สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการปรับโครงการเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะโครงการเอสเอ็มแอล โดยกล่าวว่าโครงการในอดีตบางโครงการไม่สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง และมีการทุจริต ซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงการนี้ทำให้เกิดปัญหาการแข่งขันลดลง และมีการถูกกล่าวหาว่าลอกเลียนแบบโครงการของก่อนหน้านี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จริงท่านก็ได้พูดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องซึ่งรัฐบาลได้มี การดําเนินการ เพียงแต่ว่าท่านก็ยังสงสัยในความจริงจัง ความจริงใจ แล้วก็ตั้งข้อสังเกต ว่ามันอาจจะมีอะไรมากไปกว่าที่ดําเนินการไปแล้วหรือไม่ อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ นะครับว่า ผมคิดว่าเรื่องของการที่เรามีการปรับโครงการ ผมไม่ได้ใช้คําว่า ก๊อบปุ้ หรือลอกเลียนหรอกครับ แต่เราก็ให้เกียรติกัน เราให้เกียรติกันตรงที่ว่า ตอนที่ผมหาเสียง ซึ่งก่อนที่ผมเข้ามารับตําแหน่ง ผมพูดถึงเรื่องของกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยความคิด จริง ๆ ว่าการที่มีเงินลงไปสู่ระดับของชุมชนเปึนเรื่องที่ดี แต่จะดีมากกว่านั้นมากถ้าเราเอา เรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงมากํากับ ผมเชื่อว่ารัฐบาลที่แล้วก็คิดทํานองนี้ จึงได้มีการ เปลี่ยนชื่อ เอสเอ็มแอล มาเปึน เอสเอ็มแอล ที่เปึนไปตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่ความแตกต่างที่เราเข้ามาทํา ที่ผมพูดตั้งแต่ต้นก็คือว่าต้องเรียนว่าก่อนหน้านี้มันเปึน ชื่อ แต่มันไม่เคยมีรูปธรรมที่บอกว่าโครงการ เอสเอ็มแอล อะไรบ้างที่จะสอดคล้องกับหลัก พอเพียง ผมก็ไม่ต้องการที่จะมาตอบโต้ว่าโครงการในอดีตมีทุจริตหรือไม่ ความจริงก็มี การร้องเรียน แล้วกระผมมั่นใจได้เลยนะครับ กล้าพูดได้เลยว่าหลายโครงการใน เอสเอ็มแอล ไม่สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงหรอก แต่มันเปึนเรื่องในอดีต ผมต้องการมาทําให้ มันเข้าเกณฑ์ ก็จึงมีการตั้งหลักเกณฑ์ขึ้นมา ก็เลยนํามาสู่ปัญหาอีกด้านหนึ่งที่ท่านรอง นายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ท่านได้กราบเรียนสภาไปก็คือ พอมันแคบลงมันก็เลยทําให้ การแข่งขันน้อยลง แล้วก็ทําให้ประชาคมต่าง ๆ อาจจะยังไม่คุ้นเคยว่าโครงการประเภท ใดบ้างจะสามารถเข้ามาสู่หลักเกณฑ์นี้ได้ ก็ไปเจอพ่อค้าหรือกลุ่มผลประโยชน์ที่อาศัย ช่องว่างตรงนี้เข้าไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาตอบโต้กันว่า ก็อบปุ้ ไม่ก๊อบปุ้ หรืออะไร ผมก็พูดตรงไปตรงมาอย่างนี้ตั้งแต่ต้น แล้วก็อย่าลืมว่างบประมาณ ตอนที่เรานําเสนอชุมชนพอเพียงต่อที่ประชุม เราก็อิงชัดเจนว่ามันจะมีเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กับงบ เอสเอ็มแอล ในอดีต ใครเคยได้เท่าไร จะได้เพิ่มเท่าไร ใครไม่เคยได้ก็จะมีการ จัดสรรเพื่อชดเชยให้ คือเปึนการปรับปรุงเชื่อมต่อ ทีนี้ถามว่าผมไปปกปัองตัดตอนใคร หรือไม่ ไม่มีครับ เพียงแต่ว่าผมต้องพูดตามที่ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เวลาเขา ถามผม ผมก็บอกว่าในขณะนี้มีข้อมูลที่พาดพิงไปถึงนักการเมืองท้องถิ่น ผมก็อธิบายตามนี้ ถามว่าไปถึงนักการเมืองระดับชาติหรือยัง ผมก็บอกว่ายังไม่มีข้อมูลหรือหลักฐาน ที่เชื่อมโยงไปตรงนั้น ผมก็ตอบเท่านั้น ผมไม่ได้ไปบอกว่ามีแค่นักการเมืองท้องถิ่น ผมไม่ได้บอกว่ามีแค่เจ้าหน้าที่ ผมบอกว่าขณะนี้หลักฐานหรือการเชื่อมโยงไปถึงตรงนั้น ส่วนเกินเลยไปจากนั้นผมก็ระมัดระวัง ผมระมัดระวังก็คือว่า ผมก็ไม่กล้าที่จะไปบอก หรอกครับว่านาย ก นาย ข บริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เคยพูดนะครับ แต่ผมก็ต้องให้ความเปึนธรรม กับคนทํางานของผม เช่น ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ เพราะสิ่งหนึ่งที่สอดคล้องกัน ก็คือช่วงต้นมีแต่เสียงต่อว่ามาว่าท่านอนุมัติเงินช้า อนุมัติเงินช้าเพราะว่าท่านมารายงาน ผมเองว่าเปึนห่วงว่าโครงการต่าง ๆ มันเปึนไปตามที่เราต้องการให้มันจะเปึนหรือไม่ คือผมเชื่อว่าถ้าท่านจะไปเกี่ยวข้องตรงนี้ตั้งแต่ต้นไม่น่าจะเกิดปัญหานี้เท่านั้นเอง แต่ผมก็ ไม่บอก เพราะผมก็ถือว่าท่านต้องถูกตรวจสอบด้วย แล้วผมไปพูดทางหนึ่งทางใดก็ไม่มี ประโยชน์เท่านั้นเอง ทีนี้ก็ปรึกษาหารือกัน ในที่สุดท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ก็บอก เอาอย่างนี้สิ ก็ถอดเรื่องการเมืองออกมา การถอดการเมืองออกมา ขณะนี้เอาคนที่เปึน ผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ มีประสบการณ์ทางด้านนี้เข้ามาทํา เราเป่ดโอกาสให้ท่านทําได้ อย่างเต็มที่ ซึ่งหมายถึงการจะย้อนกลับไปรื้อไปสอบอะไร ทําได้หมดครับ เพราะว่าทุกครั้ง ที่มีข่าวเข้ามาว่ามีปัญหาในเรื่องใด ผมก็แจ้งท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรอง นายกรัฐมนตรีก็สั่งระงับ ผมคิดว่าอันนี้มันเปึนท่าทีที่แตกต่างจากในอดีตหลายยุคหลายสมัย ที่มีข้อครหา มีข่าวคราวการทุจริตขึ้นมา แต่กลับไม่มีการดําเนินการตรวจสอบหรือ การแสดงออกถึงความสุจริตใจที่จะให้มีการตรวจสอบได้อย่างกว้างขวาง ผมก็ไม่อยากจะ เอาเรื่องเก่า ๆ มาเพื่อเปึนเรื่องตอบโต้ แต่ต้องเรียนท่านว่ามันแตกต่างจากในอดีตจริง ๆ เพราะผมให้ความสําคัญกับข้อมูลทั้งของท่าน ฝ์ายค้าน ทั้งของสื่อมวลชน ซึ่งมีการทํา เรื่องนี้ แล้วก็ไม่เคยที่เรียกว่าจะเพิกเฉยต่อข้อมูลเหล่านั้น เอาเข้ามาแล้วก็ดูว่าระบบ การบริหารจะจัดการอย่างไร เพราะฉะนั้นผมมั่นใจได้อย่างหนึ่งละครับว่าสิ่งที่ผมได้พูด กับสภาแห่งนี้ แล้วก็พูดกับพี่น้องประชาชนว่า ผมจะไม่ยอมให้เรื่องการทุจริตสามารถที่จะ ดําเนินการไปเปึนกระบวนการ แล้วก็ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีการตรวจสอบ ผมจะยืนยัน คําพูดนี้ และจะทําให้เห็นอย่างชัดเจนเด็ดขาดว่า นี่คือสิ่งที่เปึนจุดยืนของรัฐบาลนี้ครับ