สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการดำเนินการของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงการควบคุมเวลาในการตอบคำถาม และการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยระบุว่ารัฐบาลปัจจุบันจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยและด้อยโอกาส และจะนำเสนอความจำเป็นในการกู้เงินเพิ่มเติมในวันที่ 6 พฤษภาคม และจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อยากจะซักซ้อมกับท่านประธานนิดหนึ่งครับ ปกติ ๑ กระทู้จะใช้เวลา ๒๐ นาที ถามตอบ ๓ ครั้ง แต่ว่าท่านสมาชิกใช้เวลาไป ๑๗ นาที แล้วนะครับ ทีนี้ถ้าจะให้ผมตอบทุกประเด็นที่ท่านพูดนี่ผมก็เกรงว่าจะเกินเวลา ก็คงต้อง เอาประเด็นหลัก ๆ แล้วก็คงต้องขอความกรุณาท่านประธานว่าขอให้ควบคุม ตามข้อบังคับสักนิดหนึ่งนะครับ เพื่อจะให้เกิดความเปึนธรรมสําหรับผู้ถามกับผู้ตอบ

กราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมทราบว่ากระทู้นี้ยื่นมาเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว นะครับ ซึ่งผมก็ตั้งใจ ปกติก็จะมาตอบ แต่บังเอิญวันนั้นที่ไม่ได้มาตอบเนื่องจากว่า ๒ วันก่อนหน้านั้นเกิดเหตุที่พัทยา ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมไปทําร้ายรถที่ผมนั่ง ก็ทําให้เกิด ความวิตกในส่วนของผู้จัดงานประชุมที่พัทยา วันพฤหัสบดีถัดมาผมจึงจําเปึนที่จะต้อง กลับไปเพื่อดูความเรียบร้อยที่นั่นอีกครั้งหนึ่ง จึงไม่ได้มาตอบกระทู้นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่จริงเพื่อนสมาชิกที่ตั้งกระทู้ถามมีลักษณะของการกล่าวหารัฐบาลในการ ตัดสินใจหลายเรื่อง ผมต้องทําความเข้าใจสักนิดหนึ่งครับ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ทํากัน มาตั้งแต่เดือนมิถุนายนนะครับ ที่ผ่าน ครม. จนกระทั่งได้รับความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้ แล้วก็ประกาศเปึนกฎหมายเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ ดังนั้นโครงการทั้งหลายที่ท่าน กล่าวถึงทั้งหมดเปึนโครงการซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วเปึนผู้ดําเนินการเสนอมาเอง รวมทั้ง โครงการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหมและกองทัพ ซึ่งถ้าท่านเห็นว่าไม่เหมาะสม ก็น่าจะต้องคัดค้านตั้งแต่วันที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ดําเนินการเสนอมา แล้วก็สภาชุดนี้ ก็ได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว เมื่อผมเข้ามาทํางาน การใช้งบประมาณเราก็จะไปดูในเรื่อง ที่เปึนประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล หรือที่เปึนปัญหาไม่สอดคล้องกับ สภาวการณ์อย่างชัดเจน เช่น กรณีการไปสัมมนาต่างประเทศ การเดินทางไปต่างประเทศ อันนี้ก็มีการขอให้ทุกหน่วยงานทบทวน แต่ว่าโครงการในแง่ของการลงทุนของแต่ละ หน่วยงานทุกกระทรวงก็ปฏิบัติเหมือนกัน ก็มีการดําเนินการกันไปตามปกติ ตรงไหนที่เรา คิดว่าไม่มีความจําเปึนก็จะให้หน่วยงานได้ปรับลดไปตามสมควร

ทีนี้ประเด็นปัญหาในเรื่องของการจัดเก็บรายได้ ก็ต้องเรียนครับว่า ตั้งแต่ วันแรกที่เข้ามาผมก็เคยบอกกับสภาแห่งนี้ว่าการจัดเก็บรายได้ในขณะนั้นก็ประมาณการ กันว่าน่าจะต่ํากว่าที่ประมาณการกันไว้หรือเสนอสภาไว้ โดยรัฐบาลชุดที่แล้วประมาณ มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป อันนี้โปร่งใสมากครับ เพราะว่าผมอภิปรายในสภา ก็พูดอย่างนี้มาตั้งแต่ต้น ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าสภาพปัญหาการจัดเก็บรายได้เกิดขึ้นจาก การหดตัวในเรื่องของการส่งออก นําเข้า ซึ่งก็เปึนเหตุการณ์ที่กําลังเกิดขึ้นทั่วโลก รัฐบาล เองก็ไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างที่ท่านสมาชิกพูดนะครับว่า ของเขามีปัญหาสถาบันการเงิน ของเราไม่มี ไปแก้เหมือนกับเขา ไม่ได้เหมือนกันครับ ของเขานี่งบประมาณจํานวนมาก ก็ต้องจัดสรรไปเพื่อแก้ปัญหาระบบสถาบันการเงิน ของเราไม่ได้เปึนอย่างนั้น เราก็ดูแลในเรื่องของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แล้วก็ต้องการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยด้อยโอกาสเปึนเบื้องต้น ที่ท่านพยายามจะพูดว่ามีเฉพาะโครงการที่ช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานผู้มีรายได้น้อย ไม่ใช่ครับ ท่านต้องพูดให้ครบ งบประมาณที่มีการจัดสรรเพิ่มเติมในภาคการเกษตร ในเรื่องของการ แทรกแซงราคาต่าง ๆ รัฐบาลที่แล้วยังไม่ได้อนุมัติให้ใช้เพื่อแทรกแซงเรื่องปาล์ม เรื่องยาง รัฐบาลนี้ก็มาอนุมัติเพิ่มเติม โควตาข้าวโพด มันสําปะหลัง รัฐบาลนี้ก็มาขยายเพิ่มเติม รวมไปถึงการดําเนินการเกี่ยวกับนาปรังในปัจจุบันซึ่งก็จะมีการขยายด้วย ขณะเดียวกัน ในเศรษฐกิจภาคชนบทก็มีโครงการชุมชนพอเพียง ซึ่งก็มีการขยายวงเงินจากในอดีต ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือสิ่งที่เปึนการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้นครับงบประมาณที่เรากําลังจัด แล้วก็วันนี้จะเริ่มมีการจ่ายเงิน เช่น เบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ เงินค่าตอบแทน อสม. นะครับ ซึ่งเผอิญวันนี้เปึนวันที่ตามนโยบายของรัฐบาล จะมีการจ่าย ก็เปึนการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนซึ่งผมคิดว่าสมควรได้รับการช่วยเหลือ เปึนการทั่วไปอยู่แล้ว ส่วนเงิน ๒,๐๐๐ บาทนั้นก็ให้สําหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีการไป สํารวจโดยสํานักสํารวจความคิดเห็นของประชาชน เขาก็ไปสํารวจมาชัดเจน ตัวเลขไม่ตรง กับที่ท่านพูดหรอกครับ เขาพูดชัดเจนว่ามากกว่าร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป จะเอาเงินไปใช้จ่าย ส่วนจะไปใช้จ่ายที่ไหน ซื้อสินค้าอะไรก็เปึนเสรีภาพของพี่น้องประชาชนที่ได้รับเงินอยู่แล้ว นะครับ ไม่ได้มีการไปเจาะจงว่าจะต้องไปซื้อจากที่ไหน ไปซื้ออะไร เพราะฉะนั้น กราบเรียนว่า ผมเห็นว่าเรื่องเหล่านี้เปึนเรื่องที่มีความจําเปึน เมื่อมีความจําเปึนรายจ่าย ของรัฐบาลก็เพิ่มขึ้น เหมือนกับทุกประเทศในขณะนี้ที่กําลังรับมือกับภาวะเศรษฐกิจเขา จะเพิ่มรายจ่ายของรัฐบาล ส่วนเงินที่ขาดไปนั้นเราก็ดูในกรอบของกฎหมายนะครับ ก็จะมี กฎหมายหนี้สาธารณะกับกฎหมายวิธีการงบประมาณ เราก็ดําเนินการตามนั้นดังที่มีการ พูดถึงมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการที่จะไปออกพันธบัตร ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท

สําหรับประเด็นที่จะไปห่วงใยว่าการออกพันธบัตรตรงนี้จะไปกระทบกับ ทางระบบธนาคาร ไม่ใช่ครับ เพราะขณะนี้สภาพคล่องส่วนเกินในระบบหลายแสนล้าน บาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้นนะครับ

ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในแง่ของรายละเอียด มาตรการอื่น ๆ เช่น ทําไมประกันสังคมตัดสินใจว่าให้มีการลดการส่งเงิน เพราะเขาก็ ประเมินครับว่าถ้าไม่มีการลดภาระของนายจ้าง ลูกจ้าง ก็อาจจะนําไปสู่การเลิกจ้าง เพิ่มเติม ก็มีการตัดสินใจที่จะบรรเทาผลกระทบตรงนี้ เพราะฉะนั้นโดยรวมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับว่า ที่พยายามจะไปโยงหลายเรื่องเข้าหากันนะครับ ทํานองว่า รัฐบาลนี้ไม่สามารถที่จะหารายได้ได้นั้น ความจริงปัญหานี้เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่กระผมจะ เข้ามา แล้วก็เปึนปัญหาของเศรษฐกิจโลกโดยรวม

ประการที่ ๒ การใช้จ่ายเงินต่าง ๆ ส่วนใหญ่ ก็คือรายการซึ่งสภาแห่งนี้และ รัฐบาลชุดที่แล้วตั้งไว้ อนุมัติไว้ ที่เพิ่มเติมเข้าไปก็เปึนการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทุกกลุ่มอย่างชัดเจน อย่างที่กระผมได้กราบเรียน ส่วนความจําเปึนในการกู้เงินเพิ่มเติมนั้นก็ดู ตามความจําเปึน และไม่ประสงค์ที่จะหลีกเลี่ยงกระบวนการของสภา ผมคาดว่าในวันที่ ๖ พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ครับ ก็จะสรุปในเรื่องของความต้องการในการใช้เงินทั้งในส่วนของ ป้งบประมาณนี้ต่อเนื่องไปจนถึงป้งบประมาณอีก ๒ ป้ข้างหน้า ทั้งในส่วนที่เปึนรายการที่ มีการใช้จ่ายอยู่แล้ว ไปจนถึงโครงการการลงทุนในช่วง ๒ – ๓ ป้ข้างหน้าซึ่งมีความจําเปึน สําหรับเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของแหล่งน้ํา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของถนนหนทาง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการปรับปรุงสถานศึกษา ไม่ว่าจะเปึนการปรับปรุงสถานบริการ ด้านสาธารณสุข ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมของเศรษฐกิจไทยที่จะดําเนินการต่อไป เราจะดูตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญครับว่าตรงไหนควรจะเปึนพระราชกําหนด ตรงไหนควรจะเปึนพระราชบัญญัติ และก็คงไม่รอให้มีการป่ดสมัยประชุมก่อน เพราะรัฐบาลนี้จะไม่มีลักษณะของการหลีกเลี่ยงการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วก็การที่ผ่านมาโดยข้อเท็จจริง ก็คือ พ.ร.ก. ที่ออกมาเพื่อให้อํานาจกระทรวงการคลัง ในการกู้เงิน ที่ผ่านมาในอดีตจะออกเปึนพระราชกําหนดหมด แต่ผมได้ย้ํากับทาง กฤษฎีกาซึ่งกําลังดูเรื่องนี้ครับว่าขอให้ดูตามความจําเปึนและเปึนไปตามเงื่อนไขของ รัฐธรรมนูญนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนให้ทราบเปึนข้อมูลว่าครั้งสุดท้ายที่มีการออก พ.ร.ก. ให้กระทรวงการคลังไปกู้เงินก็เกิดขึ้นในป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ครับ ขอบคุณครับ