อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สงวนความเห็นเกี่ยวกับมาตรา 17(8) และเสนอแก้ไขสํานักงานรายได้เป็นสํานักงานกองทุน พร้อมหารือเรื่องการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรของเกษตรกร โดยให้ความกรุณาปล่อยให้เกษตรกรแก้ปัญหาของตนเอง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม กรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ๑๓ ท่านได้ขอสงวนความเห็นในมาตรา ๑๗(๘) ไว้ดังนี้ และเหตุผลคําว่า สํานักงานรายได้ นั้นผมได้เสนอให้ตัดออก และให้แก้ไขเป็น สํานักงานกองทุน ดังต่อไปนี้คือ
(๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดให้
(๒) รายได้จากค่าธรรมเนียมพืชผลการเกษตรส่งออกต่างประเทศแต่ละ ชนิดคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เข้ากองทุน
(๓) เงินอุดหนุนจากรัฐบาลหรือได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจําปี ของทุกปี
และเขียนไว้นั้นก็ (๑) เป็น (๔) และ (๒) เป็น (๕) เรียงตามลําดับ และ (๓) เป็น (๖) (๔) เป็น (๗) ด้วยเหตุผลท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องเกษตรกรของผม ทั่วประเทศนั้นได้พยายามต่อสู้เพื่อจะแก้ไขปัญหาของตัวเอง วันนี้เรามีกองทุนหลายกองทุน ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่น้อยกว่า ๑๓ กองทุน แต่กองทุนแต่ละกองทุนนั้น ก็มีกฎหมายรองรับและมีเหตุผลหลาย ๆ อย่างด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตามกองทุนที่เกิด ขึ้นมาที่ผ่านมานั้นไม่ประสบความสําเร็จตรงไหน พี่น้องประชาชนของผมไม่ได้ประโยชน์ อย่างไร กองทุนต่าง ๆ นั้นส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องมือของนักบริหาร เมื่อเวลาจะใช้เงินซึ่งใช้ เงินตามปกติไม่ได้ หรือใช้งบกลางไม่ได้ก็จะมาใช้เงินช่องทางไม่ว่ากองทุน คชก. ไม่ว่ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ไม่ว่ากองทุนอะไรต่าง ๆ อีกเยอะแยะประมาณไม่ตํ่ากว่า ๑๓ กองทุน ในขณะเดียวกันนั้นเวลาพี่น้องเกษตรกรจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ไม่สามารถจะได้ผลประโยชน์อย่างโดยตรง กว่าจะถึงพี่น้องเกษตรกรก็เหมือน แท่งไอศกรีมดูดกันแล้วดูดกันอีก ดูดไม่รู้จะดูดอย่างไรจนไม้ไอศกรีมผุ เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้พวกเรามีความปรารถนาที่อยากจะผลักดันร่าง พ.ร.บ. สภาเกษตรกร แห่งชาติ พ.ศ. .... ขึ้นมาก็เพื่อจะให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องเกษตรกรดังข้อมูลที่มี ตามที่บัญญัติไว้บางมาตราแล้วว่ามีทั้งสภาจังหวัด มีทั้งสภาระดับชาติ สภาระดับจังหวัดนั้น มีองค์ประกอบดังที่ทราบกันอยู่แล้วว่าองค์ประกอบที่มาจากการเลือกตั้งจากพี่น้อง เกษตรกรกันเอง ๑๖ ท่าน และมาจากอีแอบอีกประมาณ ๗ ท่าน และระดับประเทศนั้น ให้มาจากการเลือกตั้ง ๗๖ ท่าน คือจังหวัดละ ๑ ท่าน ในขณะเดียวกันก็มีอีแอบอีก ๒๓ ท่านที่เข้ามา แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นรัชกาลที่ ๕ ได้ปลดทาสออกไปเรียบร้อยแล้ว แต่วันนี้อยากจะวิงวอนสภาแห่งนี้กรุณาปล่อยทาสให้ พี่น้องเกษตรกรได้มีโอกาสได้แก้ปัญหาของตัวเองบ้าง เหตุผลที่ผมขอให้ตัดคําว่า รายได้ และให้เพิ่มเป็นคําว่า กองทุน ถามว่ากองทุนมันก็ไม่ได้ไปเดือดร้อนใคร สินค้าเกษตร ทุกตัวที่ผ่านมา ผมขออนุญาตนําเสนอเพื่อให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้เข้าใจว่า กองทุนที่ผ่านมา ยกตัวอย่างกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเพื่อนําเหตุผลมาประกอบ ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เราเก็บมาจากค่าพรีเมียม (Premium) ข้าวหรือว่า ชาวนาโดยเฉพาะเลย สมัยก่อนขายข้าวเกวียนหนึ่ง ๑,๗๐๐ บาท แต่เกษตรกรต้องถูกหัก ค่าพรีเมียมประมาณตันละหรือเกวียนละประมาณ ๒,๕๐๐ บาท ก็แสดงว่าวันนี้รัฐบาล เก็บค่าต๋งมากกว่าข้อเท็จจริง นั่นคือเหตุผลประกอบ ในขณะเดียวกันนั้นวันนี้เรามี สภาจังหวัดเพื่อจะแก้ไขปัญหาแต่ละพื้นที่ของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลทุกรัฐบาล จะบอกเสมอว่าเราต้องการจะแบ่งโซนนิ่ง (Zoning) แบ่งการเพาะปลูก มีระบบการจัดการ ตั้งแต่ผลิต แปรรูป หรือการตลาด เพื่อจะให้สอดคล้อง เราได้ตั้งสํานักงานตลาดซื้อขายล่วงหน้า แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่เกิดผลเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมกราบเรียนว่าในการแก้ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรนั้น วันนี้ทําไม เกษตรกรไม่ว่าชาวนาชาวไร่ชาวสวนพอเดือดร้อนผลผลิตตกตํ่าก็วิ่งไปซบตรงโน้นที ซบตรงนี้ทีก็แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ด้วยเหตุผลที่ผมอยากจะตัดคําว่า รายได้ อย่างที่ท่านสมาชิกได้นําเรียนไปเมื่อสักครู่นี้ว่า คําว่า รายได้ คือรับรายได้เข้ามาอยู่ใน กองทุน แต่ไม่มีโอกาสที่จะไปหมุนเวียนให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้เลย ก็เหมือนเอาไว้ ที่สํานักงาน แต่คําว่า กองทุน ที่เกิดขึ้นที่ผมเสนอเพิ่มเติมนั้นก็เพื่อให้เกิดประโยชน์ชัดเจนว่า เงินพี่น้องเกษตรกรที่เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของเขาที่รัฐบาลส่งสินค้าออกไปต่างประเทศนั้น ก็ควรจะกลับมาสู่กระบวนการของเขา ท่านประธานที่เคารพ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้น ถ้าหากว่าวันนี้เรามีกองทุนระดับจังหวัด ระดับภาค การแก้ปัญหาระดับจังหวัด ผมยกตัวอย่าง เช่น จังหวัดลพบุรีของผมนั้นวันนี้มีทั้งทํานา มีทั้งทําไร่ มีทั้งทําสวนครบ แล้วถ้าเขามีกองทุนเขาก็สามารถจะแก้ปัญหาได้ การที่รัฐบาลมีโครงการจํานําข้าว หรือจํานําสินค้าต่าง ๆ นั้นก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่าเขาเรียกปล้นกันทั้งระบบ แต่วันนี้ในเมื่อเรามี ตัวแทนของเขาแล้วก็ให้เขาแก้ปัญหาของเขาเองครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติว่าผมเป็นเสียงข้างน้อย ๑๓ ท่าน ในซีกของพรรคเพื่อไทย ในโควตาที่พรรคเพื่อไทยเสนอมามีทั้งหมด ๑๓ ท่านด้วยกัน มีสมาชิกจากพรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน และมีจากพรรคราษฎร ๑ ท่าน ถือว่าเสียงข้างน้อย ในคณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า ผมอยากจะนําเสนอและทําความเข้าใจกับสมาชิกผู้มีเกียรติว่าขอความกรุณาขอให้ตัด คําว่า รายได้ ออก และเติมคําว่า กองทุน ผมถามว่า เติมคําว่า กองทุน นี่มันจะมี การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ ก็เหมือนกับผมอยากยกตัวอย่างให้เห็นว่า ถ้าพี่น้องเกษตรกร มีปัญหาเรื่องนํ้าเขาก็สามารถเอากองทุนไปหมุนเวียนในพื้นที่เขาได้ สินค้าตกตํ่า ไม่ว่าข้าวโพด ไม่ว่าข้าว หรือไม่ว่าแต่ละพื้นที่ผลหมากรากไม้แต่ละจังหวัดนั้น เขาก็สามารถเอาเงินกองทุนนี้ไปแก้ปัญหาตั้งแต่เริ่มผลิต แปรรูป การตลาด ตรงนี้ มันก็สามารถที่จะมีสภาเกษตรกรแห่งชาติที่เขาฝันเหลือเกินว่าอยากให้มีสภาเกษตรกร ก็เพราะอย่างนี้แหละครับ เราได้ต่อสู้กันมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ปี ๒๕๑๙ พอจะเข้าสภาที ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายนี้อาถรรพ์ สภายุบทุกที