สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๒

คมเดช ไชยศิวามงคล พูดเรื่องเศรษฐกิจฟื้นตัว พูดว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่ต้องมีการจัดการภาคต่าง ๆ เช่น ภาคเกษตร ภาคแรงงาน ภาคอุตสาหกรรม ภาคท่องเที่ยว และส่งออก นอกจากนี้ยังพูดว่าการบริหารของรัฐบาลนี้มุ่งไปที่การบริหารตัวเลขเท่านั้น ไม่ได้พิจารณาถึงผลกระทบต่อภาคอื่น ๆ และไม่ได้ลดภาษีน้ำมันลงไปตามที่พรรคเพื่อไทยได้เสนอ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับภาควิชาการนี้ ที่เขาบอกว่าเศรษฐกิจฟุ๋นเปึนตัว วี นี้ ผมอยากให้ท่านวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงนิดหนึ่ง เพราะว่าตัวภาคต่าง ๆ ที่การบริหารจัดการของรัฐบาลนี่ มันไม่ใช่มุ่งไปที่การบริหารตัวเลข เฉย ๆ มันมีภาคเกษตร ภาคแรงงาน ภาคอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเกษตร ภาคท่องเที่ยว ส่งออก อันนี้ท่านไปมองที่ตัวเลขการบริหารอย่างเดียว การจัดการนี้มันขึ้นอยู่กับคน งาน เงิน เวลา ถ้าท่านมองตัวเลขอย่างเดียวนี่ มันเปึนหวังดีประสงค์ร้าย บางทีถ้าตัวเลข มันขึ้นเปึนตัว วี หรือตัว ดับเบิลยู (W) นี้ แต่ภาคเกษตร ภาคแรงงาน ภาคหนี้สิน ภาคอุตสาหกรรม ภาคท่องเที่ยว มันตายลงไปหมด พร้อมกับธุรกิจ เอสเอ็มอี (SME) นี้ มันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มันก็เพียงแค่ว่าท่านไปช่วยคนรวยที่มีสายป์านยาวขึ้นมาแค่นั้นเอง แล้วโดยเฉพาะการขึ้นภาษีน้ํามันอยู่ในมือผมนี้มีตัวเลขที่อยากเรียนถาม เพราะว่าอยาก ตั้งข้อสังเกตว่าสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช กับท่านสมชาย แล้วมาสมัยของท่านเองนี่ ตัวเลขเกี่ยวกับตลาดน้ํามัน ๖๗ เหรียญต่อบาร์เรล กับ ๑๔๐ กว่า ๑๖๐ กว่า ทําไมราคา ตอนหน้าปัูมมันต่างกัน ผมดูตัวเลขอยู่หลายตัวด้วยกันที่ว่าเกี่ยวกับโรงกลั่น แล้วก็ด้าน ภาษี กองทุน แล้วก็ค่าการตลาด แล้วก็ราคาขายหน้าปัูม ตัวหนึ่งที่มันน่าจะตั้งข้อสังเกต มากที่สุดก็คือเรื่องค่าตลาด ซึ่งทุก ๆ คนก็ตั้งข้อสงสัยว่าทําไมมันขึ้นมาเยอะมากขนาดนั้น ถ้าเปึนตัวเลขน้ํามันมันคงปรับกันเปึนหมื่นล้านบาท เปึนแสนล้านบาท ตัวเลขต่อเดือนนี้ ท่านขึ้นราคาน้ํามันเดือนหนึ่งก็ตกประมาณ ๓,๐๐๐–๔,๐๐๐ ล้านบาท ป้หนึ่งประมาณ ๔๐,๐๐๐–๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขที่ได้จากไปนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่อยากกราบเรียน ท่านประธานว่าการบริหารในแนวนี้มันต่างกันกับพรรคเพื่อไทย ต่างกันแบบสุดโต่งเลย เพราะว่าในแนวคิดของพรรคเพื่อไทย ถ้าเปึนรัฐบาลนี่ ในภาวะอย่างนี้จะต้องลดภาษี น้ํามันลงไปไม่ต่ํากว่า ๕ บาท ถึง ๑๐ บาท เพราะว่าตัวเหตุผลที่จะต้องลดราคาน้ํามันลง ไปเราจะต้องไปกระตุ้นกําลังซื้อทั้งหมด กําลังซื้อมันมาจากภาคแรงงานส่วนหนึ่ง ภาค เอสเอ็มอี ส่วนหนึ่ง แล้วก็ภาคเกษตรส่วนหนึ่ง ภาคอุตสาหกรรมส่วนหนึ่ง ภาคท่องเที่ยวส่วนหนึ่ง ค่าขนส่งส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นหลังจากที่ท่านดําเนินการมา ๖–๗ เดือน ท่านจะเห็นว่าภาคธุรกิจโดยเฉพาะ เอสเอ็มอี ตายสนิท เสียหายไปประมาณ ๒๐๐,๐๐๐–๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอสเอ็มอี มันเปึนกลุ่มนายจ้าง พอนายจ้างมีปัญหาลูกจ้างมันก็มีปัญหาตามมา ตอนนี้ลูกจ้าง ถูกปลดงาน ไม่ว่าทางตรง ทางอ้อม ประมาณไม่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ผมอยากชี้ ให้ท่านเห็นว่าในแนวคิดของอดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มันเปึนจุดหนึ่ง ที่ท่านน่าจะเก็บเปึนแนวคิด เพราะว่าท่านก็ผ่านวิถีชีวิตมามากมาย ไม่ว่าการเปึน อดีตนายกรัฐมนตรี หรือว่าการถูกขับไล่จากระบบเผด็จการช่วงอยู่ต่างประเทศ แต่ความคิดจิตใจของท่าน แล้วก็ตัวข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านเคยเปึนนายกรัฐมนตรีมันอยู่ใน หัวสมองท่านหมด ท่านบอกเลยว่าถ้าเปึนรัฐบาลมันลดได้ถึง ๑๐ บาท เราก็ดูจากตัวเลข ที่ว่าการเก็บเงินกองทุนมันตกเข้าไป ๗ บาท ตัวภาษีท่านเก็บขึ้นไปเปึน ๗ บาท มันลดได้ และตัวที่ผมบอกว่าถ้าลดภาษีพวกนี้มันเปึนการสร้างกําลังซื้อ เปึนการสร้างกําลังซื้อ ให้ประเทศ แล้วก็เปึนความยั่งยืน เพราะฉะนั้นถ้าเราเปรียบเทียบดูว่าในแนวความคิด ปรัชญาของการแก้ไขปัญหา ซึ่งอดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเคยทําและประสบ ความสําเร็จมาแล้ว ท่านกระตุ้นกําลังซื้อทั้งระบบเลย ตัวอย่างเช่น การพักหนี้เกษตรกร การพักหนี้เกษตรกร ๓ ป้ เงินกองทุนหมู่บ้าน ๓๐ บาทรักษาได้ทุกโรค โอทอป และตัวอื่น ๆ ที่ท่านผลักดันลงไปในส่วนข้างล่างทั้งหมด ตัวนี้ทางรัฐบาลนี้ไม่ได้ทําเลย เพราะฉะนั้นผมยังมองว่าในด้านธุรกิจตามที่ทางรัฐบาลและภาควิชาการคิดว่ามันฟุ๋นแล้ว ผมคิดว่ามันเปึนการฟุ๋นแค่ตัวเลขเฉย ๆ มันไม่ใช่ว่าทางนักวิชาการออกมาเราจะต้องไป เชื่อหมด ภาคนักวิชาการก็อยู่ส่วนกลาง แต่การสัมผัสพฤติกรรมต่าง ๆ ที่แท้จริงมันไม่มี มันไม่ได้เกิด เราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานก็อยู่ภาคอีสานก็คงจะ ทราบว่าอยู่ต่างจังหวัดชาวบ้านเขาสร้างบ้านไม่เสร็จ มันยังไม่ได้ทํารั้ว ทําสี ทําบ้าน ทําครัว ทําข้างล่าง บางทีฝาไม่มี บางทีหลังคาไม่มี ตัวสังกะสีไม่มี ป้ไหนที่เขาได้เงินจาก ราคาผลผลิต เขาถึงจะซื้อเหล็ก หิน ปูน ทราย ไปสร้างบ้านทั้งหมด ท่านคิดว่า กลุ่มชาวบ้าน ๒๐ กว่าล้านคนสร้างบ้านไม่เสร็จมันมีอยู่มากน้อยขนาดไหน ในประเทศไทย ผมตัดให้ครึ่งหนึ่งก็เปึน ๑๐ ล้านยูนิต แล้วส่วนหนึ่งภาคเกษตร ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าท่านมองข้าม จุดนี้ไป มันเปึนเส้นผมบังภูเขาอยู่นิดเดียว กํานัน ผู้ใหญ่บ้านส่วนหนึ่งก็เปึนเกษตรกร อบต. ส่วนหนึ่งก็เปึนเกษตรกร แรงงานส่วนหนึ่งก็เปึนเกษตรกร เพราะฉะนั้นกลุ่มคน พวกนี้อยู่ตามชนบทเขาต้องการกําลังซื้อทั้งหมด ถ้าท่านดูแลภาคเกษตร ภาคผลผลิต ให้เขามีเงินมีทองสร้างกําลังซื้อได้ มันจะขยับขึ้นมาเปึนกําลังซื้อทั้งหมดเลย เกือบครึ่งประเทศ แรงงาน ๒๐-๓๐ ล้านคน เกษตรกร ๒๐ กว่าล้านคน ข้าราชการครู ภาคหนึ่งก็เปึนเกษตร ลึกไปถึงว่าการเปึนเจ้าอาวาสครอบครัวเขาก็เปึนเกษตรกรรม ทั้งหมด ถ้าท่านแก้ไขปัญหาจุดนี้ได้ประเทศมันจะฟุ๋นฟูขึ้นมา มันก็เปึนรูปแบบความคิด ของท่านทักษิณ ชินวัตร ทั้งนั้นเลย อันนี้ก็ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องไปป่ดบังอะไรกัน ก็ฝากแนวทางแนวความคิดท่านไว้ เพราะว่าอย่างไรประเทศไทยมันก็เปึนประเทศของเราร่วมกัน ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือ รัฐบาล ท่านประธานครับ ผมติดใจคําพูดของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ๒ คน จากอดีต ที่ผ่านมามี ๒ คนพูด แล้วก็กระผมจําติดตาติดใจได้ประจําก็คือ ผมคงไม่เอ่ยชื่อ มีคนหนึ่ง บอกว่า กลุ่มที่ไปป่ดสนามบินควรจะเอาไปตัดหัว ๗ ชั่วโคตร มันทําลายประเทศทั้งหมดเลย ในด้านการท่องเที่ยว ในด้านการท่องเที่ยวซึ่งเงินหมุนเข้าถึง ๗๐,๐๐๐–๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอีกคนหนึ่งก็คงไม่เอ่ยชื่อเช่นกัน การขายตัว การทําลายประชาชน การทําร้ายประชาชน มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งบอกว่า ควรจะเอาชื่อไปสลักไว้ที่หนังหมา ไม่ทราบว่า การยกมือขึ้นภาษีเที่ยวนี้มันควรจะไปอยู่จุดไหน ก็กราบเรียนท่านประธาน ไว้ครับ มันมี ๒ จุดนี่ล่ะที่เกิดการทําลายประชาชน