สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เสนอพระราชบัญญัติสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาการเจ็บป่วยและความสูญเสียที่เกิดจากการทำงาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างองค์กรอิสระที่จะดูแลและคุ้มครองแรงงานที่ได้รับอันตรายจากการทำงาน และมีหน้าที่ในการส่งเสริมและวินิจฉัยเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องกฎหมายที่จะจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานด้วย

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอหลักการ และเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... ว่า โดยที่การประสบอันตรายและการเจ็บป์วย ด้วยโรคอันเนื่องจากการทํางานหรือเกี่ยวกับการทํางานที่มีแนวโน้มที่จะรุนแรง และก่อให้เกิดความสูญเสียเพิ่มมากขึ้นจําเปึนต้องมีการบริหารจัดการอย่างมี ประสิทธิภาพ โดยหน่วยงานที่มีฐานะเปึนองค์กรอิสระภายใต้การกํากับดูแลของรัฐ สมควรจัดตั้งสถาบันเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ ทํางาน จึงจําเปึนต้องตราเปึนพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานคะ ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่ ฝ์ายแรงงานเรียกร้องมามากกว่า ๑๐ ป้แล้ว เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมาในกฎหมายคุ้มครอง แรงงาน เรามีสถาบันความปลอดภัยอยู่ในกระทรวงแรงงาน มีกองทุนเงินทดแทน อยู่ในกระทรวงแรงงาน แล้วก็ยังมีกฎหมายที่กําหนดว่าให้สถานประกอบการต่าง ๆ มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยอยู่ด้วย แล้วรัฐบาลก็ยังมีการจัดงานวันความปลอดภัย ในการทํางานขึ้นทุกป้ด้วยนะคะ เพียงแต่ว่าหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะดูแลแรงงานที่ประสบอันตรายหรือว่าเจ็บป์วย จากการทํางานน้อยไปหน่อย ถ้าสมมุติว่าในการวินิจฉัย ส่วนใหญ่วินิจฉัยเวลาแรงงาน เจ็บป์วย ส่วนใหญ่ก็จะวินิจฉัยตามอาการ ไม่ค่อยจะระบุว่าเขาเปึนโรคหรือว่าเจ็บป์วย ที่เกิดจากการทํางาน เพราะว่าถ้าบอกว่าเจ็บป์วยจากการทํางานการที่จะเยียวยาดูแลเขา จะต้องใช้เงินกองทุนทดแทน ซึ่งกองทุนเงินทดแทนก็จะเปึนเงินที่มาจากฝ์ายนายจ้าง ส่วนใหญ่แรงงานก็เรียกร้องว่าเวลาวินิจฉัยมักจะวินิจฉัยตามอาการแล้วก็บอกว่าเปึนโรค ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทํางานก็จะให้ไปใช้เงินประกันสังคม จนกระทั่งพี่น้องแรงงาน ทั้งหลายที่เจ็บป์วยจากการทํางาน ซึ่งที่จริงก็ต้องใช้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้วย ในการที่จะวินิจฉัยแล้วก็เปึนแพทย์ที่ใส่ใจด้วยนะคะว่าที่จะวินิจฉัยให้ลงลึกลงไป สักแค่ไหน จนกระทั่งปัจจุบันมีสภา พี่น้องแรงงานได้ตั้งสภาเครือข่ายผู้ป์วยจากการ ทํางานขึ้นมา แล้วก็พยายามที่จะเรียกร้องให้มีกฎหมายฉบับนี้ค่ะ ว่าที่ผ่านมาก็เห็นแล้ว ว่ามีแต่ว่าทํางานไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ถ้าจะให้มีประสิทธิภาพจะต้องเปึนอิสระในการ ที่จะต้องมาจัดการเรื่องเหล่านี้ จะต้องมาดูแลแล้วก็ต้องมีอํานาจในการที่จะวินิจฉัยด้วย ในการที่จะเยียวยาด้วยนะคะ แต่ว่าองค์กรอิสระนี้ก็อยู่ภายใต้รัฐมนตรีว่าการค่ะ มีหน้าที่ เพื่อที่จะส่งเสริม ส่วนใหญ่แล้วราชการอาจจะทําหน้าที่ส่งเสริม แม้ว่าร่างของรัฐบาลจะมี กองทุนก็จริง แต่ว่าก็เปึนกองทุนที่มีไว้สําหรับให้หน่วยงาน ให้สถานประกอบการต่าง ๆ มากู้ยืมไปเพื่อที่จะไปพัฒนางานด้านความปลอดภัย แต่ถ้าองค์กรอิสระที่ร่างที่ดิฉันเสนอ เข้ามาก็มีหน้าที่ที่จะต้องส่งเสริมด้วย แต่ขณะเดียวกันมีอํานาจหน้าที่ที่จะต้องวินิจฉัยด้วย มีองค์กร มีกลุ่ม มีกรรมการ แล้วก็จะต้องวินิจฉัยด้วยว่าโรคนี้เปึนโรคที่เกิดจากการทํางาน หรือไม่ แล้วจะรักษา แล้วจะเยียวยาอย่างไร ก็คือต้องคุ้มครองดูแลแรงงานต่าง ๆ เหล่านี้ ให้รับการดูแลอย่างดีด้วยนะคะ ที่จริงในขณะเดียวกันที่เรายังไม่มีองค์กรที่จะขึ้นมาดู แรงงานเขาก็พยายามที่จะเรียกร้องในหมู่ ในองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวง สาธารณสุข เขาก็เรียกร้องว่าโรงพยาบาลก็ควรจะมีศูนย์อาชีวอนามัยเข้ามา ซึ่งตอนนี้ ก็มีอยู่แล้วประมาณ ๒๕ จังหวัด ที่จริงมีงานศึกษาด้วยเหมือนกันนะคะ ที่ผ่านมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๓๖ จนถึงปัจจุบันแรงงานก็พยายามที่จะเรียกร้องให้มีกฎหมาย ให้มีสถาบันขึ้นมา ดูแลพวกเขา ก็มีงานวิจัยอยู่หลายส่วน แล้วก็มีงานวิจัยที่สรุปว่าควรจะมีองค์กรอิสระ ที่จะมารองรับงานด้านนี้ แล้วก็ที่จริงเขาเสนอด้วยว่ากระทรวงสาธารณสุขควรจะมี กรมอาชีวอนามัย ซึ่งอันนั้นเราก็จะไม่ก้าวล่วงไปถึงตรงนั้น เพียงแต่อยากจะชี้ให้เห็นว่า ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาชีวอนามัยก็เปึนสิ่งที่จําเปึนมากสําหรับสังคมเราเพราะบ้านเรา กําลังพัฒนาไปสู่สังคมอุตสาหกรรมมากขึ้น เมื่อย้อนหลังไปตั้งแต่โรงงานตุ๊กตา เคเดอร์ไหม้ แล้วก็พี่น้องประสบอันตรายรวมจนกระทั่งไปถึงก็สัก ๑๐ กว่าป้ให้หลังที่มี ปัญหาเกิดขึ้นที่นิคมอุตสาหกรรมลําพูน ก็มีนายแพทย์ มีแพทย์บางท่านสนใจที่จะวินิจฉัย ในเรื่องนี้ก็เกิดความขัดแย้งกับแพทย์โดยทั่ว ๆ ไปอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราต้องยกระดับ ของแพทย์ทางด้านอาชีวอนามัยขึ้นมาให้เปึนที่ยอมรับแล้วก็ให้เปึนที่พึ่งของพี่น้องแรงงาน ได้ด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยได้ร่วมกับคณะค่ะ ขอเสนอกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมานะคะ ซึ่งเรียกว่าเปึนกฎหมายสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน พ.ศ. .... ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน