ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ..... โดยมีการปรับแก้เพิ่มเติมเพื่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ท่านประธานที่เคารพแล้วก็ เพื่อนสมาชิกที่เคารพทั้งหลาย ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบคุณตามที่ท่านประธานได้กล่าว ก็คือในเรื่องการที่ท่านได้ให้ความสนใจและก็ให้ความเอาใจใส่ในการที่จะศึกษาแล้วก็ ติดตามในเรื่องพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ในครั้งนี้ ต้องถือว่าเปึนหัวใจสําคัญอีกหัวใจหนึ่งในการที่จะทําให้การออกเสียง ประชามติหรือการกระทําใด ๆ ก็ตามแต่เพื่อพิทักษ์สิทธิของพี่น้องประชาชนให้เพิ่มเติม ยิ่งขึ้น แล้วก็มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วก็เปึนเสียงที่หรือเปึนคะแนนเสียงหรือเปึนเสียง ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงไปตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ขอประทานโทษที่ต้อง เอ่ยนามก็คือท่านอภิชาต พร้อมทั้งท่านนายแพทย์ชลน่าน แล้วก็ท่านอื่น ๆ ต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในการเปลี่ยนแปลงในมาตรา ๔ นั้น ต้องขออนุญาตกราบเรียนในมาตรา ๔ นั้นเราได้ปรับแก้มิได้เขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมดครับ เรามีการปรับแก้เพิ่มเติมขึ้นเพื่อให้มีผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น สืบเนื่องจากว่าในการบัญญัติ ในศัพท์เฉพาะนั้นในพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นยังไม่มีนะครับ แล้วก็เพื่อให้การเขียน พระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นกระชับแล้วก็รัดกุมยิ่งขึ้นเราจึงได้เขียนเพิ่มเติมขึ้นในครั้งนี้ เพื่อให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... นี้ ได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในการที่จะใช้ร่วมกันนะครับ เช่นเดียวกันกับการที่ท่านอภิชาตได้กล่าวมา ส่วนหนึ่งว่า การที่จะมีการจําหน่าย จ่ายแจกในเรื่องของสุราก็ดี ก็คงจะไม่มี หลังจากเวลา ที่เราได้กําหนดในพระราชบัญญัติดังกล่าวคือก่อนลงคะแนนเสียงลงประชามตินั้นในเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ซึ่งถือว่าเราได้มีการกําหนดในพระราชบัญญัติในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกอื่นก็ตามแต่ ไม่ว่าจะเปึนท้องถิ่นเราก็ได้กําหนด อย่างนั้น แต่อย่างไรก็ตามแต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะกําหนดตามที่พระราชบัญญัติที่มี อยู่เก่าหรือมีอยู่ก่อนในการที่จะนํามาพิจารณาแล้วก็บัญญัติตามเท่านั้น แต่เราเห็นว่า การที่จําหน่าย จ่ายแจกสุราก็ดีหรือการจัดเลี้ยงก็ตามแต่ หรือการจําหน่ายแจกในเรื่อง ของเงินทองหรือทรัพย์สินอื่นนั้นต้องถือว่าเปึนเรื่องของการที่ทําให้เกิดความจูงใจในการที่ จะเปลี่ยนแปลงผลคะแนน ในการลงประชามติ หรือการลงคะแนนเสียงอื่นได้ ดังนั้นในพระราชบัญญัตินี้เราจึงได้กําหนดว่าเราคงจะต้องยึดถือ แล้วก็เพื่อให้สิ่งเหล่านี้ เปึนบรรทัดฐานในสังคมเราต่อไป แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ในเรื่องดังกล่าวนั้นเราก็ได้ พิจารณาจากเพื่อนสมาชิกอยู่ทุกท่านนะครับ เช่นเดียวกันตามที่ท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ได้กล่าวในเรื่องของการที่ได้มีการปรับแก้ในมาตรา ๔ ได้กล่าวไว้แล้ว แต่ใน ส่วนหนึ่งที่ท่านได้กล่าวมาก็คือในเรื่องของการที่ไปตัดในบททั่วไปในมาตรา ๖ วรรคท้าย การที่บอกให้กําหนดในเรื่องของการที่จะต้องให้รัฐนั้นไปประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารใด ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนหรือผู้ที่ลงคะแนนเสียงในการทําประชามตินั้น ได้ทราบ ได้มีความรู้ความเข้าใจในการลงประชามติมากขึ้นนั้น โดยขออนุญาตครับว่า เนื่องจากว่าได้ไปตัดออกในท้ายบททั่วไปในมาตรา ๖ จริง แต่ก็ได้ไปมีอยู่ในส่วนที่ได้ ดําเนินการในมาตรา ๑๐/๑ วรรคสาม ถึงวรรคห้า ได้กําหนดไว้แล้ว ส่วนในมาตรา ๓๗ ในเรื่องของจํานวนผู้ออกเสียงประชามติในหน่วยนั้นเราได้กําหนดไว้ในจํานวนที่เรียกว่า ในมาตรา ๑๓ (๒) จํานวน ๘๐๐ คน แล้วก็กําหนดในมาตรา ๓๗ ว่าจํานวนผู้ออกเสียงนั้น จะสามารถทําการเปลี่ยนแปลงได้ในหน่วยเลือกตั้งนั้น ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่า นั่นหมายความว่าในการพิจารณาเบื้องต้นถ้าเกิดว่ามีผลในการที่จะทําให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงก็สามารถดําเนินการได้ แต่ในเรื่องของการที่จะเปึนการเลือกว่าทําให้ ก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของการจูงใจด้วยสิ่งอื่นใดก็ตามแต่ โดยเฉพาะในการที่เรียกว่า ใช้เงินใช้ทองในการที่จะทําให้เกิดปัญหาในการทุจริตในการที่จะลงคะแนนเสียงในการ ทําประชามตินั้นก็ต้องขออนุญาตครับว่า แม้ว่าไม่มีผลในการที่จะเปึนคะแนนเสียง ในหน่วยนั้นก็ตามแต่ ก็ต้องถือว่าในการลงประชามติในที่นั้นอาจจะมีผลสืบเนื่อง โดยทั่วไป ก็สามารถที่จะสํารวจตรวจสอบเพิ่มเติมได้ครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า คงมีผลในการที่จะทําให้กฎหมายดังกล่าวนี้ดียิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ