ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณของกองบัญชาการทหารสูงสุด โดยวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหารือเรื่องโครงการเศรษฐกิจพอเพียง โดยวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการนี้และเสนอปรับเปลี่ยนชื่อโครงการให้เหมาะสมกับพระราชดำริของในหลวง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจาก จังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี ผมได้แปรญัตติ ปรับลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในส่วนของ กอ.รมน. งบ ๘,๒๕๕ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ เหตุผลที่ผมได้ขอปรับลดงบประมาณลงก็เนื่องจากว่าผมได้เห็นว่ารัฐบาล ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาในเรื่องของการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องทําทันที นั่นก็คือจัดให้มีสํานักงานบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้เปึนองค์กรถาวร ขณะนี้ผ่านมา ๘ เดือน ผมยังไม่เห็นวี่แววว่ารัฐบาลจะ สามารถจัดตั้งองค์กรถาวรในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ท่ามกลาง เสียงเล่าลือว่ารัฐบาลกับฝ์ายความมั่นคงมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการจัดตั้งองค์กร ดังกล่าว จะเปึนเหตุผลประการใดก็ตามแต่ แต่สิ่งที่แสดงให้เห็นก็คือสาธารณชนเห็นว่า รัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพที่จะดําเนินการตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อสภา นั่นเปึนส่วนของ องค์กรในการแก้ปัญหา ยังไม่รวมถึงสิ่งที่สําคัญสูงสุดครับท่านประธาน สิ่งสําคัญสูงสุด ก็คือนโยบายหรือยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหา นโยบายถูกหรือเปล่า ยุทธศาสตร์ ถูกหรือไม่ ผมคิดว่าถ้าถูกปัญหาก็คงไม่ยืดเยื้อมาจนทุกวันนี้ แต่สิ่งที่ผมเห็นว่ายุทธศาสตร์ หรือแนวทาง หรือนโยบายในการแก้ไขปัญหานั้นเปึนหัวใจสําคัญ เพราะตรงนี้ถ้าจัดตั้ง องค์กรอย่างไรให้เปึนถาวรอย่างไรก็ตามแต่ ถ้ายุทธศาสตร์หรือแนวทางไม่ถูกก็ไม่สามารถ แก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนานมาได้ ผมจึงขอสอบถามคณะกรรมาธิการว่าได้สอบถาม กอ.รมน. หรือไม่ว่าปัญหาในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ตรงไหน อยู่ที่ องค์กรหรืออยู่ที่นโยบายหรืออยู่ที่งบประมาณ ผมมั่นใจว่าคงไม่ใช่อยู่ที่งบประมาณ เพราะงบประมาณลงไปนับแสนล้านบาท ขณะนี้ลงไปที่ภาคใต้นับแสนล้านบาท มันก็เท่ากับตําน้ําพริกละลายแม่น้ําแล้ว เพราะเงิน ยิ่งทับถมทวีลงไป จนกระทั่งอาจจะที่เขาเรียกว่า สําลักงบประมาณ ผมจึงอยากจะให้ คณะกรรมาธิการได้ตอบข้อสักถามตรงนี้ว่าท่านได้สอบถามข้อมูลตรงนี้จากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ในส่วนที่ ๒ ครับท่านประธาน โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับ ชุมชน เมื่อคืนอยู่ในโทน (Tone) หรืออยู่ในมุมมองของเรื่องการตรวจสอบ เรื่องการทุจริต วันนี้ผมจะมีอีกมุมมองหนึ่ง นั่นคือประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการ ท่านประธานครับ งบ ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท นี่จะสิ้นป้งบประมาณแล้ว เบิกจ่ายเพียง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ครับ แสดงว่าไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิงในการบริหาร จัดการโครงการ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจบ้านเมืองอย่างนี้แทนที่ ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านในชนบท พี่น้องประชาชน ชุมชนต่าง ๆ จะได้ใช้เม็ดเงินงบประมาณนี้ ถนนทุกสายกลับต้องมารอ ส่วนกลางในการที่จะอนุมัติโครงการ ปรัชญาของโครงการนี้ก็คือความเข้มแข็งของชุมชน เปึนการกระจายอํานาจลงไปยังชุมชน แต่ทุกอย่างขณะนี้ถนนทุกสายมาอยู่ที่อนุกรรมการ ที่ตั้งขึ้น มาอยู่ที่คณะกรรมการที่ตั้งขึ้น ยิ่งช้าก็ยิ่งมองว่า เอ๊ะ มีปัญหาอะไรตามรายทาง หรือเปล่า นี่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ผมไม่อยากจะคาดการณ์ไปอย่างนั้น อยากจะให้มองว่า ยิ่งช้าเงินที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนตาดํา ๆ ที่อยู่ในชนบท ยิ่งได้ใช้เงินช้า แล้วจะกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาลได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ผม มองอีกมุมมองหนึ่ง ในเรื่องโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ผมเคย อภิปรายไว้ในวาระแรกผมยังจําได้ ผมอภิปรายว่าชื่อนี้เปึนพระราชดําริของในหลวง โครงการ เศรษฐกิจพอเพียงได้ขอพระราชทานพระบรมราชาอนุญาตหรือเปล่า ผมอภิปรายไว้ อย่างนั้น เพราะถ้าเอามาทําแล้วดีก็ดีไปถ้าไม่ดีมันก็จะเสียหายไปหมด ไปทุกภาคส่วน เปึนไปได้ไหมที่จะปรับเปลี่ยนชื่อโครงการนี้ใหม่ ทําอย่างไรเราถึงจะยกย่องพระราชดําริ ของในหลวง เรื่องโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งขณะนี้ปรัชญานี้เปึนที่ยอมรับทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ แต่ขณะนี้โครงการนี้ชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วประเทศ เราจะปรับ ชื่อโครงการนี้ใหม่ได้ไหมนะครับ ผมฝากไว้เปึนข้อสังเกต เพราะอะไร ชื่อนี้โดยต้นตํารับแล้ว ต้นตํารับจริง ๆ ก็คือ เอสเอ็มแอล พอมาเปลี่ยนรัฐบาลก็เปึนอยู่ดีมีสุข มาเปลี่ยนรัฐบาลนี้ อีกก็เปึนโครงการเศรษฐกิจชุมชนพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน แต่หลักการหรือปรัชญาแล้ว ก็คือการกระจายอํานาจลงไปยังชุมชนให้ชุมชนเข้มแข็ง คิดเอง ทําเอง บริหารเอง เปึนโครงการที่ได้รับความนิยมอย่างสูงยิ่งในสมัยพรรคไทยรักไทย มีการทําโพลสํารวจ ความนิยมโครงการของพรรคไทยรักไทยในอดีตว่าโครงการที่ได้รับความนิยมสูงสุด คืออะไร อันแรก ๓๐ บาทรักษาทุกโรค อันที่ ๒ เอสเอ็มแอล เปึนโครงการที่ได้รับความ นิยมมาก รัฐบาลต่อ ๆ มาจึงไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงโครงการนี้หรือยกเลิกโครงการ เพียงแต่เปลี่ยนชื่อเข้าทํานองคําพังเพยไทยที่ว่า เกลียดปลาไหลแต่กินน้ําแกง นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเมื่อจะเอาต้นตํารับของเขามาใช้ ทําอย่างไรเราถึงจะใช้ปรัชญาตรงนั้น ให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนสร้างชุมชนให้เข้มแข็งจริง ๆ ชื่อผมยังฝากเปึน ข้อสังเกตไว้ ผมมีข้อสังเกตและข้อสอบถามคณะกรรมาธิการเพียงเท่านี้ครับ ขอขอบคุณครับ