สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดภาคใต้ และการรับทราบถึงความพิเศษของพื้นที่ดังกล่าว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สําหรับในเรื่องที่จะไปแก้ปัญหา ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนคงไม่ต้องกังวลนะครับ คือสัปดาห์หน้าผมเดินทางไปประเทศสิงคโปร์เพื่อร่วมประชุมเอเปก (APEC) แล้วก็จะมี โอกาสได้พบกับท่านอยู่แล้ว ซึ่งก็คงจะต้องมีการพูดคุยกันในการที่จะเตรียมการสําหรับ การเยือนของท่านในเดือนธันวาคม แล้วที่ผมได้เสนอท่านในช่วงที่ไปเยือนเปึนทางการ ก็คือท่านกับผมจะเดินทางไปใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งท่านได้ตอบรับ เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เปึนแนวทางบนความเข้าใจที่ดี ที่สําคัญผมคิดว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้พูดชัดเจน ก็คือท่านถือว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องของการแก้ไขปัญหาซึ่งเปึนปัญหาภายใน ของเรา ผมคิดว่าอันนี้เปึนสิ่งที่สําคัญ แล้วท่านก็บอกว่าการให้การสนับสนุนในการแก้ไข ปัญหาในส่วนของมาเลเซียนั้นก็จะทําเท่าที่ประเทศไทยร้องขอ ซึ่งผมคิดว่าเปึนท่าที ที่ทําให้พวกเราทุกคนสามารถที่จะสบายใจได้ เพราะไม่มีความเข้าใจว่าปัญหาในเรื่องนี้ เปึนความขัดแย้งในลักษณะที่จะลุกลามไปถึงขั้นที่จะต้องมีภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นก็คือเหตุผลที่วันนี้ตามข่าวที่บอกว่าใครจะมาเสนอขอเจรจาโดยมีประเทศหรือรัฐที่สาม เข้ามาเปึนตัวกลาง ผมคิดว่ามันคงเปึนไปไม่ได้ เพราะท่านเองก็ยืนยันว่าเปึนเรื่องภายใน ของเราส่วนคําว่า นครปัตตานี บางฉบับก็ไปเขียนนครรัฐปัตตานี ผมก็ต้องกราบเรียนว่า ผมไม่สามารถตอบได้ว่าท่านพลเอก ชวลิตท่านหมายถึงอะไร แต่ผมอยากให้ข้อเท็จจริง อย่างนี้ว่าถ้าความหมายเปึนเรื่องของการมีท้องถิ่นรูปแบบพิเศษก็ต้องบอกว่าท้องถิ่น รูปแบบพิเศษเปึนสิ่งที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ กรุงเทพมหานครก็เปึนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เมืองพัทยาก็เปึนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ แล้วในอนาคตก็อาจจะมีครับ เกาะสมุย อาจจะมี เมืองชายแดนที่เปึนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษขึ้นมา แต่ผมไม่แน่ใจว่าข้อเสนอก็ดี และหลักคิด ที่มีการพูดในลักษณะนี้ก็ดี คิดว่ามันไปแก้ปัญหาในเรื่องของท้องถิ่นไหมครับ คือถ้าบอก ว่าเปึนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษแล้วแก้ไขปัญหาที่มันใหญ่หลวงที่เกิดขึ้นอยู่ใน ๓ จังหวัด ภาคใต้ได้ ผมคิดว่าคงไม่ใช่ เพราะว่านั่นเปึนเพียงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ของการปกครองท้องถิ่น แล้วก็จะมีข้อถกเถียงกันมากเลยครับว่ารูปแบบการปกครอง ท้องถิ่นรูปแบบไหนจะตอบสนองพี่น้องประชาชนได้มากกว่ากัน แม้แต่กรุงเทพมหานคร เองทํากันมา ๒๐ กว่าป้ ยังมีแนวคิดเลยว่าน่าจะต้องแตกออกมาเปึนเทศบาลเล็ก ๆ ด้วยซ้ํา เพราะไม่อย่างนั้นก็เกิดความเหลื่อมล้ําระหว่างกรุงเทพมหานครชั้นใน กรุงเทพมหานครชั้นนอก สภาพปัญหาแตกต่างกัน ผมก็นึกไปว่า ถ้าสมมุติข้อเสนอ มันเปึนเพียงเรื่องบอกว่าพูดง่าย ๆ เปึนเทศบาลขนาดใหญ่ ครอบคลุม ๓ จังหวัด ผมก็ ไม่แน่ใจว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่เบตง พี่น้องประชาชนที่อยู่นราธิวาสจะได้รับบริการ และการดูแลที่ดีขึ้นกว่าการที่เขามี อบต. มีเทศบาล หรือมี อบจ. ที่ดูแลใกล้ชิดกว่าหรือไม่ ฉะนั้นตรงนี้เปึนเรื่องซึ่งผมไม่สามารถตอบได้ เพราะว่าเปึนแนวคิดของท่าน พลเอก ชวลิต ซึ่งท่านก็คงจะต้องเปึนผู้อธิบาย แต่ถ้าบอกว่าเปึนเขตปกครองพิเศษก็ต้องถามว่า คําว่า เขตปกครอง มันแปลว่าอะไร แนวคิดของรัฐบาลถ้าจะมาอิงกับเรื่องของการที่จะให้ พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม ภาษาอังกฤษอาจจะแตะไปถึงคําว่า ออโทโนมี หรือไม่ แล้วแต่จะตีความกัน ผมก็กราบเรียนครับว่ามีหลายเรื่องที่เราทําอยู่ในขณะนี้ เช่น เวลา เราทําเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ขณะนี้มีแผนอยู่ว่ากระบวนการยุติธรรมที่จะต้องมี การปรับปรุงหรืออาจจะมีความแตกต่างสําหรับ ๓ จังหวัดภาคใต้ในคดียกตัวอย่าง เช่นที่พูดกันมานาน คดีครอบครัว คดีมรดก ซึ่งอิงกับหลักของชาริอะห์ (Sharia) อันนี้เราก็ บอกว่ากําลังมีการมาดูว่าจะทําได้อย่างไร ถ้าทําอย่างนี้ผมก็ไม่ทราบว่าหลายคนถือว่า เปึนพิเศษหรือยัง เปึนออโทโนมีหรือยัง แต่ก็เปึนสิ่งที่เราคิดว่าเปึนสิ่งที่น่าจะดําเนินการ เพื่อให้สอดคล้องได้ และในอดีตก็ทํากันมาในเรื่องของดะโต๊ะยุติธรรม อย่างนี้เปึนต้น เขตเศรษฐกิจก็มีการพูดกันชัดเจนแล้วว่าจะมีลักษณะพิเศษ การส่งเสริมการลงทุนที่จะทํา ต่อไปเกินเลยไปกว่าเขต ๑ เขต ๒ เขต ๓ ของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นี่ก็เปึนลักษณะพิเศษเพื่อต้องการตอบสนอง การให้บริการ การอํานวยความสะดวก ในเรื่องของภาษาเพื่อที่จะอิงกับภาษาถิ่นด้วย ก็เปึนสิ่งที่รัฐบาลบอกว่าสนับสนุน หลักสูตรในโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนสอนศาสนาก็เปึนเรื่องที่เราบอกว่าจะมีการเข้าไป ที่จะสนับสนุนส่งเสริมเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นความพิเศษต่าง ๆ ที่รัฐบาลดําเนินการอยู่ทําเช่นนี้ แล้วกฎหมายที่กําลัง จะเสนอเข้าสภาก็เปึนการยอมรับว่าจะต้องมีการบูรณาการงานของหน่วยงานต่าง ๆ ของราชการที่ตอบสนองต่อความพิเศษที่เปึนเงื่อนไขของพื้นที่ตรงนี้ ส่วนการที่จะไปอิงกับ ที่อื่น ผมก็ฟังมาละครับท่านครับเหมือนกับที่เราเคยฟังในสภามาหลายครั้ง มณฑลซินเกียง สมัยที่พูดกันยังไม่เกิดเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้น พอเกิดความรุนแรง แล้วผมก็ไม่ทราบว่าจะมีการทบทวนหรือไม่ว่า ตรงนั้นยังจะเปึนแบบอย่างที่เราจะไป อ้างอิงหรือไม่ อย่างไร ข้อเท็จจริงก็เปึนเช่นนี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้รัฐบาลยึดหลัก ๑. รูปแบบ การปกครองการบริหารใด ๆ ก็ตามต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ๒. ปัญหานี้เปึนปัญหา ภายในประเทศของเรา ซึ่งเราจะต้องแก้ไข และ ๓. รัฐบาลเชื่อมั่นว่า กระบวนการ การพัฒนา การอํานวยความยุติธรรมและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ เพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงคือแนวทางที่เปึนการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุด นี่คือ หลักที่เราใช้ครับ