จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือเรื่องการสอบใบประกอบโรคศิลปะแพทย์แผนไทย โดยขอการดำเนินการแก้ไขเพื่อให้การสอบดำเนินต่อไปโดยไม่ยกเลิก และยังหารือเรื่องพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการด้านสาธารณสุข โดยมีเจตนารมณ์ที่จะช่วยลดการฟ้องร้องแพทย์ลง และตั้งคณะกรรมการที่จะหารือระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่มีความเห็นต่าง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มี ๒ ประเด็นนะครับที่เพื่อนสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมาหารือเมื่อสักครู่
ประเด็นแรก เกี่ยวข้องกับเรื่องของการสอบใบประกอบโรคศิลปะแพทย์แผนไทย ประเด็นนี้กําลังดําเนินการแก้ไขอยู่ครับ เพราะว่าปรากฏว่าตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ข้อสอบรั่ว เพราะฉะนั้นเมื่อวานซืนผู้ที่เข้าสอบจํานวนหนึ่งก็ได้มาพบผมที่กระทรวง สาธารณสุข แล้วผมก็ได้มอบหมายให้คณะกรรมการที่เขารับผิดชอบเรื่องนี้ได้เดินทางมา พบกับตัวแทนของผู้เข้าสอบ ซึ่งได้พบปะกันแล้วเมื่อวานตอนช่วงบ่ายครับ ซึ่งก็ได้ ความเห็นร่วมกันว่า คณะกรรมการที่จัดให้มีการสอบนั้นก็จะรับความเห็นของผู้ที่เข้าสอบ ที่เขาอยากจะให้เดินหน้าต่อไปโดยไม่จําเปึนต้องมีการยกเลิกนะครับ เพราะว่าจะกระทบ กับคนที่เข้าสอบ แต่ทั้งหมดนี้ก็เปึนอํานาจของกรรมการตามกฎหมาย ซึ่งวันศุกร์ที่ ๖ นี้ ก็จะมีการประชุมกันนะครับ แต่ว่าถึงอย่างไรก็ตาม คณะกรรมการที่รับผิดชอบก็ได้มารับทราบความเห็นของผู้ที่มา ร้องเรียนเรียบร้อยแล้ว แล้วขณะเดียวกันผมก็ได้สั่งการเมื่อเช้าอีกรอบหนึ่งว่าอธิบดีกรม สนับสนุนบริการสุขภาพซึ่งเขารับผิดชอบหน่วยงานที่จัดให้มีการสอบใบประกอบโรคศิลปะ ของแพทย์สายต่าง ๆ นั้นจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบขึ้นมาแล้วหาตัวผู้กระทําผิด ให้ได้ นอกจากการที่จะต้องไปแจ้งความดําเนินคดีตามกฎหมายกับพนักงานสอบสวน ซึ่งเขาได้ดําเนินการไปแล้ว อันนี้ก็คือสิ่งที่ขอเรียนในประเด็นที่ ๑ ครับ
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับ บริการด้านสาธารณสุข ซึ่งนายแพทย์ประสิทธิ์ได้หยิบยกขึ้นพูดเมื่อสักครู่ว่าแก้ไขไม่ตรงจุด การตั้งกรรมการ รัฐบาลตั้งกรรมการมากจนเวียนหัวไปหมดแล้ว ควรทําเวิร์คชอป แล้วให้ ทั้ง ๒ ฝ์ายได้มาคุยกัน ๑ เดือน ๒ เดือนก็จะจบได้ ความจริงแนวทางที่ทางกระทรวง สาธารณสุขได้ดําเนินการขณะนี้ก็เปึนแนวทางที่เรียกได้ว่าไม่ต่างจากแนวความคิดของ คุณหมอประสิทธิ์ที่ได้เสนอเมื่อสักครู่ เพียงแต่ไม่เรียกว่าคณะกรรมการทําเวิร์คชอป เท่านั้นเองครับ แต่ว่าคณะกรรมการที่กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งขึ้นซึ่งผมได้ลงนามไป เมื่อวานก็เกิดจากการที่ได้นําทั้ง ๒ ฝ์ายมาหารือร่วมกัน โดยผมมอบหมายให้ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขเปึนประธาน ทั้ง ๒ ฝ์ายที่ว่าก็คือทั้งฝ์ายที่สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติที่มีความเห็นว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีส่วนช่วยในการตั้งกองทุน ขึ้นมากองทุนหนึ่ง ถ้าสมมุติว่ามีผู้ป์วยได้รับความเสียหายจากบริการด้านสาธารณสุข ก็สามารถที่จะใช้เงินกองทุนก้อนนี้ชดเชยเยียวยาความเสียหายได้ทันท่วงที ไม่ต้องรอให้ ไปขึ้นศาลเพื่อพิสูจน์ความถูกผิด ซึ่งจะต้องใช้เวลาหลายป้ทีเดียว และถ้าผู้ป์วย ผู้เสียหาย ได้รับเงินชดเชยทันท่วงทีก็จะช่วยลดการฟัองร้องแพทย์ลงมาได้ อันนี้เปึนเจตนารมณ์ เบื้องต้นของกฎหมาย เพราะฉะนั้นฝ์ายสนับสนุนก็สนับสนุนในแนวทางนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีฝ์ายที่มีความเห็นต่าง ซึ่งเท่าที่ผมตรวจสอบจํานวนหนึ่งก็คือยังติดขัดในรายละเอียด ของพระราชบัญญัติในบางประเด็น เพราะฉะนั้นผมจึงมีแนวความคิดขอให้ท่านปลัดกระทรวง ได้เชิญ ๒ ฝ์ายมาหารือ ซึ่งได้มีการหารือกันเสร็จสิ้นแล้ว แล้วก็มีความเห็นร่วมกันว่า ควรจะได้ตั้งคณะทํางานขึ้นมาชุดหนึ่ง ความจริงก็ไม่ได้เรียกว่าเวิร์คชอป มันก็คือ คณะกรรมการที่จะนํา ๒ ฝ์ายมาพบกัน ซึ่งขณะนี้ผมได้ลงนามไปเรียบร้อยแล้ว ฝ์ายสนับสนุนก็มีอยู่ ๘ ท่าน ฝ์ายที่ยังมีความเห็นแย้งก็มีด้วยกัน ๘ ท่าน ส่วนที่เหลือก็เปึน บุคลากรในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อมาช่วยทําหน้าที่ประธานในที่ประชุมและมา ทําหน้าที่เลขานุการ เพื่อให้การหารือของ ๒ ฝ์ายสามารถที่จะเดินหน้าไปได้ ขณะเดียวกัน ก็ได้เรียนเชิญผู้แทนจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้ามาเปึนที่ปรึกษาด้วย เผื่อทั้ง ๒ ฝ์ายเมื่อหารือกันแล้วยังไม่ชัดแจ้งในข้อกฎหมายว่ามันหมายความว่าอย่างไร ตีความว่าอย่างไร ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็จะได้ช่วยชี้แจงในเฉพาะ ข้อกฎหมายได้ว่ามันแปลว่าอะไร หมายความว่าอย่างไร ทั้ง ๒ ฝ์ายก็จะได้เจรจา ทําความเข้าใจกันได้ด้วยความราบรื่น ซึ่งผมก็หวังว่าหลังจากได้ตั้งคณะกรรมการแล้ว คณะกรรมการชุดนี้ก็จะประชุมโดยเร็วที่สุดเมื่อทั้ง ๒ ฝ์ายพร้อม แล้วก็จะสามารถหา ข้อสรุปร่วมกันได้ในเวลาอันสมควร ซึ่งถ้าหากว่าได้ข้อสรุปร่วมกันแล้ว ประเด็นใดบ้าง ที่ยังเห็นว่าควรปรับปรุงแก้ไขไปจากร่างเดิมโดยเฉพาะร่างของคณะรัฐมนตรี ผมก็จะช่วย รับเรื่องนั้นมาเพื่อที่จะประสานกับฝ์ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ข้อตกลงทั้ง ๒ ฝ์ายสามารถบรรลุ ความประสงค์ได้ในการพิจารณาเมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป อันนี้ ก็เปึนแนวที่วางไว้เบื้องต้นนะครับ ส่วนผลจะเปึนอย่างไรก็หวังว่าทั้ง ๒ ฝ์ายน่าจะพูดจา กันด้วยเหตุด้วยผลแล้วก็ทําความเข้าใจซึ่งกันและกันได้แล้วก็ได้ข้อสรุปในที่สุดครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อทราบและเรียนคุณหมอประสิทธิ์ได้ทราบด้วยครับ