จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องราคาน้ำมันในประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยพูดถึงปัญหาการขึ้นภาษีน้ำมันและขอให้รัฐบาลหาทางเลือกอื่นเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก เดิมทีผมก็ไม่ได้คิด จะอภิปรายครับท่านประธาน ก็มาตกใจว่าถ้าพวกผมลงคะแนนสนับสนุนให้ขึ้นภาษี น้ํามันแล้ว พวกผมนั้นจะเปึนคนที่หมดอนาคตทางการเมือง เพราะประชาชนจะจําเอาไว้ ท่านประธานครับ ผมไม่สบายใจในหลาย ๆ เรื่อง ถามว่า ส.ส. หลายคนเห็นด้วยไหม ในเรื่องขึ้นภาษีน้ํามัน วันนี้ต้องขอฟังคําชี้แจงจากรัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่านที่นั่งอยู่ข้างบนนี้ ท่านที่คุมกรมสรรพสามิต ท่านกรณ์ที่คุมกระทรวงการคลัง แล้วก็ท่านที่คุมกระทรวงพลังงาน ผมไม่สบายใจว่า คํากล่าวหาว่ารัฐบาลนี้ไม่สนใจแก้ปัญหาคนจน ผลักภาระภาษีให้กับประชาชน ถ้าเปึน อย่างนั้นจริง ๆ มันก็คงลงคะแนนให้ไม่ได้ รัฐบาลนี้ก็จะใจร้ายใจดํากับประชาชนได้ ขนาดนั้นหรือนั่นคือคําถาม ผมได้ติดตามการอภิปรายทั้งวันครับท่านประธาน คิดว่า ๖ โมงหรือทุ่มหนึ่งจะเสร็จ แต่ปรากฏว่าวันนี้ที่ได้ฟังมานี่ผมอยากจะฟังจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานด้วยว่า โครงสร้างราคาน้ํามันที่ว่าวันนี้มันใช้ไม่ได้ ค่าการตลาดก็สูง ภาษีก็สูง แถมภาษีมูลค่าเพิ่มเก็บ ๒ รอบ ๓ รอบอีก ผมตามไปดูครับ ท่านประธาน วันนี้ราคาน้ํามันที่เพื่อนบ้านมาเลเซียขายถูกกว่าประเทศไทยถึงเกือบเท่าตัว จริงไหม สมาชิกหลายท่านบอกมา ในตารางผมมี ผมเอามาจากอินเทอร์เน็ต (Internet) เมื่อสักครู่นี้นะครับ ก็จริงอย่างเขาว่าครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ประเทศไทยราคาเบนซิน ที่ลิตรละ ๓๒.๑๔ บาท ดีเซลลิตรละ ๒๖.๔๙ บาท ในขณะที่ประเทศมาเลเซียเบนซิน ลิตรละเพียงแค่ ๑๗.๙๗ บาท ดีเซลลิตรละ ๑๖.๙๗ บาท แต่ถ้าเผื่อไปดูประเทศลาว ซึ่งเพื่อนบ้านติดกับเราเหมือนกันเบนซินเขาแพงกว่าเรานะครับ เบนซินเขา ๓๕.๑๖ บาท เขมร ๓๓.๑๖ บาท ก็แพงกว่าเรา ส่วนดีเซลเพื่อนบ้านก็แพงกว่าเรา ลาว ๒๖.๓๒ บาท เขมร ๒๗.๖๙ บาท ในขณะที่ประเทศไทย ๒๖.๔๙ บาท สิงคโปร์ซึ่งเปึนประเทศที่ต่อจาก มาเลเซีย สิงคโปร์นั้นราคาน้ํามันที่เราอ้างอิงว่าอ้างอิงราคาสิงคโปร์ วันนี้ราคาน้ํามัน ประเทศไทย ๓๒ บาทเบนซิน สิงคโปร์ขาย ๔๓ บาท ราคาน้ํามันดีเซลเราขาย ๒๖.๔๙ บาท ต่อลิตร สิงคโปร์ขาย ๓๐.๖๘ บาทต่อลิตร แต่ถ้าเผื่อจะหยิบยกตัวอย่างราคาน้ํามันของ ประเทศฮ่องกง ประเทศฮ่องกงราคาเบนซินที่ลิตรละ ๖๑.๔๕ บาท ราคาดีเซลลิตรละ ๓๙.๓๓ บาท แต่ผมคิดว่าถ้าเผื่อยกตัวอย่างอันนี้ก็อาจจะไม่เปึนธรรมเท่าไรนัก แต่ถ้าเผื่อ โดยรวมแล้วผมเชื่อว่าประชาชนที่ฟังอยู่มั่นใจเถอะครับว่าราคาน้ํามันประเทศไทยนั้น ที่แพงคือแพงกว่าประเทศมาเลเซียเท่านั้น ถามว่าแพงกว่าประเทศมาเลเซียเพราะอะไร เพราะประเทศมาเลเซียนั้นเขาชดเชยเขาอุดหนุนมหาศาล ถ้าเทียบกันอินโดนีเซียครับ อินโดนีเซียซึ่งเปึนประเทศผู้ส่งออกน้ํามัน วันนี้ราคาน้ํามันถูกกว่าประเทศไทย แต่แพงกว่า ประเทศมาเลเซีย อันนี้เปึนข้อพิสูจน์ครับว่าเปึนนโยบายที่ต้องซับซิดี (Subsidy) คือการอุดหนุนราคาน้ํามันให้กับพี่น้องประชาชนชาวมาเลเซีย คงขึ้นอยู่กับนโยบายของ รัฐบาลแต่ละรัฐบาล แต่ปัญหาวันนี้ที่เราจะต้องตอบว่า ท่านรัฐมนตรีตอบได้ไหมว่า โครงสร้างราคาน้ํามันวันนี้ใช้ได้อยู่ไหม ผมเห็นว่ามี ๑๑ รายการ ๑๒ รายการไล่กันไป ทุกคน ภาษีเอย ค่าโรงกลั่นเอย ค่าการตลาดเอย แต่ทราบไหมว่าโครงสร้างราคาน้ํามันนี้ ใช้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ จนป้ ๒๕๕๒ นี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงครับ ทุกรัฐบาลครับ รัฐบาล อานันท์ ปันยารชุน รัฐบาลท่านบรรหาร รัฐบาลท่าน พลเอก ชวลิต รัฐบาลท่านชวน รัฐบาลท่านทักษิณ ๑ ๒ ๓ อะไรก็ตาม รัฐบาลของ พลเอก สุรยุทธ์ แล้วก็รัฐบาล ท่านสมัคร แล้วก็รัฐบาลท่านสมชาย แล้วก็รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ใช้โครงสร้างราคาน้ํามัน อันเดียวกันหมดครับ ฉะนั้นถ้าเผื่อโครงสร้างราคาน้ํามันอันใดอันหนึ่งมันเลว มันคงจะต้องเลวมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ หรือถ้ามันดีคงจะต้องดีมาตลอดจนถึงปัจจุบันนี้ แต่อยากจะถามว่าวันนี้มีความจําเปึนต้องแก้ไขปรับโครงสร้างของโครงสร้างราคาน้ํามัน หรือไม่
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมมีความเปึนห่วงครับ มีความเปึนห่วงที่มีการหยิบยก ค่าการตลาดกันขึ้นมา ถ้าผมไม่พูดตรงนี้ ผมก็ไม่สบายใจ ว่าวันนี้รัฐบาลชุดนี้ขูดรีดภาษี ขูดรีดค่าการตลาดจาก พี่น้องผู้ใช้น้ํามันหรือไม่ มีการหยิบยกตัวเลขขึ้นมาว่าราคาค่าการตลาดอยู่ที่ ๒.๓๐ บาท ต่อลิตร ผมไม่ทราบว่าวันที่เท่าไร แต่ผมไปถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านตอบผม บอกว่าราคามันมีขึ้นมีลง แต่ราคาเฉลี่ยเดือนนี้อยู่ที่ลิตรละ ๑.๖๐ บาท นอกจากนั้นแล้ว ผมถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ บอกถามจริง ๆ เถอะ ราคาค่าการตลาดวันนี้ที่ว่าแพง ๒.๓๐ บาท มันแพงกว่านี้เคยไหมในอดีต เขาไล่ให้ดู ในคอมพิวเตอร์ครับ เขาบอกมีครับ ราคาค่าการตลาดของโครงสร้างราคาน้ํามันมีแพง ครับ ที่ ๓.๒๕ บาทต่อลิตรครับ ป้ ๒๕๔๗ ครับ รัฐบาลท่านทักษิณครับ แต่ผมคิดว่า ไม่เปึนธรรมกับรัฐบาลทักษิณเหมือนกัน ถ้าเผื่อจะเอาจุดเพียงแค่จุดนั้นจุดเดียวนั้นมา เปรียบเทียบ แต่ผมคิดว่าสิ่งนี้ต้องนํามาดูประกอบกันครับ สิ่งที่ผมอยากจะถามก็คือว่า วันนี้ต้องมาทบทวนครับ มาทบทวนว่าวันนี้เราในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเชื่อว่าไม่มีใคร เห็นชอบ ไม่มีใครอยากจะให้ขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันครับ แต่ผมถามคําถามว่าวันนี้ มันมีทางเลือกอื่นไหม สมาชิกรัฐสภาที่นี่มีทางเลือกอื่นไหม สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ก็คือว่าทางเลือกมันมีครับ อย่างที่เคยกราบเรียนมาแล้ว ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังทั้งหลายต้องปรับลดงบประมาณลงมาครับ ใช้จ่ายอย่างนี้ไม่ได้ มันก็จะ มีผลกระทบต่อการจ้างงาน สร้างเศรษฐกิจให้ฟุ๋นคืนมา มันก็มีผลกระทบครับ มันไม่มี ยาสูตรไหนที่ใช้ไปแล้วไม่มีผลกระทบครับ เมื่อท่านบอกว่าท่านจะไม่ลดงบประมาณลงมา ท่านกลับต้องอัดฉีดเพิ่ม โดยท่านไปกู้ และพอไปกู้เสร็จแล้ว นั่นก็เปึนทางเลือกหนึ่ง อีกทางเลือกหนึ่งถ้าถามว่าจะขายสัมปทานอะไรเพิ่มเติมให้ต่างชาติไหม จะขาย รัฐวิสาหกิจอะไรมาโปะแทนตรงนี้ไหม วันนี้ต้องพูดความจริงครับว่า วันนี้ภาษีน้ํามัน ที่เราได้อยู่จากป้ ๒๕๕๑ นั้น ๖๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๖๑,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ถ้าเผื่อสภาบอกว่าไม่เอา ล้มภาษีอันนี้เสีย ไม่เอา ถามว่าประเทศไทยไปไหวไหม คงไปได้ครับ แต่ถามว่าจะไปเอาภาษีชดเชยจากส่วนไหน ๖๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมไล่ไปดูครับ ภาษีสรรพสามิตสินค้าฟุ์มเฟ๋อยมีอยู่ประมาณ ๒๑ รายการครับท่านประธานครับ ภาษีที่เก็บได้รองลงมาจากภาษีสรรพสามิตน้ํามัน คือภาษีสรรพสามิตรถยนต์ครับ วันนี้ภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั้นป้ ๒๕๕๑ นั้นเก็บได้ ๕๗,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเก็บเพิ่มอีกได้ไหม คงได้ครับ แต่ได้ไม่มาก คงไม่ชดเชย ๖๑,๐๐๐ ล้านบาทได้ เพราะอะไร เพราะวันนี้อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั้นอยู่ที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้วครับสําหรับรถที่เกิน ๓,๐๐๐ ซีซี ถ้าท่านเก็บแพงกว่านี้ไป จะมีผลต่อ ยอดขายของรถ วันนี้โตโยต้ายอมรับนะครับว่าไตรมาสแรกของป้ ยอดขายลดลง ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ยอดส่งออกลดลงมากกว่านั้น และวันนี้ถ้าเราไปขึ้นภาษีสรรพสามิต รถยนต์ก็หมายความว่าฝันสลายไปได้เลยที่รัฐบาลชุดก่อน ๆ มารวมทั้งรัฐบาล ท่านทักษิณพยายามจะทําให้ประเทศไทยนั้นเปึนดีทรอยท์ (Detroit) ของเอเชีย คือเปึน ฐานการผลิตรถยนต์ คว่ําข้าวเม่าครับ ถ้าเผื่อขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ คนจะตกงาน อีกเยอะครับ นั่นก็คงไม่ใช่ทางออกที่น่าอภิรมย์นัก หันไปดูว่าจะเก็บภาษีสรรพสามิตสุรา ได้ไหม ยาสูบได้ไหม วันนี้มันขึ้นเกือบเต็มแล้วครับ ท่านไปดูได้ไหมครับว่าวันนี้ภาษีเบียร์ เพดานภาษีอยู่ที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ท่านรัฐมนตรีจัดเก็บอยู่ที่ ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ภาษียาสูบ ครับ เพดานภาษีอยู่ที่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ จัดเก็บอยู่ที่ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ภาษีสุราครับ เต็มอัตรา แล้วครับ ภาษีไวน์ก็เก็บเต็มอัตราแล้วครับ ผมถามว่าวันนี้ท่านมีทางเลือก อย่างอื่นหรือไม่ ผมไปดูครับ ท่านประธานครับ ไปดูโครงสร้างภาษีที่ท่านจัดเก็บ เพดาน ภาษีที่ขอสภาขึ้นมานี่ครับ เพดานภาษีขอขึ้นมาต้องบอกว่าใช้มา โครงสร้างราคาน้ํามัน ใช้มาตั้งแต่รัฐบาลท่านอานันท์ โครงสร้างภาษีสรรพสามิตน้ํามันดีเซลใช้มาตั้งแต่ ป้ ๒๕๒๙ ครับ ยังไม่เคยปรับขึ้นเลย โครงสร้างภาษีน้ํามันเบนซินใช้มาตั้งแต่ ป้ ๒๕๓๔ ครับ ๑๘ ป้แล้วก็ยังไม่เคยขึ้นเลย เขาก็ขึ้น ถามว่าขึ้นดีใจไหม ไม่ดีใจครับ พอใจไหม ไม่พอใจครับ แต่ว่ามันมีคําอธิบายอยู่อย่างหนึ่งว่า ภาษีที่เขาขึ้นเขาขึ้นขนาดไหน เขาขึ้นจริง ประชาชนเดือดร้อนไหม ประชาชนเดือดร้อน แต่ถ้าเผื่อดูโครงสร้างราคาขายปลีก รัฐมนตรีกรุณาดูนะครับ โครงสร้างราคาขายปลีก เมื่อเปรียบเทียบกับภาษีที่ขึ้นแล้ว ในอดีตเมื่อป้ ๒๕๓๔ โครงสร้างเดิมนี่นะครับ เก็บอยู่ที่ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ของราคาขายปลีก โครงสร้างนะครับ เปึนต้นทุน ๓๘ เปอร์เซ็นต์ของราคา ขายปลีกในอดีต แต่ปัจจุบันนี้ท่านขึ้นภาษีมา โครงสร้างอยู่ที่ ๓๘ เปอร์เซ็นต์เท่าเดิม หรือเปล่า เปล่าครับ โครงสร้างเพิ่มขึ้น ๒๖ เปอร์เซ็นต์ของราคาขายปลีก ราคาปัจจุบันนี้ ก็หมายความว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ยังดูว่าไม่ได้ขึ้นภาษีนั้นอย่างที่ได้ต้องการ เพราะเกรงว่า ประชาชนนั้นจะมีผลกระทบ ผมนั้นสะเทือนใจมากที่ท่านบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ไม่ค่อยรักษาคําพูด แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ไปดูเรื่องของเงินกองทุน ที่เอาเข้า วันนี้รัฐบาลมีมาตรการช่วยคนยากคนจนอยู่หรือเปล่า ผมยอมรับนะครับว่า คนที่ใช้น้ํามันกระทบทุกคนครับ ตั้งแต่คนจนไปถึงคนรวย แต่ถ้าเผื่อถามว่ามาตรการวันนี้ กระทบกับใครมากที่สุด ผมก็บอกกับท่านประธานได้ว่ากระทบทุกระดับครับ แต่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ผู้ใช้รถยนต์ทั้งหมด ๒๕ ล้านคน ๙,๐๐๐,๐๐๐ คัน รถยนต์ ๑๖ ล้านคัน คือรถจักรยานยนต์ ใน ๒๕ ล้านคนนี้ คือคนที่มีสตางค์ซื้อรถ แต่ภาษี ที่ท่านรัฐมนตรีกรณ์เก็บ กระทรวงการคลังเก็บ รัฐบาลเก็บ เก็บเพื่อไปดูแลคนทั้ง ๖๓ ล้านคนหรือไม่ ผมก็ต้องตอบว่าใช่ ฉะนั้นถ้าเผื่อประชาชนฟังว่าเก็บภาษี ภาษีขึ้น มันไม่เหมาะสมต้องถามว่าเอาเงินไปทําอะไร ก็เอาเงินไปดูแลชาวบ้านนะครับ โครงการ มาตรการ ๖ เดือน ไฟฟัาฟรี น้ําฟรี สําหรับคนจน คนที่ขึ้นรถเมล์ก็ฟรี คนขึ้นรถไฟก็ฟรี แค่นั้นยังไม่พอ ยังเอาเงินไปเรื่องของเรียนฟรี เบี้ยยังชีพคนชราอีก ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ถามว่า ถ้าเผื่อเงินตรงนี้ไม่มีรัฐมนตรีจะทํางานได้ไหม ก็คงจะต้องมีคําตอบให้สภา แล้วถามว่า วันนี้งบประมาณท่านจํากัดอยู่ขนาดนี้ ผมถามว่าถ้าท่านไม่เอาภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ๖๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมถามว่าท่านจะเอาเงินจากไหนมาประกันราคาพืชผลเกษตรครับ ราคาพืชผลเกษตรที่จะต้องออกทั้งมันสําปะหลัง ทั้งข้าว ทั้งข้าวโพด รัฐบาลต้อง รับผิดชอบ วันนี้จะมีทางเลือกไหม ราคาน้ํามันไม่ต้องขึ้น แต่ว่าไม่มีเงินไปประกันรายได้ ขั้นต่ําให้กับเกษตรกรในเรื่องของข้าวโพด ข้าวเปลือก แล้วก็มันสําปะหลัง นี่คือคําถาม ที่จะต้องถามกัน แต่สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า วันนี้ผมเชื่อว่ารัฐบาลนั้น มีทางออกไม่มาก แล้วผมก็เชื่อว่าเปึนทางออกที่แสดงความเจ็บปวดให้กับประชาชนน้อย ที่สุด ผมฟังท่านอรรถพรพูดครับว่า คนจนที่ประกอบอาชีพประมง รัฐบาลนั้นช่วยอยู่ ในเรื่องของน้ํามันสีม่วง และน้ํามันสีเขียว ซึ่งรัฐบาลชดเชยอยู่ ถามว่าวันนี้ราคาน้ํามัน ตั้งแต่เบนซิน ๙๕ จนถึงดีเซล บี ๕ ถามว่าวันนี้ไบโอดีเซลนี้ รัฐบาลชดเชยอยู่ไหม รัฐบาล ยังชดเชยอยู่ลิตรละ ๕๓ สตางค์ แล้วนอกจากนั้นแล้วรัฐบาลนี้ยังไปลดส่วนต่าง ๆ ซึ่งอยากจะได้รายละเอียดจากรัฐมนตรีว่า ในส่วนของกองทุนนั้นรัฐบาลได้ลดให้เท่าไร บางท่านบอกว่าลดไม่ถึง ๒ บาท บางท่านบอก ๑.๘๗ บาท ผมอยากได้ความจริง จากรัฐบาลในวันนี้ แล้ววันนี้ก็มีการกล่าวหาที่ค่อนข้างสะเทือนใจครับ ค่อนข้างสะเทือนใจ ก็บอกว่า ๔ ก กู้ โกง กิน แล้วก็ขึ้นภาษี ผมไม่สบายใจ เพราะผมเชื่อว่าเงินต่าง ๆ ที่เอา ไปนั้นท่านคงจะต้องดูแลให้ดี แล้วท่านอย่าให้มีเปึนอันขาดว่า รัฐมนตรีคนใด ครอบครัวใด อย่าได้มีพฤติกรรมโคตรโกง หรือว่าโกงทั้งโคตรเหมือนในอดีต อย่าให้มี นอกจากนั้นแล้วผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าโครงสร้างของราคาน้ํามันที่มีอยู่ ในปัจจุบันนี้ ผมคิดว่าเปึนโครงสร้างที่มันพอใช้ได้ แล้วรายรับของรัฐบาลที่เอามานั้น อยากจะฟังจากรัฐมนตรีกรณ์ครับว่า ได้ไปช่วยเหลือคนจนอย่างไรบ้าง คุ้มหรือไม่คุ้ม แล้วถ้าเผื่อไม่มียอดนี้จะทําอย่างไร ผมคิดว่าวันนี้ท่านสมาชิกทุกคนคงเห็นความจําเปึน ความยากลําบากในการตัดสินใจเลือก แล้วผมก็หวั่นไหวกับคําที่บอกว่าถ้าผมผ่าน อันนี้แล้วจะส่งชื่อ ภาพไปทั่วประเทศ ฉะนั้นวันนี้อยากจะขอกราบเรียน ท่านประธานว่า สิ่งที่รัฐบาลนั้นจะต้องชี้แจงให้กับท่านสมาชิกให้ทราบทั้งประเทศ สมาชิกให้ทราบ ทั้งประเทศว่าวันนี้ท่านเอาเงินไปแล้วเกิดประโยชน์อย่างไรกับคนจนบ้าง วันนี้ผลกระทบ ที่มันมีกับคนยากคนจน เด็กเรียนฟรี ๑๒ ล้านคน ผู้สูงอายุอีก ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ผู้ที่มีรายได้ น้อยได้รับเงินช่วยเหลืออีก ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน คนที่ขึ้นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี น้ําฟรี ไฟฟัาฟรี ตรงนั้นท่านเอาเงินมาจากไหน ท่านสามารถแยกแยะได้ไหมว่ารายรับจากภาษีสรรพสามิต นั้นจะเอาไปดูแลทุกข์ของคนจน ท่านแยกแยะได้ไหมว่าเงินกองทุนที่เก็บไปได้นั้น จะเอา ไปชดเชยในส่วนใดของที่เปึนภาระของคนจน ผมคิดว่าวันนี้สภาต้องการคําตอบจาก รัฐบาลครับท่านประธาน และผมก็หวังว่าจะเปึนคําตอบที่มีเหตุมีผล พวกกระผมจะได้ สามารถยกมือตัดสินใจได้ กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ