สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พูดเรื่องภาษีน้ํามันและอภิปรายเหตุผลที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการยืนยันพระราชกําหนดภาษีน้ํามัน
ผมตะโกน ท่านประธาน ผมต้องใช้เสียงตะโกนครับ ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วพระราชกําหนดขึ้นภาษีน้ํามัน พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินเดือดร้อน เดือดร้อนเนื่องจากรัฐบาลพยายามที่จะ จัดเก็บภาษีให้ได้โดยเกรงว่าการจัดเก็บภาษีที่ตั้งเปัาไว้จะไม่เข้าเปัา ตอนแรกรัฐบาล ก็บอกว่าจะจัดเก็บไม่เข้าเปัา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในที่สุดเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม รัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ได้มาบอกต่อสาธารณชนว่า จะเก็บเงินไม่เข้าเปัาเพียง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คือพลาดเปัาไป ใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ไปกู้มาตอนแรกก็บอกว่าจะใช้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เอาเข้าจริง ๆ จะใช้แค่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะยังเหลือเงินอยู่อีก ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเหลือเฟ๋อพอที่จะมา ใช้จ่ายในการป่ดหีบงบประมาณ โดยที่ไม่ต้องไปขึ้นภาษีน้ํามันให้ประชาชนเดือดร้อน แม้แต่น้อย เดี๋ยวผมจะอธิบายให้พี่น้องประชาชนได้ยิน ได้ฟังครับว่า รัฐบาลคิดเลขไม่เปึน กระทรวงการคลังใช้เครื่องคิดเลขแบบเด็กประถมไม่ได้ใช้สมองแม้แต่เล็กน้อย ใช้สมอง ไม่เปึน เดี๋ยวผมจะชี้ให้พี่น้องประชาชนที่ฟังวิทยุเสียดายไม่ได้มีการถ่ายทอดทางทีวี ตัวเลขข้อมูลผมมีมากมายที่จะนําเสนอให้สังคมได้ยิน ได้เห็น แต่วันนี้ต้องอาศัยเสียงพูด ผ่านวิทยุนําตัวเลขมากมายเสนอให้สังคม เสนอให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ผมอาจจะ ต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยเพื่อชี้แจงให้พี่น้องประชาชนคนรากหญ้า คนจนในชนบท พี่น้อง เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนในการขึ้นภาษีน้ํามัน ในการเอาเงินกองทุนน้ํามัน เข้ากระเปิา ในการจัดหาเงินจากค่าการตลาดโดยพ่อค้าน้ํามัน สิ่งเหล่านี้ผมจะนําเสนอให้ พี่น้องประชาชนได้ติดตามว่าพรรคฝ์ายค้าน พรรคเพื่อไทย เหตุใดจึงไม่ยืนยันที่จะรับ พระราชกําหนดฉบับนี้ มีอย่างที่ไหนพระราชกําหนดไปถูกคว่ําที่วุฒิสภา หรือตีตก ผู้ที่เสนอกฎหมายฉบับนี้ยังลอยหน้าลอยตาเปึนรัฐมนตรี ถ้าผมเปึนผมลาออกไปแล้วครับ ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์เสนอพระราชกําหนดคือกฎหมาย เสนอไปวุฒิสภาและตีตก มีแต่พระราชบัญญัติที่เราเสนอไป วุฒิสภาไม่เห็นด้วยก็ลงมาพิจารณาร่วมกันตั้งสภาร่วม กรรมาธิการร่วม ๒ สภา แต่พระราชกําหนดเปึนกฎหมายเรียบร้อยแล้ว มีศักดิ์ศรีเท่ากับ พระราชบัญญัติ รัฐบาลก็บอกเปึนการเร่งด่วน จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องออก พระราชกําหนดภาษีน้ํามัน เพราะเดี๋ยวจะเก็บเงินภาษีไม่ได้ต้องรีบขึ้น ประกาศขึ้นภาษี สรรพสามิตน้ํามันตามพระราชกําหนดเมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ วันนั้นออกมาพูดเลยว่า จําเปึนอย่างยิ่งต้องรีบประกาศ เปึนเรื่องเร่งด่วน เปึนความลับ แต่ที่ไหนได้เมื่อการประชุม ครม. เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ข่าวมันออกไปทั่วหมดแล้ว พ่อค้าน้ํามันกักตุนเรียบร้อย พ่อค้าน้ํามันเถื่อนรีบนําเข้าน้ํามันตามแนวชายแดนเปึนที่เรียบร้อย ท่านประธาน สิ่งเหล่านี้รัฐบาลไม่ได้แสดงความจริงใจ ไม่ได้คิดจะปกปัองพี่น้องประชาชนผู้ใช้น้ํามัน แม้แต่น้อย ทันทีที่ประกาศขึ้นท่านประธานรู้ไหมว่าคุยโม้อีกว่าจะขึ้นภาษีจาก ๕ บาท ต่อลิตรเปึน ๗ บาทต่อลิตร แต่จะไม่ให้กระทบพี่น้องประชาชน โดยจะเอาเงินกองทุนน้ํามันมาอุดหนุน ๒ บาท เห็นครับ เห็น เห็นตัวเลขเหล่านี้ และก็ทํา ๒ เดือนอย่างที่พูดไว้ พอครบ ๒ เดือน ๑๔ พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม พอ ๑๔ กรกฎาคมจบปุ็บ ๑๕ กรกฎาคม ขึ้นทันทีเลย ภาษีก็ ๗ บาท กองทุนน้ํามันก็ขึ้นไป ๗ บาท กรณีเบนซิน ๙๕ แถมยังฟันค่าการตลาด ตีหัวเข้าบ้านอีกท่านประธาน เดี๋ยวผมจะเอาตัวเลขมาอ่านให้ฟัง เพราะวันนี้เอาชาร์ท (Chart) มาแสดง พี่น้องประชาชนก็ไม่เห็น วันนี้พี่น้องประชาชนต้องฟังตัวเลขจากผมด้วย คําพูดของผมทั้งนั้น พี่น้องต้องติดตามด้วยความอดทนแล้วจะเข้าใจทั้งหมดว่ารัฐบาล ชุดนี้ไม่ได้มีความจริงจัง คิดเลขไม่เปึน เดี๋ยวผมจะนําเสนอต่อไปครับ วันนี้ครับอยากจะ ขอเรียนต่อที่ประชุมว่า พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้ยืนยันพระราชกําหนด ฉบับนี้ เรามีเหตุผลครับ เราไม่ใช่ค้านอย่างเดียว เดี๋ยวผมจะเอาเหตุผลต่าง ๆ เรียนท่านประธานฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทั้งนายกรณ์ ทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการอีกท่านหนึ่งจําชื่อไม่ได้ และท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบว่าเหตุใด ฝ์ายค้านจึงไม่เห็นด้วย ซึ่งมันไปสอดคล้องกับวุฒิสภาที่ได้อภิปรายเรื่องน้ํามัน ให้พี่น้องประชาชนได้ยินได้ฟัง อิจฉาครับ อิจฉาวุฒิสภา ในวันอภิปรายพระราชกําหนด มีการถ่ายทอดสดออกทีวี ผมนั่งอยู่ที่บ้าน เป่ดช่อง ๑๑ ช่องหอยม่วงได้เห็นหมดล่ะครับ อิจฉาจริง ๆ ได้เห็นตัวเลข ได้เห็นการนําเสนอของวุฒิสภาผมนี่คล้อยตามเลย และก็ดีใจ ครับ ที่วุฒิสมาชิกไม่ผ่านพระราชกําหนดอันเปึนที่อัปยศอดสู สร้างความเดือดร้อน ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้น้ํามัน คนยาก คนจน แรงงาน รากหญ้าพี่น้องเกษตรกรเดือดร้อน ไปทุกหย่อมหญ้า ท่านประธานครับ วันนี้ต้องยอมรับครับว่านายอภิสิทธิ์และ คณะรัฐมนตรีใจกล้า หาญกล้าที่จะนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อยืนยันการอนุมัติ พระราชกําหนดขึ้นภาษีน้ํามัน ผมตอบนะครับอีกครั้งหนึ่งเพื่อความชัดเจนว่า ฝ์ายค้าน พรรคเพื่อไทย ๑๘๗ ส.ส. นี่ละครับ ไม่อนุมัติไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ เหตุผลที่รวบรวมมาเปึนเหตุผลที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ผมได้รวบรวมตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ คือเมื่อวานนี้ละครับ ประมาณ ๓ เดือน กับ ๔ วันที่ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหลายเพื่อนําเสนอต่อสภาแห่งนี้ผ่านท่านประธานไปถึง รัฐมนตรี ไปถึงเพื่อน ส.ส. ในซีกรัฐบาล จริงอยู่ครับวันนี้ท่านอาจจะโหวตให้ผ่าน แต่ขอให้ ฟังเหตุผลที่ผมนําเสนอด้วยใจกว้างแล้วท่านจะได้รับทราบจะเชื่อหรือไม่เชื่อเปึนสิทธิ ของท่าน แต่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดฟังแล้วจะเข้าใจ พรรคเพื่อไทย เตรียมทีมที่จะอภิปรายไว้หลายคนครับ ก็จะพยายามนําเสนอข้อมูล หลักฐาน ตัวเลขต่าง ๆ ที่เราได้รับจากการป่โตรเลียมแห่งประเทศไทย กระทรวงพลังงาน แม้กระทั่ง กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง เราต้องขอขอบพระคุณข้าราชการเหล่านี้ที่มาให้ข้อมูล แก่ฝ์ายค้านเพื่อมาใช้ในการอภิปรายในวันนี้ หากข้อมูลที่อภิปรายมีข้อผิดพลาด ก็ต้องไปโทษข้าราชการที่มาชี้ข้อมูลเหล่านี้ให้กับเรา เพราะผมมีหลักฐานทั้งหมดที่เขามารายงานต่อคณะกรรมาธิการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน และวิปของฝ์ายค้านได้เก็บหลักฐานไว้ทั้งหมดนะครับ ท่านประธาน ภาระที่ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อนมากในขณะนี้ หลังจากที่รัฐบาลเลิกเอากองทุนน้ํามัน ไปอุดหนุนภาษีสรรพสามิต วันที่ ๑๕ เดือนกรกฎาคมเปึนต้นมา น้ํามันแพงขึ้นครับ แพงขึ้นด้วยปัจจัย ๓ อย่าง ภาษีสรรพสามิต ดีเซลก็ ๕ บาท เบนซินก็ ๗ บาท กองทุน น้ํามัน เบนซินก็ฟันไป ๗ บาท ดีเซล ๔ บาท ๕ บาท แล้วแต่ส่วนผสม นอกจากนั้น ค่าการตลาด ท่านประธาน ประชาชนโดนทุบหัว โดยค่าการตลาด ซึ่งค่าการตลาดของแต่ละ บริษัทผู้ค้าน้ํามันขึ้นอยู่กับคณะกรรมการนโยบายพลังงาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานเปึนผู้กําหนดทั้งนั้น ไม่รู้ใครจะกําหนดให้ใครอย่างไร ใครจะได้ประโยชน์อย่างไร แต่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนครับ ใช้น้ํามันแพง แพงกว่าต่างประเทศ เดี๋ยวจะมี เพื่อนสมาชิกจะมาชี้ให้ฟังว่า ประเทศไทยซื้อน้ํามันดีเซลราคาเท่าไร เบนซินราคาเท่าไร ในขณะที่เพื่อนบ้านเราอย่างประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ เขาใช้น้ํามันในราคาเท่าไร เห็นกันชัดเจนท่านประธาน ราคาแตกต่างกันมาก เกิดมาเปึนคนไทยมันมีเวร มีกรรม เพราะมีรัฐบาลที่ทํางานไม่เปึน มีนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีเปึนเด็ก ๒ คน ที่คิดว่าตัวเองเก่ง ไม่ใช่ครับ วันนี้กระทรวงพลังงานก็ไม่ได้ดูแล แถมรัฐมนตรีก็ไม่รู้เรื่อง ประชาชนถึงได้ เดือดร้อน สินค้าอุปโภคบริโภคราคาแพงขึ้น ผมจะยกตัวอย่าง ท่านประธาน ผมได้ขอ ราคาไข่ไก่จากกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในได้เอาราคาไข่ไก่ให้ผม เสียดายไม่มี ทีวีถ่ายทอด ตัวเลขเล็ก แต่ไม่เปึนอะไร ผมเอาไข่ไก่เบอร์ ๐ มาชี้ให้พี่น้องประชาชนได้เห็น ตัวเลขที่ผมมีอยู่นี้นะครับ เริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๓๙ จนถึงป้ ๒๕๕๒ มีราคาไข่ไก่เบอร์ ๐ ของ ทุกเดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนธันวาคมในแต่ละป้ ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็น ครับว่า เอาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ไข่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ไข่ไก่เบอร์ ๐ เดือนกรกฎาคม เดือนเกิดท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณของผมนี่ ราคาไข่ไก่ ๒.๔๕ บาท มาตอนโรคซาร์ส (SARS) ท่านประธานจําได้นะครับโรคซาร์ส ที่รัฐบาลชุดนี้พยายามจะแก้ไขไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ให้เหมือนโรคซาร์ส จะทําเลียนแบบสมัยนั้นไม่ประสบ ความสําเร็จ คนไทยเลยตายเละตุ้มเป็ะไปหมด ตอนโรคซาร์สระบาด ไข่นายกรัฐมนตรี ทักษิณขึ้นทันที ๓.๓๙ บาท อันนี้โทษท่านไม่ได้ ตอนนั้นฆ่าไก่กันเปึนเบือ ฆ่าไก่กันเปึนว่า เล่น ไข่ไก่เลยแพงครับ แต่พอมาดูท่านสมัคร ไข่สมัคร น้ํามันดิบในตลาดโลก ๑๓๗ เหรียญ ไข่ท่านสมัคร ๓.๒๕ สตางค์ ตอนนั้นน้ํามัน ๑๓๗ เหรียญ ท่านมาดูไข่อภิสิทธิ์ น่าเกลียดที่สุด ไข่อภิสิทธิ์น่าเกลียดอย่างไร เพราะไข่อภิสิทธิ์ ๓.๓๑ บาท ในขณะที่ น้ํามันดิบ ๗๐ เหรียญ เห็นชัด ๆ ครับว่า ท่านสมัคร น้ํามัน ๑๓๗ เหรียญ ไข่ไก่ ๓.๒๕ บาท ไข่อภิสิทธิ์น่าเกลียด น้ํามัน ๗๐ เหรียญ ไข่ ๓.๓๑ บาท อันนี้เปึนตัวอย่างที่ให้เห็น พี่น้องประชาชนที่ฟังตาม บ้านจะได้รู้ครับว่า น้ํามันถูก แต่ไข่แพง น่าเกลียดใช้ไม่ได้แบบนี้ ท่านประธาน นอกจากนั้นผู้ค้าน้ํามันทํากําไรมากขึ้น ค่าการตลาดเอกสารที่ผมอยู่ในมือนี่นะครับ เปึนค่าการตลาดน้ํามันสําเร็จรูป ซึ่งสํานักนโยบายและแผนพลังงานส่งมาให้ คณะกรรมาธิการ มันมีสรุปอย่างนี้ครับ ค่าการตลาดน้ํามันสําเร็จรูป เบนซิน แก๊สโซฮอล์ ดีเซล ไม่ว่าจะเปึนหมุนเร็ว หมุนช้า สมัยรัฐบาลสมัคร ป้ ๒๕๕๑ เบนซิน ๙๕ ค่าการตลาด สูงสุด ๒.๘๕ บาท มาป้ ๒๕๕๒ นายอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรี ค่าการตลาดของเบนซิน ๙๕ ที่เศรษฐีมีรถรวย ๆ แพง ๆ ใช้ ๖.๑๗ บาท ต่างกัน ๓–๔ บาท ท่านประธาน แล้วพ่อค้า น้ํามันจะไม่ร่ํารวยได้อย่างไรก็ไม่รู้ละว่าใครจะได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเชลล์ ปตท. บางจาก เอสโซ่ ล้วนแต่ได้กําไรกันทั้งนั้น มาดูแก๊สโซฮอล์ ๙๑ ซึ่งคนใช้เยอะ รัฐบาลสมัครไม่เก็บ เลย ค่าการตลาดไม่มี มาอภิสิทธิ์ ๔.๖๐ บาท แล้วมาขึ้นในช่วงเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ นี้เองท่านประธาน แบบนี้คนใช้น้ํามัน เดือดร้อนหมดครับ ดีเซลหมุนเร็ว ซึ่งเกษตรกรใช้ พ่อค้ารายวันใช้รถกระบะ รถอีแต๋น รถบรรทุก สมัยรัฐบาลสมัคร ตอนนั้น ๑๓๐ เหรียญต่อบาร์เรล น้ํามันดิบนะครับ ๑๓๐ เหรียญสหรัฐ ค่าการตลาดสมัยท่านสมัคร ๑.๗๑ บาทต่อลิตร รัฐบาลอภิสิทธิ์ ค่าน้ํามันเอาคร่าว ๆ ๗๐ เหรียญต่อบาร์เรล ต่างกับรัฐบาลสมัครครึ่งต่อครึ่ง แต่ท่านกลับ ให้กระทรวงพลังงานคิดค่าการตลาดของดีเซลหมุนเร็ว ๑.๙๒ บาท แพงกว่านายสมัคร ๒๐ กว่าสตางค์ แบบนี้พี่น้องประชาชนจะไม่เดือดร้อนได้อย่างไร ผมเห็นและผมสงสาร พี่น้องประชาชนว่าถูกเอาเปรียบอย่างไร นี่ผมจะอาศัย เว็บไซต์ (Web site) ของพรรคเพื่อไทย ขึ้นตัวเลขพวกนี้ละครับ ให้พี่น้องประชาชนได้คลิก (Click) เข้ามาดู อย่างน้อยพี่น้องประชาชน จะได้หูตาสว่าง นักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยคลิกตัวเลข ปริ้นท์ (Print) ออกมาไปให้คุณพ่อ คุณแม่อธิบายความให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจก็จะได้รู้ว่า รัฐบาลนี้ทํางานไม่เปึน เดี๋ยวผม จะชี้ให้เห็นว่าไม่เปึนอย่างไร มีหลักฐานครับ ตามมานะครับท่านประธาน การลักลอบ นําเข้าน้ํามันเถื่อนสูงขึ้น เดี๋ยวคงจะมีเพื่อนสมาชิกมาอภิปราย เพราะเมื่อวานทาง พลังงาน ทางสรรพสามิต กระทรวงการคลังได้นําข้อมูลการลักลอบการนําเข้าน้ํามันเถื่อน หลังจากที่น้ํามันในประเทศไทยมีราคาสูงขึ้น เอามาให้แล้วนะครับ ผมคงไม่ลง รายละเอียดในส่วนนั้น ค่าโดยสารรถและเรือมีแนวโน้มจะขยับขึ้น ท่านประธานต้องเอา ข่าวนี้ให้พี่น้องประชาชนที่ติดตามฟังการอภิปรายของผมได้ดูครับ หนังสือพิมพ์มติชนในส่วนเศรษฐกิจ ขออนุญาตท่านประธานอ่านหน่อยอีกเล็กน้อย นะครับ วันจันทร์ที่ ๑๗ สิงหาคม แห่ขอขึ้นค่ารถ ค่าเรือ ค่าขนส่ง จะไปโทษผู้ประกอบการ ไม่ได้เลย เพราะวันนี้ราคาน้ํามันมันขึ้น ก็เนื่องจากรัฐบาลไปรีดภาษีสรรพสามิต รีดจน น่าเกลียด ตัวเลขเสียดายที่ไม่ได้มานําเสนอ ตารางมันมีเยอะแยะเลยครับ รีดค่ากองทุน น้ํามัน เพิ่งมารีดเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม เต็มที่ ก็ทําให้ผู้ประกอบการเขาเดือดร้อน ขอประทานโทษ อย่างเจ๊เกียวท่านก็ต้องมาเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อขอขึ้นราคาน้ํามัน ขึ้นราคาค่าโดยสาร เพราะน้ํามันมันแพง เพราะรัฐบาลมันไปขูดรีดเขา ค่าการตลาด ก็เก็บเอา ๆ ไม่ยอมลดให้เขา สิ่งเหล่านี้ละครับทําให้ผู้ประกอบการเดือดร้อน ผมไม่ได้เอา ใจผู้ประกอบการ แต่ผมเอาข้อเท็จจริงมาพูดให้ประธานผ่านไปรัฐบาล ผ่านไปยังพี่น้อง ประชาชนให้ได้รับทราบข้อเท็จจริง อย่างนี้เปึนต้น อันนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผู้ที่น่าสงสารที่สุดก็คือเกษตรกร วันนี้ผลผลิตการเกษตร ยกตัวอย่าง ลําไยที่บ้านผม ออกมามากมาย ขายไม่มีราคา แต่ที่สําคัญที่สุดปุิยแพงมาก พี่น้อง เกษตรกรเขาบอกว่าปุิยยูเรีย (Urea) ถุง ๕๐ กิโลกรัม มัน ๗๐๐ บาท ผมไม่ทราบว่า รัฐมนตรีเคยทํานา ทําไร่ไหมครับ เคยซื้อปุิยมาใส่ต้นไม้ ดอกไม้ที่บ้านไหม ท่านลองไปซื้อดู แล้วพี่น้องเกษตรกรเขาจะอยู่ได้อย่างไร มันแพงหูฉี่ ทั้ง ๆ ที่วัตถุดิบที่จะมาทําแม่ปุิย นําเข้ามาทํา มันไม่ได้แพงอย่างที่คิด แต่วันนี้บริษัทต่าง ๆ พ่อค้าปุิยก็อ้าง อ้างว่าน้ํามัน มันแพง ก็เลยขึ้นราคาปุิย ท่านรัฐมนตรีต้องไปดู ท่านหน้าขาว ๆ ท่านไม่เคยไปไร่ ไปนา ยิ่งไม่เคยมาจากการเลือกตั้งไม่รู้หรอก ประชาชนเขาเดือดร้อนอย่างไร สารเคมีที่เกษตรกร ใช้ก็แพง แพงเพราะค่าขนส่งมันแพง ค่าน้ํามันมันแพง น้ํามันดีเซลเพื่อใช้กับรถไถนา รถอีแต๋น รถกระบะที่เขาขนสินค้าเกษตรจากเรือกสวนไร่นาไปยังร้านค้า ไปยังโกดังสินค้า ไปยังตลาด แพงทั้งนั้น พี่น้องเกษตรกรหาเช้าไม่พอกินค่ํา วันนี้เขาสนใจปากท้องของเขา ครับ เดี๋ยวผมจะบอกวิธีแก้ให้ ท่านแก้ได้ถ้าท่านใจกล้า แล้วฟังผม ผมต้องการให้ท่าน ช่วยกันแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน ความสุขจะได้กลับคืนสู่ประชาชน ไม่ใช่เอาความทุกข์ มาให้ประชาชน ถ้าประชาชนมีความสุข ผมก็มีความสุข เดี๋ยวผมจะไม่ป่ดบังวิธีแก้ วิธีแก้ ที่ผมจะนําเสนอมีทั้งท่านนายกทักษิณแนะนํา และตัวผมแนะนําด้วย เดี๋ยวคอยฟังนะครับ ฟังให้ดีแล้วจดไว้ด้วยท่านรัฐมนตรี มันเปึนประโยชน์ต่อท่าน รัฐบาล ๓ เดือนที่ผ่านมา ไม่ได้จริงใจกับประชาชน ผมจะชี้ให้เห็นอย่างนี้ครับว่า วันที่พระราชกําหนดประกาศใช้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกว่าจะเอาเงินกองทุนน้ํามันมาทดแทนการขึ้นภาษี น้ํามัน ภาษีสรรพสามิตเพื่อให้พี่น้องผู้ใช้น้ํามันไม่รู้สึก ไม่เดือดร้อน ตอนแรกก็บอกว่า อาจจะ ๒ เดือน หรือ ๔ เดือน พอทําไปได้ ๒ เดือน วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๑๔ มิถุนายน วันที่ ๑๔ มิถุนายน ถึงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม เอาเงินกองทุนไปอุดหนุนภาษี สรรพสามิต ประชาชนแทบไม่รู้สึก แต่ผมเห็นตัวเลขแล้วผมขยะแขยง เพราะมันมีการซ่อน ตัวเลขไว้อยู่ในนั้นที่มีการทํากําไรอยู่ แต่ไม่ว่ากันล่ะ ราคามันไม่ได้แตกต่างกันมาก เพราะช่วงนั้นน้ํามันมีราคาขึ้นและลง ก็จะตีถัวเฉลี่ย แต่มันยังมีความน่าเกลียดอยู่ในตัวเลขเหล่านั้น บังเอิญผมดูตัวเลขเปึนท่านประธาน พอเดือนที่ ๓ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม วันที่ ๑๕ กรกฎาคม รัฐบาลขึ้นทันที ทั้งภาษี สรรพสามิตและกองทุนน้ํามัน ผู้ใช้ ประชาชนเดือดร้อนทันที น้ํามันราคาสูงขึ้น แต่ก็ไปทํา เปึนลดค่าการตลาดเล็กน้อย ตัวเลขมีหมดครับท่านประธาน บางครั้งค่าการตลาด ผู้ค้า น้ํามันก็สูงขึ้นอีก ในช่วงที่ผ่านมา ใน ๑ เดือนที่ผ่านมา ซ้ําเติมประชาชน มีสื่อมวลชน หลาย ๆ ฉบับเขาเขียนเลย ผมเอามา เดี๋ยวผมจะนําเสนอให้ดู ทุกฝ์ายบอกเลยครับว่า วันนี้ถ้ารัฐบาลจะจริงจัง จริงใจ ลดภาษีเหล่านี้ ลดกองทุนน้ํามันได้ ประชาชนจะไม่ เดือดร้อนขนาดนี้ ลดได้ถึงลิตรละ ๕ บาท บางฉบับเขียนไว้ และที่สําคัญที่สุดตัวเลขที่ผม ได้รับจากกรมสรรพสามิต คืออย่างนี้ครับท่านประธาน หลังจากที่รัฐบาลได้ขึ้นภาษีน้ํามัน ๒ เดือน รายได้ที่กรมสรรพสามิตได้เพิ่มขึ้นจากที่เคยเก็บได้ใน ๒ เดือนนี้ อันเนื่องมาจาก ภาษีเพิ่มขึ้น ๒ บาท เก็บได้เดือนหนึ่งประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ๔,๐๐๐ ล้านบาท แค่นั้นเอง เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ๑ เดือน เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม ๒ เดือน กรกฎาคม เดือนสิงหาคม ๓ เดือน เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน ๔ เดือน รัฐบาล จะเก็บเงินได้แค่ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท จิ๊บจ๊อยไม่ได้มากเลยอย่างที่คิดไว้ แล้วยิ่งมาฟัง ท่านประธาน ตัวเลขประมาณการที่รัฐบาลเคยชี้แจงว่าหลังจากที่เก็บภาษีสรรพสามิต น้ํามันเพิ่มขึ้น รัฐบาลจะเก็บรายได้เพิ่มขึ้น ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ เอา ๑๒ ไปคูณ ๑๒ คูณ ๔ เท่ากับ ๔๘ ก็คือ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ใกล้เคียงกับที่ได้ประมาณการไว้ ก็ต้องยอมรับว่า กรมสรรพสามิตเก็บตัวเลขได้ใกล้เคียงกับตัวเลขที่รัฐบาลได้พูดไว้ เดือนละ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ท่านประธานลองมาดู พี่น้องประชาชนรู้อยู่แล้วว่ารัฐบาลนี้กู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาทําไทยเข้มแข็ง โครงการต่าง ๆ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาอย่างนี้ง่าย ๆ ถ้าเกิดมีโครงการที่ส่อไปในทางทุจริต หรือวันนี้ออกมายอมรับ แล้วว่าโครงการเศรษฐกิจชุมชนพอเพียงทุจริต สมมุติ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการทุจริต สัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เรียกคอมมิชชั่น (Commission) ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช่ไหมครับ แล้วเราไปเก็บเงินภาษีน้ํามัน พี่น้องประชาชนได้มาเดือนละ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ป้หนึ่งได้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเก็บไป ให้เมื่อยตุ้มทําไม ให้ประชาชนเดือดร้อนทําไม เอาเงิน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แทนที่จะไปโกง ไปทุจริต ก็เลิกโกง เลิกทุจริตเสียป้ ๒ ป้ แล้วก็เอาเงินที่จะโกงจะทุจริตมาจ่ายเปึนค่าภาษีน้ํามันแทน พี่น้องประชาชนจะดีไหม อันนี้ตั้งคําถามไว้นะ ท่านจะทําไม่ทําก็เปึนเรื่องของท่าน แต่เสนอแนวคิดอย่างนี้ให้แล้ว ฝากรัฐมนตรี ฝากรัฐบาลอย่าให้เกิดการทุจริต อย่าให้โกง อดกินสักป้ ๒ ป้ มันไม่ได้น่าเกลียด มันไม่ได้ทําให้ท่านร่ํารวยขึ้นหรอก อันนี้ตั้งสมมุติฐานไว้ เพราะว่ามันมีเหตุจึงชวนให้คิดได้ว่าโครงการทุจริตชุมชนพอเพียง อย่างนี้ก็มีการทุจริตเกิดขึ้นได้ นอกจากนั้นทางรัฐบาลบอกว่าจะขยายมาตรการ ๕ มาตรการ ๖ เดือน ช่วยค่าน้ํา ค่าไฟ ต่อไปอีก ๖ เดือน พี่น้องประชาชนคนรากหญ้า คนจน คนที่ใช้ไฟน้อย ใช้น้ําประปาน้อย ดีอกดีใจ ๖ เดือนรัฐบาลใช้เงินในส่วนนี้ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ดูว่าเปึนเงินเยอะ แต่รัฐบาล เก็บเงินภาษีน้ํามัน ภาษีตามพระราชกําหนดฉบับนี้ เมื่อสักครู่นี้ผมบอกแล้วอย่างไร ครับว่า ได้ตัวเลขเดือนละ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ๖ เดือน รัฐบาลเก็บไป ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท เอา ๖ ไปคูณ ๔,๐๐๐ ล้านบาทก็ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหมือนกับรัฐบาลไปโกหก ประชาชน บอกว่าจะมาอุดหนุนเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของพี่น้องประชาชน รัฐบาล หนุนไป ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ๕ มาตรการ ๖ เดือน ช่วยค่าน้ํา ค่าไฟ แต่ไปหลอกกินของเขา ไปเก็บภาษีน้ํามันของเขาคืนมา ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลกําไรไปอีก ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน พ่อค้าขายสินค้าก็ไม่ยอมลดราคาสินค้า สินค้าอุปโภค บริโภคก็แพงอยู่อย่างนั้น ค่าโดยสารพี่น้องประชาชน ค่าน้ํามัน ค่ามอเตอร์ไซค์ ค่ารถบรรทุก ทุกอย่างขึ้น พี่น้องประชาชนเดือดร้อนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย แล้วมันจะเปึน การกระตุ้นเศรษฐกิจไหม ท่านต้องไปคิดใหม่ คิดให้ดี จะว่าคิดใหม่ ทําใหม่ เดี๋ยวก็จะมา ลอกเลียนแบบพรรคไทยรักไทย รัฐบาลต้องไปคิดใหม่ครับ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านกรณ์ กับท่านรัฐมนตรีพฤฒิชัย นึกชื่อออกเดี๋ยวนี้ครับ ไปร่วมกัน สุ่มหัวกัน เอาหัว ๓ หัวชนกัน แล้วคิดใช้สมอง วันนี้ต้องตอกย้ําอีกครั้งครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรณ์ ออกมาพูดเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ว่าจะกู้เงินเพื่อใช้ป่ดหีบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อก่อนพูดมาตลอดเลยครับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป่ดหีบ พอเอาเข้าจริง ๆ ใช้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดีใจครับ เพราะท่านก็บอกว่า เก็บภาษีได้เพิ่ม แต่ไม่ใช่จากน้ํามันหรอก น้ํามันมันจิ๊บจ๊อย เก็บได้จากส่วนอื่นมากกว่า มันก็สะท้อนให้เห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ได้มีความแม่นยําในตัวเลข ผมในฐานะฝ์ายค้าน ส.ส. ฝ์ายค้าน ทีมเศรษฐกิจฝ์ายค้านรุกขึ้นอภิปรายตลอด ว่าอย่า เพิ่งรีบกู้เงิน พระราชกําหนดนี้ไม่ใช่พระราชกําหนดเร่งด่วน รอให้ใกล้ ๆ จะป่ดหีบค่อย ออกพระราชกําหนดก็ทัน วันนี้ออกพระราชกําหนดมา ตอนนั้นจะเปึนจะตาย ท่านประธาน จําได้ไหมครับ โอ๊ย ฝ์ายค้านตีรวน ถ้าล่าช้าประชาชนจะเดือดร้อน จะตกงานเพิ่มขึ้น ใส่ร้ายกล่าวหาฝ์ายค้าน ฝ์ายค้านไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก็ยัง ไปยืนยันในศาล ว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาทําไทยเข้มแข็ง ผมบอก ไม่ใช่ ข้อมูลที่ท่านให้ผมมา ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ป่ดหีบ ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ไปทํา โครงการไทยเข้มแข็ง ตัวเลขใครใกล้เคียงกว่ากันครับ ผมนี่ละ ฝ์ายค้านนี่ละ ทําไมสังคม มันไม่สรรเสริญกันบ้าง ว่าความแม่นยําของตัวเลขคนที่จบวิศวะ กับพวกที่จบ เศรษฐศาสตร์ ใครจะเก่งกว่ากัน ท่านประธานเคยไปประเทศจีนไหมครับ ผู้นําจีนทั้งหลาย ที่นครเซียงไฮ้ไปเปึนผู้นําประเทศจีนจบวิศวะทั้งนั้นครับ บังเอิญท่านประธานก็จบวิศวะ ใช้ได้ ท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้เลยครับว่า เอาละ ท่านพูดในสภาว่า ป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ท่านใช้จริง ๆ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเหลือ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่เอาไปใช้อะไร ผมได้ข้อมูลจากผู้อํานวยการสํานักงานหนี้สาธารณะ ท่านประธาน ส่งมาให้ผมเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม เรื่องขอนําส่งข้อมูลเพื่อตอบข้อซักถาม ในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ ข้อ ๑ กรอบวงเงินกู้ภายใต้พระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อนําไปสมทบเงินคงคลังไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น สบน. คือสํานักงานบริหาร หนี้สาธารณะ จะดําเนินการกู้เงินภายใต้วงเงินดังกล่าวในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ จํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และป้ ๒๕๕๓ จํานวน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทตามลําดับ เพราะฉะนั้น การที่ไปเบิกความในศาลรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ไม่ได้พูดความจริง ต่อศาล แล้ววันนี้เอาแล้ว ท่านก็ยอมรับ สบน. ก็ส่งให้ผมว่าป้ ๒๕๕๒ ใช้แค่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ป่ดหีบอีก ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเหลือจะรอไปป้ ๒๕๕๓ ทําไม เลิกพระราชกําหนดขึ้นภาษีสรรพสามิต ท่านเก็บได้เดือนละ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชน เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ถอนออกไปได้ครับพระราชกําหนดฉบับนี้ แล้วเอาเงินกู้มาใช้ได้ เพื่อมาป่ดหีบ มันกี่สตางค์เอง ท่าน ๔,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อสักครู่นี้ผมคํานวณให้แล้วจนถึง สิ้นป้งบประมาณมา ๔ เดือน ๔ คูณ ๔ ก็ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านมี ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปใช้ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยังเหลืออีกตั้ง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเปึนไหมครับ ประชาชนจะได้ไม่เดือดร้อน สงสารประชาชนบ้างสิครับ ท่านรู้ไหม พอท่านขึ้นภาษีน้ํามัน ท่านขึ้นบุหรี่ ท่านขึ้นเหล้า ภาษีเหล้าทั้งหลาย ที่ขึ้นภาษีบาปพร้อม ๆ กัน คนรวย ไม่เดือดร้อน ท่านประธาน คนรวยสั่งซื้อเหล้าฝรั่ง มีคนไปส่งถึงบ้าน ผมรู้ด้วยว่าส่งจากไหน ลักลอบหนีภาษี ส่งถึงบ้านเสร็จ ๓๘๙ ๔๐๗ จะเอากี่หีบ บอกมา คนรวยซื้อบุหรี่ กี่คอตตอน (Cotton) ก็ได้ แต่ผมไปที่ด่านชายแดนท่านประธาน ไปที่ด่านชายแดน ทั้งแม่สาย ทั้งหนองคาย คนจน ๆ อยากกินเหล้าแดง เขาไม่อยากกินเหล้าโรง เขาเดินไป ฝัืงลาว ซื้อเหล้าแดง ๔ ขวด ๑๐๐ บาท ตกขวดละ ๒๕ บาท พอมาถึงด่าน ด่านบอกว่า ให้ได้ ๒ ขวด เขายอมเอา ๒ ขวดไปทิ้งแล้วเอาแค่ ๒ ขวดกลับเข้ามา ขวดละ ๒๕ บาท ๒ ขวด ๕๐ บาท ทิ้งไปอีก ๕๐ บาท บุหรี่ก็ซื้อมาสูบ เขาอยากสูบบุหรี่ เขาซื้อบุหรี่ประเทศไทย ไม่ไหวเขาก็ไปซื้อบุหรี่ลาว บุหรี่ไทยที่ปลอมจากลาวก็มี ผมอยากถามท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีเคยไปเดินชายแดนไหม วันนั้นนายกรัฐมนตรีไปลาว ไปแป็บ ๆ ประทานอภัย ตดไม่ทันหายเหม็นกลับแล้ว จะไปเห็นอะไร ผมนี่เดินต๊อก ๆ ข้ามแนวชายแดนไป ไปดูข้อเท็จจริงเพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาประเทศชาติบ้านเมืองครับ รัฐมนตรีหน้าใส ๆ ไปดูบ้างก็ได้จะได้รู้เรื่อง อยากจะฝากไว้คนเราต้องเข้าใจ มองเห็น แล้วถึงจะมีวิสัยทัศน์ อย่าหาว่าผมสอนนะ ผมก็อายุมากแล้ว ถือว่าผมเปึนครูบาอาจารย์ ก็แล้วกัน ท่านประธาน สิ่งที่ผมได้ไปพบนายกรัฐมนตรีทักษิณมา ทุกครั้งที่ผมไปพบท่าน ผมจะนั่งครับ จดบันทึกถามท่าน เพราะผมมองว่าท่านเปึนผู้ที่มีความรอบรู้ในสังคมโลก ท่านเปึนที่ยอมรับ ท่านรู้เรื่องเศรษฐกิจ เที่ยวที่ผมไปประเทศดูไบ ๑๓–๑๕ กรกฎาคม ผมถามท่านครับ ผมถามท่านว่าเรื่องการขึ้นภาษีน้ํามันของรัฐบาลอภิสิทธิ์ท่านคิดอย่างไร ท่านตอบผม ๓ ข้อนะครับ ท่านรัฐมนตรีจดไว้ก็ได้นะครับ อันนี้เปึนประโยชน์ เปึนความรู้ ถึงแม้ท่านจะไม่ชอบนายกรัฐมนตรีของผม แต่ท่านจดไว้เถอะ เปึนวิทยาทาน ข้อแรกท่าน นายกรัฐมนตรีทักษิณ บอกว่ารัฐบาลนี้ใช้เครื่องคิดเลข คิดชั้นเดียวในการแก้เศรษฐกิจ ฟังให้ลึกซึ้งนะครับ ท่านใช้เครื่องคิดเลขคิดชั้นเดียว ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณบอกว่า รัฐบาลนี้ควรจะใช้สมองคิด แล้วจะได้คําตอบ ข้อที่ ๒ ครับ ประเทศอิหร่าน ประเทศ เวเนซูเอลา ประเทศรัสเซีย เปึน ๓ ประเทศที่ผลิตน้ํามันดิบมากที่สุดในโลก ๓ ประเทศนี้ ได้ผูกมัด หรือภาษาฝรั่งว่า คอมมิท (Commit) การลงทุนของประเทศตัวเองไว้เมื่อราคา น้ํามัน ๑๓๐ เหรียญสหรัฐ จําไว้นะครับ เขาได้คอมมิทในการบริหารจัดการประเทศเขาไว้ ที่ ๑๓๐ เหรียญ วันนี้น้ํามันในตลาดโลก