สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการเสียชีวิตของพลทหารอภินพ เครือสุข โดยอธิบายว่าพลทหารนั้นได้รับแรงกระแทกศีรษะและเลือดออกในสมอง ทำให้เขาปวดศีรษะและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้ความชัดเจนและโปร่งใส

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประการแรกเลยผม เชื่อว่าพวกเราทุกคนก็รู้สึก เสียใจกับการเสียชีวิตของ พลทหารอภินพ เครือสุข และเชื่อว่าพวกเราทุกคนก็คงเสียใจ กับครอบครัวและทุกท่านที่มีความผูกพันกับพลทหารท่านนี้ ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการ เสียชีวิตนี่ผมกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับ

ประการแรกนี่ผมทราบเรื่องนี้เมื่อวันที่มีการอภิปรายทั่วไป แล้วก็มีการ หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา ก็จึงได้มีการสอบถาม แต่จะไล่เหตุการณ์ให้เกิดความชัดเจน เสียก่อนนะครับว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย วันที่ ๑๒ ก็คงจะเปึน ช่วงประมาณบ่าย ๒ บ่าย ๓ โมง หลังจากที่ผมไปแถลงข่าวประกาศภาวะฉุกเฉินร้ายแรง แล้วก็ถูกรุมทําร้ายโดยมีการเข้ามาทุบรถอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย รถคันนั้นครับ ไม่ได้ เปลี่ยนรถละครับ ก็ต้องใช้วิธีพุ่งชนประตูออกมาจากกระทรวงมหาดไทย แล้วก็เข้าไปที่ หน่วยงานของทหารเพื่อที่จะไปประชุมและทํางานในเรื่องของการบริหารเพื่อแก้ปัญหา สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ก็ประชุมกันจนถึงประมาณตีสอง ตีสาม เปึนประจํา ทุกคืนในช่วงนั้น ฉะนั้นเมื่อประชุมเสร็จ และช่วงเช้าก็จะเริ่มทํางานกันตั้งแต่ ๖-๗ โมงเช้า เช่นเดียวกัน ก็ได้พักอยู่ที่นั่น ก็พักอยู่ที่บ้านของแม่ทัพภาคที่ ๑ ตามที่มีการเสนอข่าว กันไป แล้วพลทหารท่านนี้ก็เปึนบุคคลที่ขณะนั้นทํางานอยู่ในส่วนของการดูแลบ้านรับรองต่าง ๆ ด้วย ผมพักอยู่คืนวันที่ ๑๒ กับคืนวันที่ ๑๓ เพราะฉะนั้นหมายความว่าในช่วงประมาณ เย็นของวันที่ ๑๔ ซึ่งขณะนั้นนี่เหตุการณ์ก็สงบลงแล้วนะครับ เนื่องจากว่ามีการยุติ การชุมนุมไปเมื่อวันที่ ๑๔ นะครับในช่วงสาย ผมก็ไม่ได้พักอยู่ที่นั่น ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นกับ พลทหารนี่นะครับจากที่มีการรายงานหลังจากที่ผมทราบเรื่องก็คือ

ประการแรก เข้าใจว่ามีการส่งข้อความที่อ้างว่าเปึนเหมือนกับว่า เปึนปริศนาสําคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับว่าพลทหารท่านนี้ส่งข้อความว่าผมไปพักอยู่นี่ ส่งตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกาของวันที่ ๑๓ ครับ เพราะฉะนั้นคืนวันที่ ๑๓ ก็อยู่ปกติดี ทุกประการนะครับ แล้วก็พอวันที่ ๑๔ ผมก็ไม่ได้พักที่นั่นแล้ว ค่ําของวันที่ ๑๔ คือจุด ที่เกิดเหตุขึ้นคือเวลาที่เกิดเหตุขึ้น เข้าใจว่าประมาณก็ ๒-๓ ทุ่มนะครับ จากที่มีการ รายงานมานี่ก็คือว่า พลทหารนี่ครับล้ม ลื่นล้มในห้องน้ํา แล้วก็ได้รับแรงกระแทกก็คงจะ เปึนที่คอและศีรษะ หลังจากนั้นนี่ครับเขาไม่ได้หมดสติไปเลยนะครับ คืออาจจะหมดสติไป ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วผมเชื่อว่าท่านสมาชิกทั้งหลายโดยเฉพาะผู้ถามกระทู้ในฐานะ แพทย์คงจะทราบว่ามันเกิดขึ้นได้นะครับ ว่าเกิดแรงกระแทกกับศีรษะหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง ของร่างกายแล้วถ้าเลือดออกในสมองนะครับ พูดง่าย ๆ ตามภาษาชาวบ้านนี่ก็จะฟุ๋น ขึ้นมาช่วงหนึ่ง แต่ว่าหลังจากนั้นนี่เขาก็ปวดศีรษะ แล้วก็มีการได้พูดโทรศัพท์เข้าใจว่า กับแฟนของเขาครั้งหนึ่ง แล้วก็มีพลทหารด้วยกันที่อยู่ด้วยกันนะครับก็ได้มีการพูดคุย กับเขา แล้วก็มีการไปซื้อยาซื้ออะไร เขาก็เข้านอนไปนะครับ ท่านก็คงทราบดีครับว่าเวลา เกิดแรงกระแทกแล้วนี่ถ้าเลือดออกในสมองนี่นะครับก็จะทําให้เกิดปัญหาว่าถ้าเลือดไหล ไม่หยุด สุดท้ายก็นําไปสู่การเสียชีวิต เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าเขาก็เข้านอนไป ในช่วงดึกของวันนั้น แล้วก็ทุกคนก็มาพบความผิดปกติในช่วงเช้าวันถัดมาก็นําส่ง โรงพยาบาล ซึ่งก็สายเกินไปแล้วเขาก็เสียชีวิตนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือสิ่งที่ผมได้รับ ทราบเบื้องต้น

ในแง่ของกระบวนการการตรวจนี่นะครับ เข้าใจว่าก็เปึนอย่างที่ ท่านสมาชิกได้พูดนะครับ ก็คือว่าได้ไปที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แล้วก็ไปที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี แล้วก็สาเหตุการตายที่แพทย์วินิจฉัยไว้เบื้องต้นก็คือ เลือดออกใน สมองนะครับ แล้วก็มีแรงกระแทกที่คอนะครับ ซึ่งตามรายงานก็สันนิษฐานว่าเกิดจากการ ลื่นหกล้ม แล้วไปกระแทกกับสิ่งของ ทีนี้หลังจากนั้นมาก็มีข้อสงสัยว่าเปึนอุบัติเหตุ จริงหรือไม่อย่างไรนะครับ ก็มีการเรียกร้องให้หลายหน่วยงานนี่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึน ดีเอสไอ (DSI : Department of Special Investigation กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ไม่ว่า จะเปึนทางนิติวิทยาศาสตร์ แล้วก็สุดท้ายก็ไปที่โรงพยาบาลศิริราชนะครับก็มีการตรวจ ดูเหมือนผลก็ยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับว่ามีปัญหาในเรื่องของเลือดออกในสมอง แล้วก็มี การกระแทกที่บริเวณคอนั่นก็คือสาเหตุการเสียชีวิตที่สรุปได้ในขณะนี้นะครับ แล้วรัฐบาล ก็ได้ย้ําหลายครั้งนะครับว่าเรื่องของการสอบสวนในเรื่องราวต่าง ๆ นี่ก็จะให้ดําเนินการ ให้เกิดความชัดเจน โปร่งใสต่อไปครับ