่าในขณะเดียวกันกองทัพเรือ เขาก็มีความจําเปึนที่จะจัดหารถยานเกราะล้อยางเหมือนกัน จํานวนน้อยกว่า ๑๒ คัน ๔๒๐ ล้านบาท ทร. เขาก็เดินทางไปดูเหมือนกัน เซ็นสัญญาไปแล้วถึงไปดูซึ่งไม่รู้จะพูด อย่างไร ไปดูป้ ๒๕๕๓ ห่างจากกองทัพบกประมาณ ๑-๒ เดือน ผลในการตรวจสอบของ ทร. กองทัพเรือนี่จะเรียกว่าสวนทางจากกองทัพบกก็ว่าได้ กองทัพบกบอกดี เยี่ยม ยืนยันลุยต่อ กองทัพเรือบอกว่าอะไรครับ ประเทศยูเครนไม่ให้เข้า ไปดูในรถ ไปถึงประเทศยูเครนแล้วเขาไม่ให้เข้าไปดูในรถ ขอดูช่วงล่างก็ไม่ให้ดู เพราะกลัวว่าจะรู้ว่าเปึนรถย้อมแมวขาย ทดสอบว่ายน้ําก็ไม่ว่ายน้ําโชว์ ทหารเรือเขามี ภารกิจในเรื่องของยุทธการการยกพลขึ้นบก ว่ายน้ําก็ไม่ว่ายน้ําให้ดู สเปกลําเลียงพล จะต้องลําเลียงได้ ๑๑ บวก ๒ หมายความว่าอย่างไร พลรบ ๑๑ คน บวก ๒ คน คือพลขับ และคนประจํารถรวมเปึน ๑๓ คน แต่บีทีอาร์-๓อี๑ บรรทุกได้ ๙ บวก ๒ น้อยกว่า ๒ คน ซึ่งมันชัดเจนมันอยู่ในคุณลักษณะทั่วไป ซึ่งมีหลายบริษัทไม่ว่าจะเปึนบริษัทแบล็ก ฟอกซ์ จากประเทศเกาหลี ไม่ว่าจะเปึนบริษัทพูมา จากประเทศอิตาลี เขาก็โดนตัดออกไป เพราะว่าสเปกเขาไม่ถึง เขาได้ ๙ บวก ๒ เหมือนกับบีทีอาร์-๓อี๑ ครับ และที่สําคัญก็คือ ทราบมาว่าไปดูแล้วไม่มีเรื่องของสายการผลิตที่ประเทศยูเครน ที่ ทร. ไปเห็นดูว่าเปึน อู่ซ่อมธรรมดา แต่ว่าเท่าที่ทราบมา ทบ. บอกว่า ทบ. เห็นเปึนสายการผลิต แต่ ทร. เห็น ไม่เหมือนกัน แว่ว ๆ มาว่าท่านผู้บัญชาการทหารเรือก็อยากจะยกเลิกสัญญาเพราะว่า กลัวจะมีปัญหา แต่รู้สึกแวบ ๆ บอกว่ามีรายการคุณขอมา อย่าเพิ่งยกเลิก ท่านคิดเอาเอง แล้วกันว่าถ้ายกเลิกแล้วใครจะเสียหาย ในขณะที่กองทัพบกจะซื้อ ๙๖ คัน ยังส่งมอบ ไม่ได้ ถ้า ทร. ยกเลิกผมว่ามีคนเจ๊งครับท่านประธาน แล้วอย่างไรต่อครับ กองทัพบกเองก็ ยืนยันจะดําเนินการต่อ ขั้นตอนต่อไปคืออะไรครับ ก็ต้องเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมลงนามเพื่อเข้า ครม. ขออนุมัติเปลี่ยนเครื่องยนต์แล้วก็เกลี่ย นี่คือเปึน เหตุผลที่ สตง. เขาส่งหนังสือถึงเลขาธิการ ครม. เพื่อที่จะให้นําเรียนท่านนายกรัฐมนตรีให้ ช่วยตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย ท่านประธานครับ ผมไม่อยากทําตัวเปึนหมอดูนะครับ แต่ผม บอกว่าถ้าดําเนินการต่อผมว่าจะเห็นแก๊ง ออฟ กห. ขึ้นศาลครับ แก๊ง ออฟ กลาโหมครับ อย่าลืมนะครับ ฝากท่านประธานไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย เรื่องนี้มีคนติดตามแน่นอน ถ้ากองทัพบกไม่รักษาผลประโยชน์ทางราชการ เตือนไว้ก่อนว่าฝ์ายค้านกระชับพื้นที่ แน่นอนท่านประธานครับ กระชับวงล้อมแน่นอนนะครับ ที่ต้องอภิปรายเบรกอย่างนี้ เพราะอะไรท่านประธานครับ มันเปึนงบป้ ๒๕๕๐-๒๕๕๓ เมื่อสักครู่ท่านชัยท่านพูด ที่พูดอย่างนี้เพราะว่าของเก่าลอตแรก ๙๖ คัน ยังไม่มาเลย มาอีกแล้วเฟส ๒ ผูกพัน งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๔ เกราะล้อยางภาค ๒ ๑๒๑ คัน วงเงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยจะใช้วิธีพิเศษ เรียกบริษัทเข้ามาเซ็นสัญญาเลยก็คือบริษัทที่ได้ไปแล้วนี่ละ มีปัญหา แน่ครับ ที่ผมพูดเพื่อที่จะท้วงติงไป งบประมาณนี้ งบประมาณหน้า ขอให้ช่วยกันพินิจ พิจารณาในเรื่องนี้ด้วยครับ ในเรื่องของรถเกราะล้อยาง ฝากท่านประธานไปถึงผู้ที่ เกี่ยวข้องทุก ๆ ท่านเพื่อที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ แก่ทางพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ รายการอาวุธเหลือรายการเดียวครับ ใจเย็น ๆ

เรื่องต่อไปเปึนเรื่องที่ไม่พูดไม่ได้ เพราะว่าเปึนเรื่องที่ต้องจารึกไว้ใน ประวัติศาสตร์เมืองไทย ครั้งแรกครับที่กระทรวงกลาโหมโดนฟัอง โครงการจัดหาอากาศยาน ฝ๊กเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบา ๑๖ ลํา หน่วยจัดซื้อก็คือกรมการขนส่งทหารบกเฮลิคอปเตอร์ ๑๖ ลํา วงเงินก็ ๑,๒๐๐ ล้านบาท ผูกพันงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๔ วิธีจัดหาก็คือ จัดหาโดยวิธีพิเศษเหมือนเดิม ป้ ๒๕๕๒ ขอไป ๓๒๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ขอไป ๓๒๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๔ จะมาขออีก ๔๘๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ กอดไว้อยู่แล้ว ๖๔๐ ล้านบาท จะมาขออีก ๔๘๐ ล้านบาท ที่มาที่ไปมันมี ๔ บริษัทที่ผ่านการประเมิน ของกองทัพบก คณะกรรมการกองทัพบกก็มีบริษัท ชไวเซอร์ แอร์คราฟท์ คอร์ป มีบริษัท เอ็มดี เอ เฮลิคอปเตอร์ อิงค์ ๒ บริษัทนี้จากประเทศอเมริกา มีบริษัท ยูโรคอปเตอร์ จากประเทศฝรั่งเศส มีบริษัท เอ็นสตรอม เฮลิคอปเตอร์ คอร์เปอเรชัน จากประเทศสหรัฐอเมริกา ลําดับขั้นตอน เลยนะครับ ๑๑ สิงหาคม ป้ ๒๕๕๒ มายื่นซองราคาแค่ ๓ บริษัท เพราะว่ายูโรคอปเตอร์ เขาไม่ผ่านเรื่องของซองเทคนิค ถ้าผมฟังไม่ผิดนะครับ ปรากฎว่าใน ๓ บริษัทนั้นท่านประธานฟังดี ๆ บริษัทที่ได้รับคัดเลือกคือบริษัทเอ็นสตรอม ครับท่านประธาน คัดเลือกแปลกไหม ถ้าฟังแค่นี้มันไม่แปลกครับ แต่ที่แปลกก็คือว่า บริษัทเอ็นสตรอมที่ชนะการเป่ดซองราคามาเป่ดซองเปึนบริษัทสุดท้าย เป่ดซองเปึนบริษัท สุดท้ายหมายความว่าอย่างไรครับ ได้เห็นซองราคาของอีก ๒ บริษัทแล้ว เพราะเขาก็อยู่ ด้วยกันตอนเป่ดซอง เห็นซองราคาของอีก ๒ บริษัทแล้ว แปลกตรงไหนก็ยังไม่แปลกครับ แต่ที่แปลกกว่านั้นก็คือพอประธานคณะกรรมการประกวดราคาท่านประธานครับ เป่ดซองปุ็บ อ้ายหยาท่านประธาน บริษัทเอ็นสตรอมเสนอราคา ๓ ราคาท่านประธาน คนอื่นเขาเสนอราคาเดียวครับ บริษัท เอ็นสตรอมเสนอ ๓ ราคา มี ๒๗ ล้านยูเอสดอลลาร์ มี ๓๕ ล้านยูเอสดอลลาร์ มี ๔๖ ล้านยูเอสดอลลาร์ ถ้าท่านประธานเปึนบริษัทเอ็นสตอร์ม ท่านประธานจะเลือกอะไรล่ะครับ เลือก ๔๖ ล้านยูเอสดอลลาร์ แพงกว่าอดแน่ เลือก ๒๖ ล้านยูเอสดอลลาร์ กําไรน้อย เลือก ๓๕ ล้านยูเอสดอลลาร์สิครับ เพราะอะไรครับ บริษัทที่เขาเป่ดซองก่อนที่บริษัทเอ็นสตรอมจะเป่ดซองที่ต่ําสุดคือบริษัทชไวเซอร์ เสนอราคาอยู่ที่ ๓๗ ล้านเหรียญยูเอสดอลลาร์ ก็หมายความว่าบริษัทเอ็นสตรอมถูกกว่าเขา ๒,๐๐๐,๐๐๐ เหรียญยูเอสดอลลาร์แล้วอย่างไรท่านประธานครับ ผมว่าโดยเซนส์ (Sense) นะครับ ค่อนข้างจะชัดเจนว่ามันขัดต่อระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ป้ ๒๕๓๕ เสนอซองได้ครับ ประธานบอกบริษัทเอ็นสตรอมอยากเสนอซอง ๓ ราคาเสนอได้ แต่พิจารณาไม่ได้ครับ เสนอ ๓ ราคา คุณได้เปรียบคนอื่นเขา รับไม่ได้ พิจารณาไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ เสร็จแล้วเกิดอะไรขึ้นท่านประธาน วันที่ ๑๑ สิงหาคม เริ่มต้นคือการเป่ดซอง วันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ กระทรวงกลาโหมโดยกองทัพบก ขส.ทบ. เรียกบริษัทเอ็นสตรอม เข้ามาเพื่อที่จะมาตกลงในเรื่องของเงื่อนไขการส่งมอบ การจ่ายเงินก่อนที่จะลงนาม ในสัญญา บริษัทเอ็นสตรอมก็มาขอทําความตกลงกับกรมการขนส่งทหารบกครับ บอกว่าจะขอส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ ๑๖ ลํา แบ่งเปึน ๕ งวด เบิกงวดหนึ่งจ่ายเงินงวดหนึ่ง เบิกงวดหนึ่งจ่ายเงินงวดหนึ่งอย่างนั้น แต่ข้อตกลงที่บริษัทเอ็นสตรอมมาขอไม่ใช่แค่ส่ง ๕ งวด ส่ง ๕ งวดแล้วต้องทําความเข้าใจว่าเฮลิคอปเตอร์นี้เปึนเฮลิคอปเตอร์เพื่อฝ๊กบิน ทางยุทธวิธี เครื่องเฮลิคอปเตอร์ต้องมาพร้อมกับเรดาร์ประจําเครื่อง ๑๖ ลํา ก็คือ ๑๖ เครื่อง ปรากฏบริษัทเอ็นสตรอมมาขอทําความตกลงว่า ๔ งวดแรกที่จะส่ง ๑๔ ลํา ขอส่งไปก่อน ได้ไหม แล้วอีก ๒ ลําที่เหลือในงวดสุดท้าย งวดที่ ๕ จะส่งพร้อมกับเรดาร์ ๑๖ เครื่อง เครื่องบินไว้ใช้ครับ ใช้ฝ๊กครับ ไม่มีเรดาร์ มันก็ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ คือบินได้ ๑๔ ลํา ถ้าส่งมา แต่ว่ามันฝ๊กเรดาร์ไม่ได้ ทีนี้ตามระเบียบพัสดุเขาบอกไว้ค่อนข้างชัดครับว่า มันจะต้องส่งมอบเปึนเรื่องของคอมพลีท เซ็ท (Complete set) หมายความว่ามาทั้ง ฮ. มา ทั้งเรดาร์ ฉะนั้นคําถาม ทบ. ไปยอมความตกลงในเงื่อนไขอย่างนี้ได้อย่างไร ถ้าบริษัทเอ็นสตรอม ไม่มีความพร้อมก็ต้องยกเลิกสัญญาท่านประธานครับ ต้องไปเอาคนอื่นเขา ไม่ใช่มา เอากันอย่างนี้ ตะบี้ตะบันจะเอา ทีนี้บริษัทที่เขาเสียประโยชน์ก็คือบริษัทชไวเซอร์ เขาก็ร้องไปที่ สตง. ครับ สตง. ก็มีหนังสือไปถึงปลัดกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการ ทหารบกประมาณปลายป้และต้นป้ ๒๕๕๒ คือเดือนธันวาคม ๒๕๕๒ กับมกราคม ๒๕๕๓ สตง. ท่านแย้งไปเรื่องของการเสนอราคา ๓ ราคา แล้วก็ประกอบกับอีกหลายรายการ ซึ่งดูแล้วบริษัทเอ็นสตรอมจะไม่สามารถจัดหาได้ตามกับที่ทีโออาร์นั้นกําหนด สตง. ก็เลยขอให้ทางกองทัพบกทบทวนการพิจารณา ฮ. ให้ถูกต้องตามระเบียบแล้วก็หลักการด้วย แต่ ทบ. ก็ดึงเรื่องไว้ครับท่านประธานเชื่อไหมว่าเครื่องบินฝ๊กนี่ สถาบันการบินพลเรือน ท่านประธานครับ เขาเลิกซื้อแล้วท่านประธานครับ เพราะอะไร มีหนังสือออกมาชัดเจน ท่านประธานสมชายผมมีหลักฐานครับ เขาเลิกซื้อแล้วเพราะว่าเครื่องมันร้อนจัด ไม่สมควรต่อการที่จะมาใช้ในการปฏิบัติการฝ๊กบิน ทบ. จะเอาครับทําอย่างไร ก็ตะแบงต่อไป สุดท้ายไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ําตา บริษัทสยามเทลเท็กซ์ซึ่งเปึนตัวแทนประจําประเทศไทย ของบริษัทชไวเซอร์ท่านประธานครับ นําเรื่องขึ้นฟัองศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๓ ๒ เดือนที่แล้วท่านประธานครับ เช้าฟัอง บ่ายประมาณสี่โมงครึ่งมีคําสั่งรับฟัอง นิมิตหมายใหม่ครับ ศาลเริ่มไต่สวน วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ขณะไต่สวนศาลก็พยายามเจรจาหารือกับทางกองทัพนะครับ ว่าชะลอโครงการก่อนได้ไหม กองทัพก็บอกว่าชะลอไม่ได้ เพราะว่าจะต้องจัดหาให้เสร็จ จะต้องดําเนินการให้เสร็จภายใน ๓๐ มิถุนายน เพราะบริษัทเอ็นสตรอมมีหนังสือยืนราคา มาถึงแค่ ๓๐ มิถุนายนเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ๑๖ มิถุนายน ศาลก็เลยออกคําสั่ง ระงับคําสั่งจําเลยทั้ง ๙ คน ไม่ให้ดําเนินการลงนามในสัญญาจนกว่าจะมีคําพิพากษา หรือคําสั่งศาลเปึนอย่างอื่น ๙ คนครับจําเลย อยากทราบไหมครับว่ามีใครบ้างกระทรวงกลาโหม ท่านรัฐมนตรี กองทัพบก ท่านผู้บัญชาการทหารบก ขสทบ. เจ้ากรม ขสทบ. แล้วก็มี กรรมการฝ์ายจัดซื้ออีก ๓ คน รวมเปึน ๙ คน ท่านประธานที่เคารพครับ โดยสรุปก็คือว่า ด้วยเหตุผลที่ผมได้นําเรียนท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกเสมือนกับว่า การจัดงบประมาณของป้ ๒๕๕๔ นี้ให้กับกระทรวงกลาโหมมันสูงเกินความจําเปึน มีคําถาม ออกมาว่าจัดงบเอาใจทหารหรือเปล่า แทนที่จะเอาไปใช้ประโยชน์ให้เกิดแก่พี่น้องประชาชน ที่มีความจําเปึน นอกจากนั้นเรื่องการตรวจสอบอย่างที่บอกคือยากลําบากครับ มีแต่ความลับ ทุจริตมันก็มี นาน ๆ มันก็จะมีกลิ่นออกมา ผมเองพูดตรง ๆ เลยว่าการที่จะไปตรวจสอบ การทุจริตในการจัดซื้ออาวุธของกองทัพมันหายาก เพราะว่ามันหาพวกหน่วยกล้าตายที่จะ ไปฟัองร้องกองทัพยากครับ และเอกสารเหล่านี้ก็เปึนเอกสารที่ลับ ท่านประธานเชื่อไหม ตอนที่ประชุมคณะกรรมาธิการการทหารท่านรองผู้ว่าการพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ท่านรอง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านมาชี้แจงเรื่องของอันนี้เฮลิคอปเตอร์กับรถเกราะ ท่านบอก เลยครับ สอบ ๆ ทหารอยู่เรื่องทุจริตนี่ครับ โดนขู่ครับ ขู่ว่าอะไรครับ ไม่ได้ขู่ท่านครับ คนที่ โดนสอบบอกว่า ถามว่าใครมาร้องวะ เดี๋ยวอุ้มแม่งเลย ท่านรองพิศิษฐ์ท่านก็บอกว่า ท่านคิดในใจครับ แกบอกแกตกใจครับ อุ้มคนร้องแล้วจะอุ้มคนตรวจด้วยหรือเปล่า เพราะแกก็นั่งอยู่ตรงนั้น ท่านบอกตัวแกไม่มีปัญหาครับ แกตบะแข็งแล้ว แต่ลูกน้องแก ที่เปึนเด็ก ๆ ก็ห่วงครับ นี่คือการคุกคามอย่างหนึ่งที่ท่านรองพิศิษฐ์ก็บอกว่าการตรวจสอบ งบกองทัพไม่ใช่เรื่องง่าย ท่านประธานที่เคารพที่สําคัญที่สุดอีกอันหนึ่งก็คือ ไม่พูดไม่ได้เลย งบประมาณของกองทัพโดนตัดลดมา กระทรวงกลาโหม ๒,๕๓๓ ล้านบาทไม่กระทบ แน่นอนครับที่ตัดลดลงมาโดยคณะกรรมาธิการ ผมเองชีช้ําครับท่านประธาน อยากจะ ตรวจสอบเพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งที่สุดในงบประมาณที่จะลงไปสู่ทางกองทัพให้พี่น้อง ประชาชนได้เกิดประโยชน์ที่สุด ตัดลดไม่ได้ ตัดลดไม่ได้แล้วอย่างไรครับ มีแปรญัตติเพิ่ม มาอีก วันที่ ๒๙ เดือนที่แล้วครับท่านประธาน วันสุดท้ายของการพิจารณางบประมาณ ที่หน่วยงานหมดแล้ว ก็คือเปึนวันที่มีการแปรญัตติเพิ่ม มีการสรุปเรื่องของการตัดลด ปรากฏว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ ท่านบอกว่าเดี๋ยวจะมีหน่วยงานมาอุทธรณ์ ฉะนั้นขอตั้ง ๑๓ คนเปึนกรรมการ เปึนตัวแทน ของพวกเราทั้งคณะขึ้นไปอุทธรณ์เขาแล้วกัน ผมเองโชคไม่ดีครับไม่มีโอกาสเข้าไปเปึน ๑ ใน ๑๓ ในฝ์ายของผมมีท่านกนก มีท่าน ส.ส. ชูวิทย์ กุ่ย เข้าไป