สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒

ธีระ วงศ์สมุทร หารือเรื่องบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ เรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาและพัฒนาบึงให้ดีขึ้น พร้อมเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ รวมถึงการเร่งรัดคณะกรรมการในการแก้ไขปัญหา

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านสมควร โอบอ้อม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ ที่ท่านได้ให้ ความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องบึงบอระเพ็ดมาถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา ซึ่งครั้งที่แล้วท่านได้กรุณา สอบถามในเรื่องการแก้ไขปัญหาในเรื่องตะกอนต่าง ๆ ตามที่ท่านได้กล่าวไปแล้วนะครับ และเมื่อผมมีโอกาสไปตรวจราชการที่จังหวัดนครสวรรค์ก็ได้พบกับท่าน ท่านยังมี ความห่วงใยในเรื่องบึงบอระเพ็ดเปึนอย่างยิ่ง ซึ่งวันนี้ท่านก็ได้นําข้อสงสัยของท่าน ข้อห่วงใยของท่านได้มาถามเปึนกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่งครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าในเรื่องบึงบอระเพ็ดนั้นรัฐบาลมีความห่วงใยเช่นกันนะครับ จะเห็นได้ว่า รัฐบาลก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเราเรียกกว่า คณะกรรมการฟุ๋นฟูอนุรักษ์ และพัฒนาบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ขึ้น ต้องกราบเรียนท่านตรง ๆ นะครับว่า คณะกรรมการชุดนี้ถึงแม้ตั้งมา การขับเคลื่อนของคณะกรรมการชุดนี้ก็ค่อนข้างจะเปึนไป ด้วยความล่าช้า ก็ยอมรับในประเด็นตรงนี้นะครับ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้เราตั้งไว้ เพื่อมีกําหนดหน้าที่ที่กําหนดนโยบายและแนวทางพัฒนาบึงบอระเพ็ด โดยคํานึงถึง กระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนภายใต้กรอบการอนุรักษ์และฟุ๋นฟูระบบนิเวศน์ และสิ่งแวดล้อมของบึงบอระเพ็ดนะครับ นี่คือภาระด้านหลักครับ ต้องเรียนให้ทราบว่า ที่มาที่ไปของบึงบอระเพ็ดตรงนี้ตามที่ท่านได้กล่าวไว้แล้วว่า ถ้าเรามองถึงพื้นที่บึงแต่เดิมนั้น มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลถึงประมาณ ๑๓๒,๗๐๐ ไร่เศษ แต่ปัจจุบันหาได้เปึนไปอย่าง เช่นนั้นไม่นะครับ กระบวนการถูกบุกรุก ไม่ว่าทั้งภาคประชาชนก็ดี ทั้งภาคราชการเอง ก็บุกรุกเข้าไปในบึง ทําให้พื้นที่บึงเหลืออยู่แค่ประมาณ ๙๘,๐๐๐ ไร่เศษแค่นั้นเองนะครับ ๙๘,๐๐๐ ไร่เศษนั้นที่ระดับน้ําเก็บกักในฝายของกรมประมงอยู่ที่บวก ๒๔ รทก. แต่ปัจจุบันนี้น้ําที่ใช้อยู่ก็ไม่ได้ถึง ๒๔ รทก. ประมาณ ๒๒ หรือ ๒๓ พื้นที่ก็เหลือประมาณ ๓๘,๐๐๐ ไร่ ก็ยังมีการบุกรุกทั้งนั้น เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่าในเรื่องการใช้ทรัพยากรของบึง มันเปึนไปค่อนข้างที่จะว่าเกินทรัพยากรของบึงทั้งในทุก ๆ ส่วน ตรงนี้คิดว่าจําเปึน จะต้องการมีส่วนร่วมกันทุกฝ์ายที่จะดําเนินการแก้ไขในปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งในเรื่องนี้ คณะกรรมการตามที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นี้ก็เห็นว่าเราน่าจะจัดการโดยตั้งคณะอนุกรรมการ ขึ้นมาในแต่ละด้าน ๕ ด้านนะครับ ในด้านแรกก็คือมองในเรื่องของการทรัพยากรประมง และทรัพยากรธรรมชาติ ในเรื่องที่ ๒ คือด้านการบริหารจัดการน้ํา ในด้านที่ ๓ คือด้าน การพัฒนาอาชีพและรายได้ ด้านที่ ๔ คือด้านการบูรณาการและฟุ๋นฟูกําลังผลิต แล้วก็ ในด้านระเบียบการใช้พื้นที่รอบบึง ปัญหาหลักคือทําอย่างไรที่จะจัดระเบียบการใช้พื้นที่ รอบบึงนี้ให้จบก่อนนะครับ ตามที่ท่านกล่าวเมื่อสักครู่พื้นที่รับน้ําของบึงบอระเพ็ดเองมี พื้นที่ถึงประมาณ ๔,๕๐๐ ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ําท่าที่ไหลลงบึงอีกป้ละประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเปึนปริมาณน้ําจํานวนมากนะครับ แต่ปัจจุบันนั้นซึ่งเมื่อ กรมประมงเข้ามาดําเนินการปรับปรุงประตูระบายน้ําเมื่อป้ ๒๕๓๖ ตอนนั้นที่เราให้ เก็บกักน้ําได้ที่ระดับบวก ๒๔ รทก. ถ้าคิดประมาณน้ําตอนนั้นเก็บได้ถึงประมาณ ๓๒๐ แต่ตะกอนที่ท่านว่าตื้นเขินขึ้นมาก็ปัจจุบันถ้าเก็บที่บวก ๒๔ รทก. ก็เก็บได้ ๑๘๐ นะครับ แต่ปัจจุบันก็น้ําอยู่ที่ประมาณ ๒๒.๕ รทก. หรือ ๒๓ รทก. ก็มีน้ําอยู่ประมาณ ๗๐-๘๐ ล้าน โดยประมาณเท่านั้นเองนะครับ เพราะฉะนั้นแนวคิดในเรื่องนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสําคัญ ก็ให้กรมชลประทานศึกษาเรื่องนี้ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณาได้รับทราบไปแล้วนะครับว่าในการศึกษาตรงนั้นเราก็มีแนวคิดว่า ๓ แนวทาง ที่จะทําอย่างไร เพื่อจะเพิ่มปริมาณน้ําของบึงบอระเพ็ดแห่งนี้ได้

ประการแรก ก็คิดว่าเราน่าจะมีการปรับปรุงในเรื่องของฝาย ของกรมประมง ที่มีอยู่ ซึ่งโดยยกระดับสันฝายขึ้นนะครับ ให้ไปเก็บกักที่ระดับ ๒๕ เหนือระดับน้ําทะเล ปานกลาง พื้นที่ที่ถูกผลกระทบก็ประมาณ ๙๔,๐๐๐ ไร่ ในตรงนี้เองจะมีผลกระทบ ต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง ถึงแม้จะยกระดับขึ้นไปก็สามารถเพิ่มน้ําได้ประมาณ ๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเองนะครับ

ประการที่สอง ก็มองว่าเราจะขุดลอกบึง หากขุดลอกบึงรอบพลุพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งได้มองเนื้อที่ไว้อยู่ที่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ไร่ ถ้าขุดลึกลงไปประมาณ ๑ เมตรตรงนี้ ก็จะ ได้พื้นที่สําหรับเก็บกักน้ําอีกประมาณ ๒๓ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ ตรงนี้อย่างไรก็ตาม ก็จะมีปัญหาเรื่องที่ทิ้งดินบ้าง อะไรบ้างแล้วก็กระทบกับพี่น้องประชาชนที่บุกรุกเข้ามา เราต้องจัดการปัญหาตรงนี้ให้ได้ก่อนนะครับ

ประการสุดท้ายที่มองก็คือว่าทําอย่างไรที่จะหาน้ํามาเติม ตั้งสถานีสูบน้ํา มาเติมในยามที่บึงขาดแคลน ตรงนี้ก็มองไปถึงระยะยาว ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาน้ํา มาเติมในบึงตรงนี้โดยการสูบน้ําเข้ามาเติม ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เรื่องค่ากระแสไฟฟัาที่จะ ตามเข้ามา เพราะฉะนั้นทั้ง ๓ แนวทางตรงนี้ก็ต้องเรียนท่านตรง ๆ ว่ายังไม่ได้ข้อยุติว่า เราจะดําเนินการโดยวิธีไหน อย่างไรนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นผมคิดว่า ผมจะได้เร่งรัด คณะกรรมการที่ผมได้กราบเรียนตั้งแต่ต้น ให้มีการประชุมขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหา เรื่องพื้นที่ เรื่องประชาชนที่บุกรุก จัดระเบียบตรงนี้ให้มันเรียบร้อย ให้ทุกส่วนเข้ามา มีส่วนร่วมตรงนี้เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือน เพื่อจะดําเนินการแก้ไขตามแนวทางที่เรา วางไว้ ๓ แนวทาง หากที่ประชุมหรือผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนเห็นว่าแนวทางไหนเหมาะสม ที่สุดก็จะดําเนินการไปตามแนวทางดังกล่าว ขอกราบขอบคุณ ขอเรียนไว้เปึนเบื้องต้น ขอบคุณครับ