สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ประพนธ์ นิลวัชรมณี เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาค่าปุ๋ย โดยเน้นย้ำว่าควรลดการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศและเพิ่มการผลิตปุ๋ยในประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และการลดการใช้ปุ๋ยเคมี

นายประพนธ์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประพนธ์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ครับ ท่านประธานครับ ผมใคร่ขอเสนอความคิดเห็นในเรื่องของการศึกษาแก้ปัญหาราคา ปุิยของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เสริมจากเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายให้ข้อคิดเห็น กันไว้แล้ว ท่านประธานครับ ที่จริงคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ได้ศึกษาอย่างละเอียด พอสมควรนะครับ จากหน้า ๒๕ ถึงหน้า ๔๗ เปึนการศึกษาของการใช้ปุิย ซึ่งละเอียดและ ละเอียดมากครับ แต่มีการเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาที่จะทําให้ราคาปุิยถูกลงมีเพียง ๔ หน้า ตรงนี้ก็รู้สึกจะผิดหวังสักนิดนะครับ ที่จริงจากหน้า ๒๕ ถึงหน้า ๔๗ ที่ได้ศึกษา เรื่องการใช้ปุิยมานั้นสรุปได้ว่า นิดเดียวครับว่าปุิยเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนปุิยที่ต้อง นําเข้า คือป้หนึ่งเราใช้ปุิยประมาณ ๔.๕ ล้านตัน แต่ว่านําเข้าถึงประมาณ ๔.๓ ล้านตัน เพราะฉะนั้นปัญหาซึ่งการจะแก้ปุิยให้ได้ถูกลงนั้นมันไม่ได้อยู่ที่รายละเอียดว่าไปใช้อะไร ใช้แค่ไหน ใช้มาก ใช้กับพืชอะไร แต่มันอยู่ที่ว่าจะทําอย่างไร ซึ่งผมคิดว่าการแก้ปัญหา เพราะว่าถ้าเราสั่งปุิยจากต่างประเทศนั้น แน่นอนครับ เราไม่มีอํานาจในการต่อรอง เปึนราคาที่เขาตั้ง บริษัทต้องการกําไร ยิ่งเขาทราบว่าพืชเกษตรของประเทศไทยเมื่อป้ที่แล้ว ๒ ป้ที่แล้วราคาสูง ปุิยขึ้นสูง ๆ สูงขึ้นครับ ทั้งที่ต้นทุนก็ไม่ได้สูงขึ้น อันนี้เราคงไปบังคับ ในเรื่องของราคาปุิยจากบริษัทต่างประเทศยากครับ ทางแก้ปัญหาก็คือว่าทําอย่างไร

ประการที่ ๑ ว่าทําอย่างไรต้องลดการนําเข้าปุิยลง

ประการที่ ๒ เพิ่มการผลิตปุิยขึ้นในประเทศให้มากขึ้น

ประการที่ ๓ ก็คืออย่างที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายว่า ทําอย่างไรจะลดการใช้ ปุิยเคมี แล้วก็เพิ่มการใช้ปุิยอินทรีย์หรือปุิยชีวภาพมากขึ้น ที่จริงปุิย เรื่องของการทําปุิย นะครับ ไม่ใช่เปึนเทคโนโลยีที่สูงอะไรมากนักหนาครับ แต่ก็น่าเสียดายว่าประเทศเรา ซึ่งเปึนประเทศเกษตรกรรม ประชาชนส่วนใหญ่เปึนเกษตรกร แต่ภาครัฐให้ความสําคัญ กับการแก้ไขปัญหาของประชาชนในเรื่องต้องใช้ปุิยเพื่อทําเกษตรนี่น้อยมากครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ศึกษานั้น น่าจะได้เน้นลงรายละเอียดในเรื่อง ของการแก้ไขปัญหาในการผลิตปุิยในประเทศ และการลดการใช้ปุิยเคมี ลดการนําเข้า จากต่างประเทศให้มากขึ้น ท่านแนะนํามาในสรุปของ ๔ หน้าสุดท้าย แนะนําเรื่อง การแก้ปัญหาในระยะสั้น ระยะ ยาวนั้น รู้สึกว่าอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้วิพากษ์วิจารณ์ว่ายังเปึนการสรุปที่ขาดความ หนักแน่น อย่างเรื่องที่ ขออนุญาตอย่างท่าน ส.ส. พิเชษฐได้สอบถามว่าท่านได้ศึกษาไหม คือเราเคยมีโรงงานปุิยและยกเลิกไป ปัญหามันเปึนอย่างไร เราเคยมีนโยบายที่จะทํา เหมืองแร่โปแตสเซียม ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของการมาทําปุิย ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่า คณะกรรมาธิการได้ศึกษาไหมครับเรื่องนี้ ที่จริงเรามีครับ เรามีโครงการอาเซียนด้วยซ้ําไป ครับ ที่ตกลงเปึนโครงการระดับชาติ ตั้งแต่ประมาณป้ ๒๕๓๐ กว่า แล้วขณะนี้เปึน โรงงานที่ร่วมทุนกันระหว่างกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ซึ่งของประเทศไทยเราได้เลือกทําปุิย โปแตสเซียม เพราะว่าเราเปึนประเทศเกษตรกรรม แต่น่าเสียดายเมื่อไม่กี่ป้มานี้โครงการนี้ ขณะนี้ต้องยุติด้วยปัญหาของผู้มีอํานาจได้ไปเปลี่ยนโครงการนี้ ซึ่งเปึนการร่วมทุนของ บริษัทในกลุ่มอาเซียนนั้น ให้เปึนโรงงานที่มีผู้ร่วมทุนเอกชนมาร่วมแล้วมีอํานาจในการ ตัดสินใจ เรื่องนี้เมื่อป้ ๒๕๔๘ นั้นผมได้ทําการศึกษาเรื่องนี้มาแล้วสอบ ปรากฏเปึนเรื่องที่ น่าเสียดายว่าตอนนี้มันเริ่มชะงัก เพราะว่ากรณีที่ได้ดําเนินการไปนั้นโดยพลการนั้นเปึน เรื่องที่ทางอัยการได้สรุปว่าเปึนเรื่องที่ทําไว้ถูกต้อง ผมสรุปง่าย ๆ ก็เรื่องของโปแตสเซียม มีปัญหาเพราะว่าประธานบริษัทขณะนั้นซึ่งเปึนรองปลัดกระทรวงการคลัง เจ้าของ โครงการจริง ๆ คือกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านได้ไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของบริษัทที่ ร่วมทุนระหว่างกลุ่มอาเซียนด้วยกันนี้ไปโดยที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี โดยพลการ ซึ่งเราลงทุนไปแล้วพันกว่าล้านบาท แต่ให้ผู้ร่วมทุนซึ่งมาลงทุนเพียงประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ได้สิทธิในการแบ่งหุ้นไป ๔๙ เปอร์เซ็นต์ รู้สึกจะมีบริษัทของคนชื่อเสี่ยป่ง อยู่ด้วยครับ นั่นสิ่งที่เราต้องศึกษาว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไรให้เหมืองแร่โปแตสเซียม ที่จังหวัดชัยภูมินั้นได้ดําเนินการต่อไปได้ เพื่อจะแก้ปัญหาในการที่เราจะผลิตปุิยขึ้นมาเอง ทดแทนจากการนําเข้า ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหาของโครงสร้างในเรื่องของปุิย นั้น ผมว่าถ้าทางราชการนะครับ ผมว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเขารู้ เขาพร้อมที่จะแก้ปัญหา แต่ว่าในองค์กรของเขานั้นราชการเข้าใจครับ เพราะในภารกิจปกติอยู่แล้วงบประมาณเขาก็ไม่ค่อยพออยู่แล้ว แต่ถ้าทาง สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนผู้ที่มีอํานาจในการตั้งงบประมาณนั้นเข้าไปปรึกษาหารือเขา ในการ แก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวว่า ควรจะต้องตั้งหน่วยงาน เพิ่มขึ้นในการที่จะให้การ ส่งเสริมในการผลิตปุิยอินทรีย์ หน่วยงานอย่างที่ท่านเสนอมาว่าเพิ่มกําลังเจ้าหน้าที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ปุิยทั้งหลายให้ได้คุณภาพ ประชาชนจะได้ ใช้ปุิยที่มีคุณภาพนั้นเปึนเรื่องที่ควรทําอย่างยิ่ง เพราะปัจจุบันนี้แม้แต่เพื่อนผมซึ่งเปึนอดีต เกษตร เดี๋ยวนี้ต้องหาซื้อปุิยแล้วต้องถามว่าปุิยนี้มีคุณภาพไหม มีคุณภาพอย่างไร อีกอย่างหนึ่งเกษตรกรต้องซื้อปุิยใช้ สมมุติว่าซื้อปุิยมา ๑๐๐ บาท ผมว่าในข้อเท็จจริง ส่วนใหญ่นะครับได้ประโยชน์ไม่ถึง ๑๐๐ บาท เพราะว่าปุิยที่ผลิตมาเปึนปุิยสูตรทั่วไป แต่ว่าพื้นดินของประเทศไทยแต่ละส่วนนั้นมันมี คุณภาพของดินไม่เหมือนกันนะครับ เพราะบางแห่งอาจจะต้องการแอมโมเนียมาก บางแห่งต้องการโปแตสเซียมมาก บางแห่งต้องการสารบางชนิดซึ่งอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่มา ผสมเปึนปุิยนะครับ พอซื้อไปใช้ส่วนนั้นก็เหลืออยู่ ถ้าดินนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ในอันนั้น อยู่แล้วนะครับ เพราะเรื่องนี้ต้องศึกษาทางธรณีวิทยาเพื่อจะช่วยเกษตรกรให้ได้ใช้ปุิย อย่างมีคุณภาพ ท่านประธานครับ ผมก็ใคร่ขอฝากกับท่านกรรมาธิการได้เน้นในเรื่อง การแก้ปัญหานี้ไปยังภาครัฐบาลให้มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาครับ ผมขอขอบคุณ ประธานที่ให้โอกาสครับ ขอบคุณครับ