เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ หารือเรื่องการใช้จ่ายเงินของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องเงินเดือนของข้าราชการในศาลรัฐธรรมนูญและเรียกร้องให้ตรวจสอบการกระทำของศาลที่ใช้อำนาจออกกฎเกณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และขอให้รัฐบาลตรวจสอบเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน
ครับ ผมจะต่อแล้ว ท่านประธานบอกน้องเขาอย่ามายุ่งกับผมได้ไหม มันคนละเบอร์จริง ๆ ท่านประธานครับ สภาของเราได้อนุมัติงบประมาณให้กับองค์กรอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลรัฐธรรมนูญ ป้งบประมาณ ๒๕๔๙ ๑๕๕ ล้านบาท ป้งบประมาณ ๒๕๕๐ ๑๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๑ ๑๙๗ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ ๑๙๗ ล้านบาท เราอนุมัติให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้เงินภาษีอากร หยาดเหงื่อแรงงานของประชาชนไปเพื่อทําหน้าที่ในการจะพิทักษ์ความถูกต้องความชอบธรรม ทั้งหลายทั้งปวงในระบอบประชาธิปไตย แต่ศาลรัฐธรรมนูญกลับไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย และผมไม่แน่ใจว่าจะมีอํานาจในการใช้จ่ายเงินดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้และทั้งนั้นเนื่องจาก ได้เคยมีคําพิพากษาศาลฎีกา พิพากษาเกี่ยวกับเรื่องการออกระเบียบการใช้จ่ายเงิน ต่าง ๆ ของคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตามคดีหมายเลขดํา ที่ อม. ๑/๒๕๔๗ คดีหมายเลขแดง ที่ อม. ๑/๒๕๔๘ ว่าเปึนการใช้อํานาจแบบบิดเบือนไป ออกระเบียบเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนองค์กรที่วินิจฉัยปัญหาความขัดแย้งทางข้อกฎหมาย และปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมือง แต่ตัวผู้มาออกกฎหมายได้ทําผิด มาวินิจฉัยกฎหมายหรือใช้กฎหมายกลับ ทําผิดกฎหมายเสียเอง ผมจึงตั้งกระทู้สดเพื่อที่จะถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะที่เปึนผู้กํากับดูแลการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าศึกษาให้ลึกไปกว่านั้น ผมจะบอกไว้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้ อํานาจในการออกระเบียบก่อนหน้านี้อีก ๔ ฉบับครับ นั่นคือออกระเบียบตั้งผู้เชี่ยวชาญ ออกระเบียบตั้งที่ปรึกษา ออกระเบียบตั้งเลขานุการ ออกระเบียบตั้งผู้ช่วยเลขานุการ รวมเบ็ดเสร็จแล้วศาลรัฐธรรมนูญใช้เงินไปเพื่อการแต่งตั้งคนเข้ามาประจําตัวประธาน ศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปึนการแต่งตั้งเฉพาะตัวไม่ใช่เปึนเจ้าหน้าที่ ของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปึนเหตุให้ต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณของแผ่นดิน ดังต่อไปนี้
๑. ที่ปรึกษาประจําตัวประธานศาลรัฐธรรมนูญ เงินเดือนและเงินตอบแทน ๖๙,๙๑๐ บาท ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คนละ ๕๕,๐๐๐ บาท เลขานุการของประธาน ศาลรัฐธรรมนูญและเลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เงินตอบแทนคนละ ๔๗,๐๐๐ บาท และ ๔๒,๐๐๐ บาทตามลําดับ ตรงนี้ยังมีผู้ช่วยเลขานุการอีก เงินเดือน ๑๙,๐๐๐ บาท ๙ คนนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและประธานศาลรัฐธรรมนูญรวม ๙ คน อีก ๙ ตําแหน่ง ยังมีผู้เชี่ยวชาญอีก ผู้เชี่ยวชาญในระเบียบบอกว่า ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตั้ง ๓ คน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้ตั้ง ๒ คน อัตราเงินเดือนเท่าไรครับ ๓๐,๐๐๐ บาท รวมเบ็ดเสร็จแล้วเดือนหนึ่งต้องใช้เงิน ๔,๕๖๐,๐๐๐ บาท ป้หนึ่ง ๑๒ เดือนจะต้องใช้เงิน ถึง ๒๐,๐๘๖,๙๒๐ บาท ระเบียบนี้ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อป้ ๒๕๕๑ โดยให้ มีผลตั้งแต่เดือนพฤษภาคม วันที่ ๒๘ นั่นหมายความว่า ตําแหน่งต่าง ๆ ทั้งหลายเหล่านี้ ที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญก็ดี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ดี ได้แต่งตั้งไว้นั้น ได้ใช้เงิน ภาษีอากรไปแล้วจํานวน ๑๔ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ถ้าเราดูจาก พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจําตําแหน่งและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ และประธานคณะกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรของรัฐสภา กําหนดไว้ว่าตําแหน่ง ทั้งหลายเหล่านี้จะมีเงินตอบแทนตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ คําถามของผมก็คือถาม ว่าพวกตําแหน่งต่าง ๆ ที่ถูกกําหนดโดยระเบียบศาลรัฐธรรมนูญที่ผมกราบเรียนมานั้น ทําให้ระบบเงินเดือนของข้าราชการรวนเรไปหมด อย่างที่ผมนําเสนอตั้งแต่ทีแรกว่าปริญญาตรี เข้ารับราชการครั้งแรก ๗,๖๐๐ บาท ปริญญาโท ๙,๖๐๐ บาท แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ไปตั้งเงินเดือนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ดี เลขานุการก็ดี ผู้ช่วยเลขานุการก็ดี สูงกว่าอัตราเงินเดือนของข้าราชการทั้งหมด กระทรวงการคลังได้ทราบหรือไม่ แล้วจะมี การตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร
ข้อ ๒ นะครับท่านประธานครับ กระทรวงการคลังจะช่วยตรวจสอบ สักหน่อยได้ไหมว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจในการออกระเบียบเหล่านี้หรือไม่ เพราะแม้แต่ตัวประธานศาลรัฐธรรมนูญเองจะมีเงินเดือนเท่าไรยังต้องขึ้นอยู่กับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีหน้าที่ทางด้านนิติบัญญัติก็ยังไม่กล้าออก กฎหมายใด ๆ ที่จะมาขยับเงินเดือนให้แก่สมาชิก ไม่ว่าจะเปึนสภาผู้แทนราษฎรหรือ สมาชิกวุฒิสภา จะต้องเปึนหน้าที่ของรัฐบาลที่จะออกเปึนพระราชกฤษฎีกา หรือแม้แต่ รัฐธรรมนูญเก่าบอกว่าให้มีบําเหน็จบํานาญ สภาก็ไม่กล้าทํา แต่องค์กรอิสระอย่างศาลรัฐธรรมนูญนี้เอาอํานาจอะไรมาทํา เมื่อเปึนอย่างนี้ผมจึงขอ อนุญาตถามนะครับ ตอนนี้ต้องถามตรง ๆ เลยครับ ว่าที่ผ่านมานี้เปึนความเสียหาย เงิน ภาษีอากรของประชาชนถูกใช้จ่ายไปโดยไม่ถูกต้องอย่างนี้ กระทรวงการคลังจะตรวจสอบ และพิจารณาให้แก่สภาแห่งนี้ได้รับทราบในฐานะที่เปึนผู้แทนของปวงชนชาวไทย ต้อง รักษาผลประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินภาษีอากรของประชาชน ขอทราบคําตอบครับ ท่านประธานครับ