สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๒

สามารถ แก้วมีชัย หารือเรื่องการประสานงานระหว่างสํานักงาน ปปง. กับ สํานักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันปราบปรามการทุจริต และการบังคับใช้มาตรการทางอาญา โดยมีการส่งผลการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตให้กับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการแก้ไขปัญหาการฟอกเงิน และการตรวจสอบงบประมาณ และการแทรกแซงของสํานักงาน ปปง. เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตและฟอกเงิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝึกอบรมพนักงานและเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. ได้ชี้แจงในรอบนี้ก่อนนะครับ เชิญครับ

พันตํารวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ (รองเลขาธิการคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการฟอกเงิน รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการปัองกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน) : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พันตํารวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการฟอกเงิน ขอเรียนชี้แจงข้อสังเกตของท่านสมาชิก ซึ่งได้ให้ข้อสังเกต และแสดงความห่วงใยมาในหลายประเด็น ซึ่งกระผมก็ขอกราบขอบพระคุณ ณ ตรงนี้ ในเรื่องที่เกี่ยวกับแนวนโยบายในการประสานงานกับสํานักงาน ป.ป.ช. ป.ป.ท. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวกันในเรื่องของการปัองกันปราบปรามการทุจริตนั้น ผมเรียนว่า ในช่วงที่ผ่านมาสํานักงาน ปปง. ได้มีการประสานงานกับทางสํานักงาน ป.ป.ช. มาโดย ตลอดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรามีการสอบถามในคดีทุจริตต่าง ๆ เพื่อขอทราบผลการ พิจารณาในคดีทุจริตรายสําคัญ และที่ไม่สําคัญหลายคดี จากสํานักงาน ป.ป.ช. รวมทั้ง สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ได้ส่งเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตมาที่สํานักงาน ปปง. เราได้มีการ ตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการทําธุรกรรม แล้วก็ส่งผลการวิเคราะห์ความเชื่อมโยง ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตไปให้หลาย ๆ หน่วยงานต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาครับ

ประการแรก ผมอยากเรียนในเรื่องภารกิจหลัก ๆ ของ ปปง. ด้วยว่า สํานักงาน ปปง. นั้น มีภารกิจหลัก ๆ อยู่ ๒–๓ ประเด็น

เรื่องแรก ก็คือในเรื่องของการบังคับใช้มาตรการทางอาญา ก็เปึนเรื่องของ ความผิดมูลฐาน ซึ่งในทางกฎหมายแล้ว ปปง. ไม่ได้ดําเนินคดีอาญา แต่ว่าเปึน ผู้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานต่าง ๆ แล้วส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดําเนินคดี ให้ดําเนินคดีต่อไป ในช่วงที่ผ่านมานั้นเราได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานหลัก ๆ เช่น สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สํานักงาน ป.ป.ช. สํานักงาน ป.ป.ท. ในหลายเรื่อง ซึ่งก็เปึนการสนับสนุนให้หน่วยงานเหล่านั้นดําเนินการ

เรื่องที่สอง ก็คือการรับรายงานการทําธุรกรรมทางการเงินที่ส่งมาจาก สถาบันการเงิน และผู้มีหน้าที่รายงานธุรกรรมตามมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ ซึ่งเราก็รับรายงานมาแล้วเราวิเคราะห์ หากพบว่ามีธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยก็จะส่ง เรื่องให้หน่วยงานหลักนั้นไปดําเนินการทางคดีต่อไปเช่นกัน หรือหากพบว่ามีทรัพย์สินที่ เกี่ยวกับการกระทําความผิด เราก็จะดําเนินการในเรื่องของการยึดอายัดทรัพย์สินต่อไป

อีกกระบวนการหนึ่ง ก็คือเรื่องของการเข้าไปยึดอายัดทรัพย์สินจาก รายงานหรือข้อมูลที่เราได้รับมาจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นในเรื่องของ การประสานงานผมเรียนว่าเราดําเนินการมาโดยตลอด แต่ว่าเราเปึนหน่วยงานสนับสนุน ในเรื่องของการดําเนินคดีในความผิดต่าง ๆ

สําหรับประเด็นหรือว่าในเรื่องของนโยบายที่ ปปง. จะดําเนินการนั้น ผมเรียนว่าจากการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ครั้งที่ ๒ หรือ (ฉบับที่ ๒) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา เราได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมอํานาจหน้าที่ของ ปปง. ซึ่งทําให้สามารถสนับสนุนหน่วยงาน ต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ทําให้ภารกิจของสํานักงาน ปปง. นั้น เพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นในนโยบายที่เราดําเนินการต่อไป ก็คือในเรื่องของการปรับปรุงโครงสร้างของ สํานักงาน ปปง. ให้รองรับกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีการทํางานในเขตภูมิภาค เช่น อย่างที่ ท่านได้กล่าวถึงเรื่องของ ป.ป.ช. จังหวัดก็ดี หรือหน่วยงานในเรื่องของการปัองกัน ปราบปรามยาเสพติด ซึ่ง ศตส. จังหวัดเราก็สนับสนุนในเรื่องนั้น อันนี้จะปรับปรุง โครงสร้างครับ

อีกอันหนึ่ง ก็คือในเรื่องของการประสานงานเราก็จะมีการทําข้อตกลง ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเราก็มีการทําข้อตกลงกับหน่วยงานต่าง ๆ อยู่หลายหน่วย อย่างไรก็ดีใน มาตรา ๔๐ ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่นั้น ก็ทําให้สํานักงาน ปปง. ได้มีโอกาสมีการทํางาน ที่ประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้มากขึ้น

สําหรับอัตรากําลัง ผมเรียนว่าปัจจุบันสํานักงาน ปปง. มีอัตรากําลัง ประมาณ ๒๐๐ คนเท่านั้น ซึ่งเปึนจํานวนน้อยมาก ซึ่งเราก็จะทําเรื่องขออัตรากําลังมา ช่วยราชการ ช่วยงานต่าง ๆ เพิ่มเติมตามภารกิจที่เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนั้นก็จะดําเนินการในเรื่องการแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่ เกี่ยวข้องที่เปึนอุปสรรคในการทํางาน

ในเรื่องของการวางระดับการเข้าถึงข้อมูลหรือการประสานงานกับ ป.ป.ช. ในเรื่องของการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ผมเรียนว่ามีความชัดเจนในส่วนของ ปปง. ก็คือ ปปง. จะทําหน้าที่ในการวิเคราะห์รายงานหรือข้อมูลเกี่ยวกับการทําธุรกรรมที่ สถาบันการเงินส่งมาให้ ปปง. แล้วเราก็จะส่งผลการวิเคราะห์เหล่านั้นไปให้หน่วยหลัก ดําเนินการ อย่างเช่น ป.ป.ช. ที่ท่านได้กล่าวมา เพราะฉะนั้นตรงนี้ความชัดเจนของ ปปง. ก็คือจะทําในส่วนตรงนี้ หรืออีกกรณีหนึ่งหน่วยงานที่ทําหน้าที่ในเรื่องของความผิดมูลฐาน หลัก หากพบการกระทําความผิดที่มีเหตุเปึนความผิดมูลฐานแล้ว แล้วก็มีบุคคลที่ เกี่ยวข้อง หน่วยงานเหล่านั้นก็จะส่งข้อมูลมาให้ ปปง. ดําเนินการ ซึ่งเราก็จะทําการ วิเคราะห์ แล้วก็ส่งไปให้หน่วยงานเหล่านั้นดําเนินการต่อไป

ในเรื่องของสถิติคดีต่าง ๆ ที่แจ้งมา ผมเรียนว่าภารกิจของสํานักงาน ปปง. นั้น เปึนหน่วยงานสนับสนุน เพราะฉะนั้นในเรื่องของงานต่าง ๆ ที่เราทํา เราจะส่งให้ หน่วยงานหลักไปดําเนินการ ผลสําเร็จของงานจะไปอยู่ในหน่วยงานที่เราสนับสนุนให้ ข้อมูลไป เพราะฉะนั้นสถิติคดีบางเรื่อง บางราย บางมูลฐานนั้นอาจจะไม่เด่นชัดขึ้นมา แต่ว่าเราก็ส่ง เพราะหน่วยงานหลายหน่วยก็มีอํานาจในการยึดทรัพย์ ป.ป.ช. ก็มีอํานาจยึดทรัพย์ ป.ป.ส. ก็มีอํานาจยึดทรัพย์ ตามกฎหมายของเขาอยู่แล้ว เราก็ส่งข้อมูลทรัพย์ไป ผมยกตัวอย่างล่าสุดก็มีหลายคดีที่เราได้ส่งไปในเรื่องของคดีทุจริตของสถาบันการเงิน ของพนักงานสถาบันการเงินก็ดี ในคดีทุจริตรายใหญ่ ในคดีฉ้อโกงแชร์ผู้บริโภคก็ดี อะไรก็ดี เราจะส่งให้หน่วยงานเหล่านั้นไป เขาก็ไปดําเนินการยึดทรัพย์ แต่หากว่าไม่สามารถ ดําเนินการยึดทรัพย์ได้ หรือทําแล้วการดําเนินการไม่เกิดผล เขาจึงจะส่งเรื่องมาให้ ปปง. ดําเนินการต่อไปตามมาตรา ๕๘ ของกฎหมายฟอกเงิน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผลของคดีต่าง ๆ ผลงานก็จะไปเกิดขึ้นกับหน่วยที่เปึนหน่วยหลักในการปฏิบัติ ในแนวทางการประสาน ผมเรียนก็คือเวลานี้เราแสวงหาความร่วมมือมากขึ้น เราได้มีการฝ๊กอบรมพนักงาน เจ้าหน้าที่ ผมเรียนว่าเรามีการฝ๊กอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกสัปดาห์ สัปดาห์หน้าก็มี ที่จังหวัดเชียงใหม่ สัปดาห์ก่อนก็มีที่จังหวัดขอนแก่น อีกสัปดาห์หนึ่งก็จะไปที่หาดใหญ่ ไปทั่วประเทศเลยครับ เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ข้าราชการหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเปึน พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายฟอกเงิน เราจะได้มีความร่วมมือในขณะที่เรายังไม่มี บุคลากรมากขึ้น เราก็จะให้หน่วยงานเหล่านั้นเปึนพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วเข้ามาช่วย ทํางาน ช่วยกันบังคับใช้กฎหมายฟอกเงิน แต่ว่าในเรื่องของพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น ผมเรียนว่าก็คงจะต้องทําภายในกรอบของกฎหมาย คือจะต้องได้รับมอบหมายจาก กรรมการธุรกรรม หรือได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ ปปง. จึงจะมีอํานาจหน้าที่เข้าไป ตรวจสอบการทําธุรกรรม หรือดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในเรื่องของผลงาน รายงานต่าง ๆ นั้น จํานวนคดีอย่างที่ผมเรียนแล้วก็คือเราก็ได้สรุป บางรายการเราก็มีแยก ให้เห็นในป้ที่ผ่านมาเช่นกันคือ ป้ ๒๕๕๐ ผมขอนําเสนอเรียงกันไปตามคําถามนะครับ

ต่อไปในเรื่องของความผิดมูลฐาน ซึ่งผมเรียนว่าจริง ๆ แล้วตามมาตรฐานสากล ของ เอฟเอทีเอฟ (FATF) ขออนุญาตพูดภาษาอังกฤษคือไฟแนนเชี่ยล แอ็คชั่น ทาสค์ ฟอร์ซ (Financial Action Task Force) หรือหน่วยงานที่ทําหน้าที่ในการต่อต้านการ ฟอกเงินของประเทศต่าง ๆ ซึ่งเปึนองค์การระหว่างประเทศนี้กําหนดไว้ประมาณ ๒๐ ซึ่งผม ขอขอบพระคุณนะครับที่ท่านจุมพฏได้เคยเสนอร่างกฎหมายในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงต่อไป สํานักงาน ปปง. ก็จะมีการพิจารณาความผิดมูลฐานอื่น ๆ เพิ่มเติมที่มีจะมี ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เราก็คงแนวทางที่เสนอขอให้เพิ่มในความผิดมูลฐานต่าง ๆ ต่อไป เพื่อให้ประเทศไทยก็ดี และกฎหมายของฟอกเงินนั้นมีความเปึนมาตรฐานสากล ครับ

ในกรณีของยาเสพติด ซึ่งเปึนเรื่องพ่อค้ารายใหญ่ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีการ ฟอกเงินมาใช้ในการสร้างอิทธิพลก็ดี ผมเรียนว่าตรงนี้สํานักงาน ปปง. ก็ได้มีการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ ๓ ซึ่งได้ผ่าน การพิจารณาของสภาทั้ง ๒ สภา และออกเปึนกฎหมายแล้วครับ ลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒ แล้วจะมีผลบังคับใช้วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ นี้ ก็คือในเรื่องของมาตรการในการรู้จักลูกค้า และมาตรการในการตรวจสอบเพื่อทราบ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า โดยสถาบันการเงินต่าง ๆ จะเข้าไปดูความเคลื่อนไหว ติดตาม ความเคลื่อนไหวของบัญชีต่าง ๆ ของลูกค้า เพราะฉะนั้นตรงนี้จะช่วยได้มาก เพราะฉะนั้น ต่อไปหลังจากที่กฎหมายออกมาแล้ว แล้วก็เอามาบังคับใช้เต็มที่ เราก็จะมีรายงาน ธุรกรรมมากขึ้น ซึ่งผมขอขอบคุณทางสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ไป ก็จะได้ออกมาช่วยแก้ปัญหา แล้วตอบคําถามในเรื่องของกรณีที่มีการฟอกเงินอะไรต่าง ๆ ได้มากขึ้น เพราะว่าสถาบันการเงินนั้นก็จะเข้าไปช่วยสนับสนุนในการดําเนินการของ สํานักงาน ปปง. ได้มาก

ในกรณีเดียวกันในเรื่องของการตรวจสอบงบประมาณ การใช้งบประมาณ ของหน่วยงานต่าง ๆ ก็ดี เวลานี้สํานักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากสํานักงานตรวจเงิน แผ่นดิน ได้รับมาหลายเรื่องนะครับ ทั้งหลายหน่วยงาน แต่เราก็ต้องดําเนินการอยู่ แล้วผม เรียนว่าเปึนเรื่องที่ดําเนินการอยู่ในทางลับ เพราะฉะนั้นอันนี้เมื่อมีความชัดเจนนี่เราก็จะ ส่งให้ ป.ป.ช. ไป แต่ขออนุญาตเรียนว่าในการทํางานของ ปปง. นั้น เวลาส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ก็ดี ป.ป.ท. ก็ดี กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ดี เนื่องจากเปึนเรื่องที่เปึนความลับ เราก็ไม่ได้มีการแถลงข่าว แต่ว่าผลของการทํางานก็ไปอยู่ที่หน่วยงานหลัก แต่ว่าเมื่อเขา ทําแล้วผลเปึนอย่างไร หรือเขาทําไม่ได้ ด้วยเหตุผลทางกฎหมายในเรื่องกระบวนการ ยึดทรัพย์ก็จะส่งเรื่องกลับมาให้ ปปง. ทํา

ในกรณีที่เกี่ยวกับการหลอกลวงแรงงานไปต่างประเทศ ผมเรียนว่าที่ผ่านมา สํานักงาน ปปง. ได้ประสานงานร่วมกับทางคณะกรรมาธิการการแรงงานของวุฒิสภา เรามีการไปสัมมนากันที่จังหวัดอุดรธานี แล้วก็ได้มีการพูดคุยกันกับผู้เกี่ยวข้องแล้วก็ได้มี การรับเรื่องต่าง ๆ ที่ผู้เดือดร้อนในภูมิภาคก็ส่งเรื่องมา ก็มีหลายจังหวัดซึ่งเราไป ดําเนินการแล้วก็เก็บข้อมูลมา

ในเรื่องของการฉ้อโกงแรงงานนั้นในกฎหมายฟอกเงินเรามีอยู่ในมาตรา ๔๙ วรรคท้าย ในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิ เพราะฉะนั้นถ้าหากมีการดําเนินการโดยหลักแล้ว พนักงานสอบสวนก็จะไปดําเนินการในเรื่องของการยึดทรัพย์ก่อน แต่ในขณะเดียวกันผู้ที่ เกี่ยวข้อง ผู้ใกล้ชิด ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์และมีการได้มาซึ่งเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มา จากการกระทําความผิดตรงนี้ ปปง. ก็จะเข้าไปดําเนินการได้ ซึ่งเราก็ได้ประสานงานกับ ทางพนักงานสอบสวนในหลายคดีที่ผ่านมา รวมถึงในกรณีของหนี้นอกระบบ ซึ่งกรณีของ หนี้นอกระบบนั้นก็เปึนเรื่องของการกรรโชกทรัพย์ ซึ่งอยู่ในความผิด มูลฐานของสํานักงาน ปปง. อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้เราก็ดําเนินการ อย่างที่ผมเรียนว่า หลายเรื่องที่เราดําเนินการก็เปึนเรื่องในทางลับ แต่ว่าก็ส่งเรื่องให้หน่วยงานต่าง ๆ นั้น ไปดําเนินการอยู่แล้ว

สําหรับกรณีการแทรกแซงของสํานักงาน ปปง. ผมเรียนว่าจากผลของ กฎหมายที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๖๑/๑ การแทรกแซงนั้นไม่อาจจะทําได้ในทาง การเมืองซึ่งผมได้เคยนําเรียนในที่ประชุมสภาแห่งนี้มาแล้วครับว่า ในมาตรา ๖๑/๑ นั้น ได้พูดถึงกรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี หรือรัฐมนตรี หรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หากได้ใช้หรือสั่งการให้ ปปง. ดําเนินการใด ๆ นั้นก็จะเปึนความผิดทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นเวลานี้ผมเรียนนะครับว่า ปปง. ทํางานโดยปลอดจากการแทรกแซงทาง การเมือง ไม่ว่าจากฝ์ายใดทั้งสิ้น

คําถามหรือว่าข้อสังเกตสุดท้ายเปึนเรื่องของคดีต่าง ๆ อย่างที่เรียนแล้วว่า ทําไม ปปง. คดีน้อยเหลือเกินหรือว่ายึดทรัพย์แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในกระบวนการ ยึดทรัพย์ ผมเรียนว่าใช้เวลาเพราะเปึนเรื่องของทรัพย์สิน ต้องมีการสืบสวน รวบรวม ข้อมูล อีกประการหนึ่งก็คือในเรื่องของความเปึนธรรมในการดําเนินงาน เมื่อมีการยึด ทรัพย์แล้วภายใน ๙๐ วันก็จะส่งเรื่องให้อัยการ เมื่ออัยการรับเรื่องแล้วก็จะส่งเรื่องไปยัง ศาล กว่าคดีจะไปถึงศาลก็มีทั้ง ๓ ศาลนะครับ ถึงศาลฎีกา เพราะฉะนั้นหลายคดีก็ จําเปึนต้องใช้เวลา อันนี้ก็เปึนเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ผมคิดว่าคงจะตอบแค่นี้ก่อน ครับ ขอบพระคุณครับ

เชิญท่านนคร มาฉิม ครับ