รัชดา ธนาดิเรก หารือประเด็นงบประมาณการประชุมระหว่างประเทศที่ถูกลดลง โดยชี้ให้เห็นความสำคัญของการแสดงจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาคมอาเซียน พร้อมทั้งแสดงความห่วงใยต่อการตัดงบประมาณโครงการสนับสนุนภารกิจต่างประเทศแบบบูรณาการ 100% และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการชี้แจงเหตุผล พร้อมกังวลว่าอาจกระทบต่อโอกาสในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้แปรญัตติขอปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศไว้ที่ร้อยละ ๑ ค่ะ ที่จริงแล้วไม่ได้มีเจตนาที่จะตัดวงเงินในการบริหารราชการของกระทรวง การต่างประเทศเลย แต่ที่เสนอขอไว้ร้อยละ ๑ นั้นเพื่อที่จะหวังว่ากระทรวง การต่างประเทศจะได้มีโอกาสแปรญัตติกลับไปและนําไปใช้ในหมวดที่มีความจําเปึนค่ะ ร้อยละ ๑ ของดิฉันนั้นจึงเปึนตัวเลขที่มีความแตกต่างจากที่คณะกรรมาธิการได้ปรับลดไว้ ถึงร้อยละ ๕ สภาวการณ์ประเทศ ณ ขณะนี้ดิฉันคิดว่าบทบาทของกระทรวง การต่างประเทศเปึนบทบาทที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง เราต้องการเงินทุนจากต่างประเทศ เข้าสู่ประเทศไทยของเรา เราต้องการนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ แต่ถ้าหาก ภาพลักษณ์ของเราไม่สามารถสื่อสารไปยังประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศได้ อย่างชัดเจน ใครที่ไหนเล่าจะกล้าเข้ามาสู่ประเทศไทยของเรานะคะ ดังนั้นการที่ปรับลด ไปจํานวนถึงร้อยละ ๕ หรือคิดเปึน ๓๗๐ ล้านบาท ดิฉันคิดว่ามันค่อนข้างที่จะโหดร้ายต่อ กระทรวงที่ถือว่าเปึนประชาสัมพันธ์เปึนหน้าต่างของประเทศไทยสู่เวทีโลกทีเดียวค่ะ บทบาทของกระทรวงการต่างประเทศนั้นมีหน้าที่สําคัญที่จะต้องส่งเสริมและพัฒนา ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เพื่อนสมาชิก ที่ได้ร่วมอภิปรายในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศก็พูดกันไปมากมายว่าจริง ๆ แล้ว เราน่าจะเร่งสร้างกระชับความสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่ม ประเทศอาเซียน แต่ถ้าปรับลดงบประมาณเสียขนาดนี้ อย่างเช่น งบประมาณรายจ่าย ที่ใช้ในการจัดประชุมระหว่างประเทศและประชุมนานาชาติเราจะมีโอกาสมากแค่ไหน ที่จะไปพบปะและเจรจาในสิ่งที่เปึนประเด็นสําคัญ
อีกเรื่องหนึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนของการเจรจาและประชุมนานาชาติในครั้งนี้ กรรมาธิการปรับลดไปถึง ๑๐ ล้านบาท ทั้งที่ขอตั้งไว้เพียงแค่ ๕๙ ล้านบาท กรรมาธิการ คิดว่าการจัดประชุมในประเทศและนอกประเทศเพี่อที่จะสร้างความมั่นใจให้ประเทศ เพื่อนบ้านรู้จักประเทศไทยนั้นไม่มีความสําคัญหรืออย่างไรคะ หรือกลัวว่าถ้าประเทศไทย เปึนเจ้าภาพจัดการประชุมที่สําคัญแล้วจะมีกลุ่มคนไม่หวังดีมาทําลายการประชุมแล้ว สร้างความเสียหายเกิดขึ้นอีก เลยคิดว่าตัดงบประมาณมันออกไปเสียเลย ถ้าคิดเปึนเช่นนั้นก็เปึนสิ่งที่น่าเสียใจอย่างยิ่งนะคะ และบทบาทที่ผ่านมาที่ประเทศไทย ของเราได้พยายามที่จะสื่อสารความชัดเจน ในจุดยืนในเรื่องของสิทธิมนุษยชนให้กับ ประเทศเพื่อนบ้าน และองค์กรระดับนานาชาติได้เข้าใจ ดิฉันถือว่าเปึนสิ่งที่จําเปึนอย่างยิ่ง เพราะ ณ ขณะนี้ในกลุ่มประชาคมอาเซียนที่เรารู้กันอยู่ว่า ในอีกไม่กี่ป้ข้างหน้านั้นจะต้อง รวมเปึนหนึ่งเดียว และปณิธานที่เราร่วมตั้งกันขึ้น ก็คือมีกลไกทางด้านสิทธิมนุษยชน ประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เปึนประธานอาเซียน ณ วันนี้หากไม่แสดง จุดยืนในเรื่องของนางออง ซาน ซูจี และในเรื่องสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ ประเทศไหนคะจะมี ความมั่นใจว่า อาเซียนของเราจะสามารถรวมกันเปึนประชาคมหนึ่งเดียวได้ และสิ่งที่ ประเทศไทยกําลังทําอยู่ในเรื่องสิทธิมนุษยชนนี้ ดิฉันเชื่อว่าถ้าหากได้ติดตามข่าวเปึน อย่างดี ก็คงจะรู้ว่านานาชาตินั้นขานรับจุดยืนที่ชัดเจนของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ค่ะ ไม่มีประเทศใดที่รู้สึกว่าสิ่งที่เราทําอยู่นั้นเปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลยนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งนะคะว่างบประมาณในส่วนของค่าใช้จ่ายโครงการยุทธศาสตร์ ไทยต่อโลกมุสลิม ท่านกรรมาธิการได้ตัดไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันไม่เห็นด้วย ในประเด็นนี้ เพราะว่า ณ วันนี้โลกมุสลิมถือว่าเปึนกลุ่มประเทศที่มีอิทธิพลทางด้าน เศรษฐกิจและวัฒนธรรมเปึนอย่างยิ่ง ดิฉันอยากจะให้ประเทศไทยมีบทบาทเชิงรุก มีบทบาทที่เด่นชัดกว่านี้ในการมีมิตรไมตรีจิตที่ดีกับโลกมุสลิม ไม่ใช่เฉพาะประเทศ ที่อยู่ในกลุ่ม โอไอซี (OIC) เท่านั้นนะคะ แต่ควรจะเปึนกลุ่มประเทศที่มีประชาชนนับถือ ศาสนาอิสลามแม้ว่าจะเปึนชนกลุ่มน้อย แต่ก็ถือว่าชาวมุสลิมจํานวนประชากรในโลกนี้ ก็มีถึงประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านคน ถือว่าเปึนกลุ่มคนที่มีอํานาจในทางเศรษฐกิจและ วัฒนธรรม หากประเทศไทยของเราสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้ นอกจากเราจะ ขยายตลาดแล้ว ยังเชื่อว่าจะเปึนสะพานที่เชื่อมโยงความเข้าใจในเรื่องของปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนกับโลกมุสลิมได้เปึนอย่างดีด้วย แต่ว่าถูกตัดไปอย่างนี้ดิฉันก็ถือว่า เสียดายโอกาสที่เราจะได้ดําเนินการในสิ่งที่ดี ๆ ต่อไปนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง เพราะว่างบประมาณที่กระทรวงการ ต่างประเทศขอมาเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนภารกิจต่างประเทศแบบบูรณาการ ทางกระทรวงการต่างประเทศขอไว้ ๓๐๐ ล้านบาท ทางคณะกรรมาธิการก็ตัดไปหมดเลย ทั้ง ๓๐๐ ล้านบาท ดิฉันเข้าใจดีค่ะว่ากรรมาธิการคงมีข้อห่วงใยในเรื่องของการวัดผลผลิต ความสําเร็จว่าจะวัดกันอย่างไร เพราะว่าเมื่อมันเปึนงบบูรณาการแล้ว กิจกรรมต่าง ๆ ที่เปึนการบูรณาการระหว่างกระทรวง ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวง อุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือว่ากระทรวงกลาโหมที่มี การดําเนินการในต่างประเทศ จะวัดความสําเร็จว่าใครจะเปึนแม่งาน ความคุ้มค่าของ งบประมาณที่ใช้ไปจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ดิฉันเข้าใจดีเพราะว่าประเด็นในเรื่องงบโครงการ บูรณาการนี้ก็ถูกตัดมาแล้วครั้งหนึ่งในป้ที่แล้ว แต่ว่าการที่จะตัดไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เช่นนี้ เลย ดิฉันก็คิดว่ามันก็คงไม่เปึนธรรมกับกระทรวงการต่างประเทศนัก เพราะว่าเราต้อง ยอมรับว่างานหลาย ๆ เรื่องที่ดําเนินการในต่างประเทศต้องมีแม่งาน และทุก ๆ ครั้ง กระทรวงการต่างประเทศก็ได้รับบทบาทหน้าที่ตรงนี้ แต่ถ้าหากไม่มีเลย เวลามีข้อขาด เหลือในเรื่องต่าง ๆ แล้ว ใครจะเปึนผู้ประสานงานต่าง ๆ และงบที่ตัดไปถึง ๓๗๐ ล้านบาท ดิฉันก็เปึนห่วงอย่างยิ่ง เพราะว่าประเทศไทยเรา ณ ตอนนี้มีนโยบายที่จะขยายสถานทูต แล้วก็กงสุลด้วย การที่งบประมาณถูกตัด ก็ทําให้มีข้อห่วงใยต่อการดําเนินการในเรื่อง นั้น ๆ ด้วย
สุดท้ายก็คงอยากจะขอความชัดเจนจากท่านกรรมาธิการว่าด้วยเหตุใด โครงการสนับสนุนภารกิจต่างประเทศแบบบูรณาการถึงตัดไปทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และในส่วนของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมนานาชาติ ถ้าตัดไปมากเสียขนาดนี้แล้ว โอกาสที่เราจะเปึนศูนย์กลางของเศรษฐกิจ ศูนย์กลางของ การท่องเที่ยว โอกาสที่เราจะสร้างความเข้าใจ สร้างความมั่นใจให้กับประเทศต่าง ๆ นั้น จะเกิดขึ้นได้มากน้อยอย่างไร ขอบคุณค่ะ